#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/751661

‘ผิดกฎหมาย-เสี่ยงอุบัติเหตุ’แต่เปลี่ยนไม่ง่าย ‘ทักทายเพื่อนร่วมอาชีพ’วิถีโชเฟอร์รถโดยสาร‘ญี่ปุ่น’
วันพุธ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
เมื่อเร็วๆ นี้ นสพ.The Mainichi ของญี่ปุ่น รายงานข่าว Half of Japan’s bus drivers greet each other via hand wave, defying rules ระบุว่า แม้จะเป็นข้อห้ามตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัย แต่วัฒนธรรมการมองหน้าหรือโบกมือเพื่อทักทายกันของคนขับรถบัสโดยสารที่พบเจอกันบนเส้นทางระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ถือปฏิบัติกันในญี่ปุ่น โดยข้อมูลการสำรวจของสถาบันวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุบนท้องถนน จากกลุ่มตัวอย่าง 612 คน ใน 9 จังหวัดพบ 292 คน หรือร้อยละ 47.7 พยักหน้าหรือยกมือโบกอย่างรวดเร็วเมื่อขับรถไปเจอเพื่อนร่วมอาชีพ
การสำรวจเริ่มขึ้นระหว่างเดือนส.ค. 2565-ก.พ. 2566 หลังจากเกิดอุบัติเหตุรถบัสโดยสารและมีผู้เสียชีวิตในเดือนส.ค. 2564 ในเมืองคิตะคิวชู จังหวัดฟุกุโอกะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นโดยคนขับรถบัสให้การว่า ตนพยักหน้าให้คนขับรถบัสอีกคันและมองดูเป็นเวลาสั้นๆ 2-3 วินาที ขณะที่ทางตำรวจนั้นย้ำว่า การปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากพวงมาลัยโดยไม่มีเหตุจำเป็นถือเป็นพฤติกรรมการขับขี่ที่ผิดกฎหมายของญี่ปุ่น ซึ่งกำหนดให้ผู้ขับขี่ต้องใช้งานล้อ เบรก และอุปกรณ์อื่นๆ ของยานพาหนะในลักษณะที่ปลอดภัย
วัฒนธรรมการทักทายกันของคนขับรถบัสหรือรถประจำทางเริ่มได้รับการแนะนำว่าไม่ควรทำ ตั้งแต่ปี 2546 โดยสมาคมรถบัสแห่งกรุงโตเกียว เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุรถชนคนเดินเท้า ต่อมาในปี 2555 สมาคมรถบัสแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้แนะนำให้ผู้ที่เป็นสมาชิกเลิกวัฒนธรรมดังกล่าว รวมถึงนิชิ-นิปปอน เรลโรด ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการรถประจำทางในเมืองคิตะคิวชู ก็แจกจ่ายคู่มือแนวปฏิบัติในการขับขี่ ซึ่งระบุว่าผู้ขับขี่จะต้องไม่โบกมือหรือพยักหน้า มาแล้วถึง 15 ปี
คาซูฮิโระ ซาไค (Kazuhiro Sakai) นักวิจัยจาก สถาบันวิทยาศาสตร์แรงงาน โอฮาระ เมโมเรียล ซึ่งดูแลการสืบสวนอุบัติเหตุ กล่าวว่า การละจากสมาธิระหว่างขับรถ แม้เพียง 2-3 วินาที อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ ตัวอย่างเช่น รถบัสโดยสารที่แล่นด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาจเคลื่อนที่ได้เร็วถึง 11 เมตรต่อวินาที หากไม่ระมัดระวังในการขับขี่
จุนอิชิ สุกิยามะ (Junichi Sugiyama) นักวิชาการอิสระด้านระบบคมนาคมขนส่ง เน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้คำแนะนำอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่เพียงแต่จากผู้ให้บริการรถโดยสารเท่านั้น แต่ยังมาจากทางการด้วย หากการสร้างความตระหนักรู้อย่างเดียวไม่เพียงพอก็จำเป็นต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น เซ็นเซอร์ที่สามารถตรวจจับวัตถุในเส้นทางของรถ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางจราจรที่เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์