#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2714376

3 ส.ค. 2566 12:15 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สหรัฐฯ ประกาศอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตบางส่วนในไนเจอร์
สหรัฐฯ ได้สั่งอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตบางส่วนในประเทศไนเจอร์ หลังการรัฐประหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สหรัฐฯ ได้สั่งอพยพเจ้าหน้าที่สถานทูตบางส่วนในประเทศไนเจอร์ หลังการรัฐประหารเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยชาวต่างชาติหลายร้อยคนถูกอพยพออกจากประเทศแล้ว และเมื่อวันอาทิตย์ สถานทูตฝรั่งเศสถูกโจมตีโดยผู้ประท้วง ด้าน พล.อ.อับดูราฮามาเน ทะเชียนิ ผู้นำการรัฐประหาร กล่าวเตือนมิให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเข้าแทรกแซงกิจการภายในของประเทศ
ไนเจอร์เป็นผู้ผลิตยูเรเนียมรายใหญ่และอยู่บนเส้นทางการอพยพที่สำคัญไปยังแอฟริกาเหนือและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศ ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโมฮาเหม็ด บาซูม ที่ถูกโค่นอำนาจเมื่อวันพุธ พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ มุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูรัฐบาลที่ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของไนเจอร์ ส่วนนายแมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า แม้จะมีการอพยพบางส่วน แต่สถานทูตของสหรัฐฯ ในกรุงนีอาเม จะยังคงเปิดทำการ “เรายังคงยึดมั่นต่อชาวไนเจอร์และความสัมพันธ์ของเรากับชาวไนเจอร์ และเรายังคงมีส่วนร่วมทางการทูตในระดับสูงสุด”
สหรัฐฯ เป็นผู้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและความมั่นคงรายใหญ่แก่ไนเจอร์ และก่อนหน้านี้เคยเตือนว่า การรัฐประหารอาจนำไปสู่การระงับความร่วมมือทั้งหมด ส่วนฝรั่งเศส อดีตเจ้าอาณานิคมในไนเจอร์ และสหภาพยุโรปได้ระงับความช่วยเหลือทางการเงินและการพัฒนาแล้ว
ประชาคมเศรษฐกิจแห่งรัฐแอฟริกาตะวันตก (Ecowas) ซึ่งเป็นกลุ่มการค้าของ 15 ประเทศในแอฟริกาตะวันตก ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งรวมถึงการระงับการทำธุรกรรมทางการค้าทั้งหมดกับไนเจอร์ และอายัดทรัพย์สินของประเทศในธนาคารกลางระดับภูมิภาค
ในการปราศรัยทางโทรทัศน์เมื่อวันพุธ พล.อ.ทะเชียนี กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ปฏิเสธการคว่ำบาตรโดยรวม และปฏิเสธที่จะยอมแพ้ต่อภัยคุกคามใดๆ ไม่ว่าจะมาจากที่ใดก็ตาม”
เขาระบุว่าการคว่ำบาตร “เป็นการเหยียดหยามและชั่วช้า” และกล่าวว่าพวกเขาตั้งใจที่จะสร้างความขายหน้าแก่กองกำลังความมั่นคงของไนเจอร์ และทำให้ประเทศอยู่ในสถานะ “ไม่สามารถปกครองได้”
หัวหน้าทหารจากกลุ่ม Ecowas ยังได้พบกันที่ประเทศไนจีเรียเมื่อวันพุธ เพื่อหารือเกี่ยวกับการแทรกแซงทางทหารที่เป็นไปได้ แม้ว่าพวกเขากล่าวว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็น “ทางเลือกสุดท้าย”
พล.อ.ทะเชียนี อดีตหัวหน้ากองกำลังพิทักษ์ประธานาธิบดีบาซูม เข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม โดยกล่าวว่าเขาต้องการหลีกเลี่ยง “การล่มสลายอย่างค่อยเป็นค่อยไปและอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้” ของไนเจอร์ การรัฐประหารได้ทำให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่เพื่อต่อต้านฝรั่งเศส ซึ่งยังคงเป็นพันธมิตรหลัก และหันไปสนับสนุนรัสเซีย ซึ่งเริ่มแผ่อิทธิพลในเขตแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลางในช่วงไม่กี่ปีมานี้
เมื่อวันอาทิตย์ ผู้ประท้วงหลายร้อยคนรวมตัวกันที่หน้าสถานทูตฝรั่งเศสในกรุงนีอาเม บางคนตะโกนว่า “รัสเซียจงเจริญ” “ปูตินจงเจริญ” และ “ฝรั่งเศสจงล่มจม” พวกเขายังจุดไฟเผากำแพงของสถานทูตด้วย พล.อ.ทะเชียนี ยังกล่าวระหว่างการปราศรัยว่า ชาวฝรั่งเศสในไนเจอร์ไม่เคยถูก “คุกคามแม้แต่น้อย”
เมื่อวันพุธ ประชาชน 262 คน เดินทางมาถึงกรุงปารีส ด้วยเที่ยวบินอพยพที่จัดโดยรัฐบาลฝรั่งเศส ส่วนเที่ยวบินที่จัดโดยรัฐบาลอิตาลี เดินทางถึงกรุงโรมพร้อมกับผู้โดยสาร 87 คน
ไนเจอร์ ซึ่งทั้งฝรั่งเศสและสหรัฐฯ มีฐานทัพตั้งอยู่ เป็นพันธมิตรตะวันตกที่สำคัญในการต่อสู้กับกลุ่มหัวรุนแรงในภูมิภาคซาเฮล หลังจากผู้นำทางทหารในประเทศมาลีเลือกที่จะเป็นพันธมิตรกับกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ของรัสเซียในปี 2564 ฝรั่งเศสได้ย้ายศูนย์กลางปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายระดับภูมิภาคไปยังไนเจอร์.
ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign