สกสว. ร่วมมือ มธ. เปิดเวทีถก! แบ่งทรัพยากรอย่างไร ให้การศึกษาไทยไม่เหลื่อมล้ำ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/750724

สกสว. ร่วมมือ มธ. เปิดเวทีถก! แบ่งทรัพยากรอย่างไร ให้การศึกษาไทยไม่เหลื่อมล้ำ

สกสว. ร่วมมือ มธ. เปิดเวทีถก! แบ่งทรัพยากรอย่างไร ให้การศึกษาไทยไม่เหลื่อมล้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 17.25 น.

สกสว. ร่วมมือ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มธ. และเครือข่ายครู จัดเวทีสัมมนาวิชาการ Education Journey Forum ครั้งที่ 9 หารือประเด็นการลดความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาไทย มุ่งสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน หวังเด็กและเยาวชนไทยเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวทีสัมมนาทางวิชาการ Education Journey Forum ครั้งที่ 9 ในหัวข้อ “แบ่งทรัพยากรอย่างไร ให้การศึกษาไทยไม่เหลื่อมล้ำ” ภายใต้โครงการการจัดการความรู้และขับเคลื่อนระบบการศึกษาและการเรียนรู้เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ มองจุดคานงัด เพิ่มการมีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษา และให้ข้อเสนอเชิงนโยบาย เพราะการเปลี่ยนแปลงการศึกษาเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดพลังการขับเคลื่อนจากฐานรากนำไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้และการศึกษาของประเทศ โดยมี รศ. ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. รศ. ดร.อนุชาติ พวงสำลี หัวหน้าคณะทำงานวิชาการ SAT การศึกษาและการเรียนรู้ ผู้บริหารองค์กรด้านการศึกษา นักวิชาการนักวิจัย ภาคีเครือข่าย ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคการเมือง และสื่อมวลชน เข้าร่วมการสัมมนาดังกล่าว ณ โรงแรมอัศวินแกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

นายศุภวัจน์ พรมตัน (ครูมะนาว) บรรยายพิเศษในหัวข้อ “ครูแถแพ้ไม่เป็น” สะท้อนความดิ้นรนของครูคนหนึ่ง ที่เปิดเผยถึงที่มาที่ไปของการเปิดเพจเกี่ยวกับนักเล่าเรื่องครูบนโซเชียลมีเดีย แบ่งเป็น EP ต่าง ๆ คือ “EP.1 ครูบ้านดอย” ในบทบาทครูจบใหม่ที่สอนในโรงเรียนชนบท เล่าเรื่องถึงความขาดแคลนในโรงเรียนชนบท การสอนในรูปแบบต่าง ๆ ระบบการเลื่อนเงินเดือน และบทบาทของครูหนึ่งคนที่สอนเกือบทุกวิชา “EP.2 จากบ้านดอยสู่นคร” จากชนบทเข้าสู่ตัวเมือง สื่อถึงสิ่งที่คิดและตั้งใจจะทำแต่ไม่ได้ทำเพราะต้องย้ายโรงเรียน ทำให้เริ่มมองเห็นถึงปัญหาและการจัดการเรียนการสอนใหม่ “EP.3 เปิดเพจ อะไรอะไรก็ครู” สื่อถึงแผนการสอนและแผนการส่ง หรือกระทั่งการประเมินที่ตกไม่ได้ การวัดความรู้โดยการติวแทนการจัดกระบวนการเรียนรู้ เพราะการติวทำให้คะแนน ONET ของโรงเรียนนั้นสูงขึ้น “EP.4 จุดเริ่มต้นของครูสายแถ” การลองปรับเปลี่ยนการเรียนรู้ไปตามสื่อการเรียนการสอนแต่ละแบบ ให้เกิดความสนุกในห้องเรียน เปิดรับฟังจากนักเรียนมากขึ้นทำให้เกิดไอเดียใหม่ ๆ การใช้ประเด็นสังคมเข้ามาปรับกับกิจกรรมจนเกิดเป็นกระแสบนสื่อในขณะนั้น เกิดเป็นคำถามว่า “ทำไมสิ่งที่เราทำ แม้มันจะโดดเด่นในสายตาคนทั่วไป แต่ทำไมไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานทางวิชาการได้” คนทั่วไปให้คุณค่ากับสิ่งที่เราทำแบบไหน? “EP.5 ครูแถแพ้ไม่เป็น” ได้ไปในเวทีใหม่ ๆ ออกจากกรอบความคิดความเชื่อเดิม กล้าที่จะทำตามความรู้สึกและกล้าที่จะยืนหยัดจนสำเร็จ ทำให้ทัศนคติเปลี่ยนไปกับการให้คุณค่าที่เปลี่ยนไป ซึ่งเกือบจะเปลี่ยนเป็นคนละแนวตั้งแต่เริ่มทำเพจในตอนแรก “EP.6 จากพลเรียน ถึงครูขอสอน” การเปลี่ยนทัศนคติในหลาย ๆ เรื่อง เช่น การพูดถึงจัดสรรสวัสดิการของครูที่ควรจะได้รับ จนเกิดเป็นเพจครูปล่อยของที่กล้าแชร์มากขึ้น เกิดการแลกเปลี่ยนระหว่างครูมากขึ้น 

“ความเหลื่อมล้ำที่เห็นได้ชัดเจน คือ เวลามีการแข่งขันกิจกรรมภายนอก ที่มีตั้งแต่การเดินทาง ที่พัก การเรียนการสอนช่วงไปแข่งขันกิจกรรม อาหารการกิน และอุปกรณ์การแข่งขันในการสนับสนุนนักเรียนนั้น มีความแตกต่างกันไปในแต่ละโรงเรียนว่ามีงบประมาณอยู่ในระดับใด แม้การพูดถึงประเด็นการศึกษา จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง และที่ไม่เปลี่ยนแปลงอีกมากมาย ก็ยังเหมือนเดิม สิ่งที่ครูพยายามตอนนี้ คือ ขออยู่กับเด็ก ๆ  การไม่รอระบบ ต้องการพัฒนาตนเอง สวัสดิภาพและสวัสดิการ” ครูมะนาว กล่าวทิ้งท้าย

ก่อนจะมีการเสวนาในประเด็น “แบ่งสรรทรัพยากรอย่างไร ให้การศึกษาไทยไม่เหลื่อมล้ำ” ดังนี้

ดร.ดิลกะ ลัทธพิพัฒน์ ธนาคารโลก บรรยายประเด็น “แนวทางการจัดสรรทรัพยากรตามมาตรฐานคุณภาพต่ำของโรงเรียน (FSQL)” เปิดเผยถึงงานวิจัย PISA 2018 พบว่า ประเทศไทยมีจำนวนนักเรียนลดลงมากในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ทำให้ค่าใช้จ่ายรายหัวของเด็กเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ผลสัมฤทธิ์ทางด้านการศึกษา รวมถึงทักษะในด้านต่าง ๆ นั้นลดลง ส่วนข้อมูล FSQL ในด้านการบริหารจัดการและค่าเฉลี่ยแต่ละด้านของโรงเรียนขนาดเล็ก พบว่า โรงเรียนขนาดเล็กไม่เพียงแต่ขาดแคลนครู เท่านั้น แต่ยังขาดแคลนอีกหลายปัจจัย เช่น ห้องเรียน อุปกรณ์การเรียนรู้ การเดินทาง ด้านกีฬา โดยมองว่าต้องเริ่มจัดการจาก 1.จำนวนโรงเรียนให้เหมาะสมกับจำนวนเด็ก 2.เพิ่มการพัฒนาโครงสร้างโรงเรียนให้มีคุณภาพเท่า ๆ กัน ไม่กระจายทรัพยากร โดยใช้เทคโนโลยีเข้าไปประเมินความขาดแคลนแต่ละโรงเรียน เพื่อให้เกิดการพัฒนาแก้ไขที่ตรงจุด 

คุณพงศ์ทัศ วนิชานันท์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ บรรยายประเด็น “แนวทางการจัดสรรทรัพยากรแบบใหม่เพื่อโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา” เปิดเผยถึง ผลวิจัยการพัฒนาพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ระบุว่า เรามีปัญหาด้านการจัดสรรงบประมาณที่ลงทุนเยอะแต่กลับได้ผลน้อย ส่งผลให้ระบบเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ในการสร้างเด็กให้พร้อมในโลกอนาคต สำหรับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาเปิดโอกาสให้สร้างระบบนิเวศน์ทางการศึกษาใหม่ เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการคิดค้นนวัตกรรมการเรียนรู้ และนวัตกรรมการบริหารจัดการใหม่ ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำ นำไปสู่การเป็นต้นแบบและพร้อมขยายผลต่อในวงกว้าง 

ดร.วงอร พัวพันสวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บรรยายประเด็น “มิติที่หลากหลายของความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา” ระบุว่า ในปัจจุบันปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาในประเทศไทย ประกอบด้วย ความไม่เท่าเทียมด้านการเข้าถึง การเข้าไม่ถึงการศึกษา ความไม่เท่าเทียมด้านผลลัพธ์/คุณภาพ ความไม่เท่าเทียมด้านตัวเลือก ความไม่เท่าเทียมด้านประสบการณ์การเรียนรู้ ขณะที่ อุดมคติของระบบการศึกษาที่เสมอภาคของนิสิต คือ ทุกคนได้รับการศึกษามาตรฐานเดียวกัน คนไม่มีเงินต้องได้เรียน การเข้าถึงการศึกษาของคนต่างจังหวัดต้องไม่ด้อยกว่าคนในเมือง ระบบการศึกษาที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะในกลุ่ม LGBTQ/ชนกลุ่มน้อย/อื่น ๆ คนที่มีความสามารถได้รับการส่งเสริมให้ได้รับโอกาสที่เหมาะสมกับความสามารถ ส่วนคนที่มีความสามารถน้อยกว่าก็ได้รับการสนับสนุนให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้ เช่นกัน และการส่งเสริมองค์ความรู้ที่หลากหลาย 

ดร.สมชัย จิตสุชน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย บรรยายประเด็น “บทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ต่อนโยบายการสร้างความเสมอภาคด้านการศึกษา” ระบุว่า นอกจากปัญหาจำนวนเด็กเกิดใหม่น้อยลงแล้ว ส่วนมากยังอยู่ในมิติครอบครัวที่มีความพร้อมไม่มากนัก ส่งผลให้เด็กไม่ได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ ไทยจำเป็นต้องปรับปรุงระบบสวัสดิการ ที่ไม่ใช่เรื่อง “สงเคราะห์” แต่เป็นระบบช่วยการพัฒนาประเทศโดยใช้ “คน” เป็นศูนย์กลาง เพื่อตอบโจทย์ปัญหาหลักของประเทศ คือ ความเหลื่อมล้ำ (คนไทยจนกระจาย) สังคมสูงวัย (คนแก่มากขึ้น คนหนุ่มสาวต้องเตรียมภาระหนักในอนาคต) และกับดักประเทศรายได้ปานกลาง เพราะไทยอยู่ในวังวนปัญหา 3 เรื่องนี้มานานมาก บางเรื่องก็สายเกินไป หากไม่รีบแก้ไขปัญหาก็จะยิ่งหนักและแก้ไขยาก หรือถึงขั้นแก้ไขไม่ได้
 

Leave a comment