มูลนิธิซิตี้ จับมือ UNDP สร้างความตระหนักรู้ถึงศักยภาพคนพิการ ชวนภาคเอกชนร่วมเปิดประตูสู่โอกาสการจ้างงานอย่างเท่าเทียม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/747053

มูลนิธิซิตี้ จับมือ UNDP สร้างความตระหนักรู้ถึงศักยภาพคนพิการ  ชวนภาคเอกชนร่วมเปิดประตูสู่โอกาสการจ้างงานอย่างเท่าเทียม

มูลนิธิซิตี้ จับมือ UNDP สร้างความตระหนักรู้ถึงศักยภาพคนพิการ ชวนภาคเอกชนร่วมเปิดประตูสู่โอกาสการจ้างงานอย่างเท่าเทียม

วันอังคาร ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิซิตี้ (Citi Foundation) ผนึกโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) สนับสนุนกิจกรรม“Disability Awareness and Work Inclusion Workshop &Focus Group” ซึ่งจัดขึ้นโดย มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม กิจกรรมที่สร้างความเข้าใจและความตระหนักรู้ถึงความสามารถของคนพิการ พร้อมผลักดันให้เกิดการจ้างงานที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงเป็นการเตรียมความพร้อมให้องค์กรและภาคเอกชนในการรับกลุ่มคนพิการเข้าทำงาน ผ่านกิจกรรมการอบรมและเวิร์กช็อปการออกแบบงานที่เหมาะสม ตลอดจนเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ระหว่างบัณฑิตพิการและฝ่ายสรรหาทรัพยากรบุคคล โดยมีตัวแทนจากบริษัทและหน่วยงานเอกชนทั่วประเทศให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมสร้างแนวทางการจ้างงานแก่คนพิการที่สัมฤทธิผล

จากข้อมูลรายงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เมื่อเดือนมีนาคม 2566 ระบุว่า ประเทศไทยมีจำนวนคนพิการที่ได้รับการออกบัตรประจำตัวคนพิการราว 2.18 ล้านคน เพียงร้อยละ 36.5 ที่ได้รับการจ้างงานหรือสามารถหารายได้ด้วยตัวเอง มีเพียงประมาณร้อยละ 4 ของคนพิการที่มีงานทำเป็นพนักงานของภาคเอกชน ในขณะที่รายงานดังกล่าวพบว่ามีคนพิการอีกจำนวนไม่น้อยมีทักษะในด้านวิชาชีพและสามารถเป็นกำลังขับเคลื่อนสำคัญให้แก่องค์กรได้ แต่ด้วยการตระหนักถึงความสามารถและแนวทางการดำเนินงานขององค์กรเพื่อสนับสนุนคนพิการเข้าทำงานยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จึงทำให้การจ้างงานในบริบทสังคมไทยเป็นเรื่องที่ท้าทาย แม้ปัจจุบันจะมีพ.ร.บ.ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการมาตรา 33 และ 35 ที่ระบุให้องค์กรภาครัฐและเอกชนจ้างงานในอัตราสัดส่วน 1 ต่อ 100 รวมไปถึงมาตรการจูงใจภาคเอกชนให้รับคนพิการเข้าทำงานโดยให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีแล้วก็ตาม

จากประเด็นความท้าทายดังกล่าว“มูลนิธิซิตี้” (Citi Foundation) ในฐานะหน่วยงานที่มุ่งสนับสนุนคุณภาพชีวิตและความเท่าเทียมของกลุ่มเปราะบางรวมถึงบุคคลชายขอบในสังคมไทย ได้ร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) สนับสนุนมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ในการจัดงาน “Disability Awareness and Work Inclusion Workshop & Focus Group” กิจกรรมอบรมสำหรับตัวแทนจากหน่วยงานและองค์กรเอกชน เพื่อสร้างการตระหนักรู้ถึงศักยภาพของคนพิการ พร้อมผลักดันให้เกิดความต้องการจ้างงานมากยิ่งขึ้น โดยงานดังกล่าวได้รับการตอบรับเข้าร่วมจากองค์กรและบริษัทเอกชนชั้นนำ 34 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อนำแนวทางการดำเนินงานที่ได้รับจากกิจกรรมในครั้งนี้ไปปรับใช้กับการรับบุคลากรกลุ่มดังกล่าวเข้าทำงานในอนาคต

นางสาววันวิสาข์ โคมินทร์ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายสื่อสารองค์กร ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย และตัวแทนมูลนิธิซิตี้ กล่าวว่า “หนึ่งในพันธกิจของมูลนิธิซิตี้ คือการให้ความสำคัญในเรื่องของความเท่าเทียม ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วมของกลุ่มเปราะบางในสังคมไทยรวมไปถึงกลุ่มคนพิการ กิจกรรมนี้นับเป็นโอกาสอันดีที่มูลนิธิฯ ได้ร่วมส่งเสริม คุณภาพชีวิตให้แก่พวกเขาอีกครั้งโดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ We Are Able ซึ่งมูลนิธิซิตี้ได้ร่วมมือกับ UNDP มอบเงินสนับสนุนจำนวน 160,000 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณราว 5.6 ล้านบาท ในการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การสร้างความตระหนักรู้ให้ภาคธุรกิจเกี่ยวกับศักยภาพของคนพิการและอบรมเกี่ยวกับการจ้างงานคนพิการที่ประสบความสำเร็จ และการอบรมทักษะที่จำเป็นให้แก่เยาวชนเพื่อเตรียมพร้อมในการหางานและประกอบอาชีพ เช่น ทักษะการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ การอบรมทักษะการสื่อสารและทักษะทางสังคม รวมถึงการอบรมทักษะด้านการเงินโดยบุคลากรจากธนาคารซิตี้แบงก์ ซึ่งเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการอย่างยั่งยืน”

ด้าน นางสาวสุกันยา ทองธำรงนักวิเคราะห์ทีมบูรณาการ โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP กล่าวว่า “โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ได้ดำเนินการเพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ SDGs ในประเทศไทยผ่านการทำงานร่วมกับภาครัฐ ภาคประชาสังคม และพันธมิตรระดับประเทศอย่างมูลนิธิซิตี้ เพื่อหาแนวทางแก้ไขความท้าทายในการพัฒนาที่มีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นส่งเสริม 3 แกนหลักตามแผนพัฒนาการมีส่วนร่วมของคนพิการของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (Disability Inclusive DevelopmentStrategy) ได้แก่ การส่งเสริมสิทธิความเท่าเทียม การเสริมสร้างพลังอำนาจทางเศรษฐกิจ และผนวกรวมประเด็นคนพิการเข้ากับการพัฒนากระแสหลัก ในเดือนกันยายนนี้ หลังจากที่อบรมทักษะที่จำเป็นในการทำงานต่างๆ ให้เยาวชนพิการ และสร้างความเข้าใจของนายจ้างภาคเอกชนต่อการจ้างงานคนพิการเรียบร้อยแล้ว เราจะจัด Job fairเพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนพิการที่กำลังหางาน และบริษัทเอกชนที่ต้องการจ้างงาน ได้ร่วมกันบรรลุพันธกิจสร้างเครือข่ายการจ้างงานที่มีความหลากหลาย”

ขณะที่ นายอภิชาต การุณกรสกุลประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม กล่าวถึงการตอบรับของภาคเอกชนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวว่า “ขอขอบคุณมูลนิธิซิตี้ และ UNDP รวมถึงทั้ง 34 บริษัท ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรม “Disability Awareness and Work Inclusion Workshop & Focus Group” อันเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของภาคเอกชนที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการจ้างงานคนพิการในองค์กร ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่จะพาสังคมไทยไปสู่ความเท่าเทียมของคนทุกกลุ่มได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพต่อไป”

แม็คยีนส์ เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ ผลิตจากเส้นใยรีไซเคิล “Mc Sustainability 2023 Collection” อินเทรนด์ไปกับแฟชั่นรักษ์โลก
ภายใต้คอนเซ็ปต์ FROM NATURE TO FUTURE

Sustainable Fashion หรือแฟชั่นยั่งยืน เป็นแนวคิดและเทรนด์ที่กำลังมาแรงในยุคนี้ ที่ไม่เพียงแต่จะให้ความสำคัญกับวัสดุหรือดีไซน์เท่านั้น แต่ยังคำนึงกระบวนการผลิต และให้ความสำคัญกับอายุการใช้งาน เพื่อช่วยลดปริมาณขยะจากสิ่งทอ รวมไปถึงวัสดุในการผลิตที่เน้นเป็นเส้นใยธรรมชาติ ช่วยลดการสร้างมลพิษ ให้แฟชั่นสามารถอยู่คู่กับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MC องค์กรธุรกิจค้าปลีก ประเภทสินค้าแฟชั่นและสินค้าไลฟ์สไตล์ “แม็คยีนส์” กล่าวว่า แม็คยีนส์ให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ล่าสุดได้เปิดตัวคอลเลคชั่นพิเศษ “Mc Sustainability 2023 Collection” ที่ผลิตจากเส้นใยรีไซเคิล ภายใต้คอนเซ็ปต์ FROM NATURE TO FUTURE แม็คยีนส์ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม ผ่านเทคโนโลยีการแปรรูปเส้นด้ายจากผ้ายีนส์เหลือใช้นำมาคัดแยกและเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลให้กลับมาใช้ใหม่ได้อย่างคุ้มค่าโดยยังคงรักษาคุณภาพเทียบเท่ากับเส้นด้ายปกติ

คอลเลคชั่น “Mc Sustainability 2023 Collection” เกิดจากแนวคิดReuse Reduce Recycle ผ่านเทคโนโลยีการแปรรูปเส้นด้าย โดยนำเศษผ้ายีนส์ที่เหลือใช้จากกระบวนการผลิตผ้ายีนส์นำมาคัดแยกและเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ปั่นเป็นเส้นใยพร้อมที่จะผสมเข้ากับผ้าฝ้ายโพลีเอสเตอร์ หรือเส้นใยสังเคราะห์อื่นๆ และยังคงรักษาคุณภาพของเส้นด้ายได้ดีเทียบเท่าเส้นด้ายปกติ สินค้าในคอลเลคชั่นพบกับ เสื้อสเวตเตอร์, เสื้อฮู้ดดี้, เสื้อยืดทรงตรงและทรงครอป ที่ผลิตจากเส้นใยรีไซเคิล ให้สัมผัสนุ่มลื่นสวมใส่สบายและระบายอากาศได้ดีตกแต่งด้วยเทคนิคการพิมพ์รับเบอร์พริ้นท์ และเพิ่มมิติด้วยเมทัลลิคสกรีน ผสมผสานกับลวดลายตัวอักษรและลายกราฟิกที่สื่อถึงธรรมชาติกับโทนสีที่มิกซ์แอนด์แมทช์ได้ง่ายพร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

นอกจากการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดการสร้างมลพิษแล้ว คอลเลคชั่นนี้ยังเป็นการต่อยอดแคมเปญ MY MC MY WAY ชีวิต…เต็มแม็ค ภายใต้แนวคิด Body Positivity ความเข้าใจในความแตกต่างของรูปร่าง และพร้อมสร้างสรรค์ลุคที่ดีที่สุดในแบบของตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของแม็คยีนส์ ให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตแบบไร้ขีดจำกัดได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การเปิดตัวคอลเลคชั่น “Mc Sustainability 2023 Collection” เป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นของแม็คยีนส์ ในการเป็นส่วนหนึ่งในการลดการสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยตลอดเวลาที่ผ่านมาบริษัทฯ มีการนำนวัตกรรมต่างๆ มาใช้ในการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นคอลเลคชั่น Mc Save the World ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากนวัตกรรมการรีไซเคิลขวดพลาสติก และนวัตกรรม DRY DYE การย้อมผ้าไม่ใช้น้ำ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย กับนวัตกรรมการผลิตที่ช่วยประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมไปกับแม็คยีนส์ได้แล้ววันนี้ กับคอลเลคชั่น “Mc Sustainability 2023 Collection” ที่ร้าน แม็คยีนส์ทุกสาขาหรือช้อปออนไลน์ที่www.mcshop.com และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/mcjeans

Leave a comment