#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/751954

ทีทีบีประกวดโครงงานเท่ได้…ต้องไม่บูลลี่
วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
ไฟ-ฟ้าโดยทีทีบีชวนสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กไทยหยุด “บูลลี่” ในรั้ว
โรงเรียน จัดประกวดโครงงานในหัวข้อ
“เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่” ชวนเยาวชนระดับ
มัธยมศึกษาสร้างสรรค์ผลงาน ชิงถ้วยพระราชทานฯพร้อมทุนการศึกษา สมัครเลย! ถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้
หลายครั้งที่เรามักจะหยอกล้อคนอื่นด้วยความคึกคะนอง เพียงเพื่อเรียกเสียงหัวเราะสร้างความสนุกสนานให้กับคนรอบข้าง โดยไม่รู้ตัวว่าได้สร้าง “บาดแผลในใจ” ให้กับคนที่ถูกกระทำซึ่งจริงๆ แล้ว นั่นคือการ “บูลลี่” (Bully) ที่หลายคนรู้จักกันดี
แม้สังคมไทยจะเริ่มตระหนักถึง
ปัญหาการ “บูลลี่” แต่พบว่าสถานการณ์
กลับมีความรุนแรงมากขึ้น โดยสถิติของกรมสุขภาพจิต พบว่าพฤติกรรมการ
กลั่นแกล้งรังแกกันของเด็กไทยติดอันดับ 2 ของโลก เป็นรองแค่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าสูงมาก! และที่น่าห่วงใยคือ
ในสถานศึกษาที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัย กลายเป็นพื้นที่บ่มเพาะความ
หวาดกลัวให้กับเด็กๆ ที่สำคัญ
ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีวิธีหยุดวงจรนี้ได้อย่างจริงจัง
โดยจากการสำรวจกลุ่มเด็กอายุ 10-15 ปี จาก 15 โรงเรียน ของเครือข่ายนักกฎหมายเพื่อเด็กและเยาวชน เมื่อปี 2563 พบว่า
ร้อยละ 91.79 เคยถูกบูลลี่ และวิธีการ
ที่ใช้มากที่สุดคือ การตบหัว ล้อชื่อพ่อ
ชื่อแม่ ถูกเหยียดหยาม และอื่นๆ เช่น ล้อปมด้อย พูดจาเสียดสี นินทา เป็นต้น ซึ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อเด็กทั้งทางจิตใจและร่างกายอีกทั้งเชื่อมโยงไปถึงผลการเรียนไม่ว่าทางตรงหรือ
ทางอ้อม และที่เลวร้ายกว่านั้น หากเด็กแบกรับความเจ็บปวดไม่ไหว อาจนำไปสู่การสูญเสียที่ไม่อาจหวนคืน ดังนั้น การ “บูลลี่” จึงไม่ใช่แค่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป
โครงการ “เท่อย่างไทย โดย ไฟ-ฟ้า ทีทีบี” เดินหน้าส่งเสริมทักษะให้กับเยาวชนไทยในทุกมิติให้กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมรวมถึงเข้าใจและยอมรับความแตกต่างของผู้อื่นตระหนักถึงปัญหาการบูลลี่ของเด็กไทยจึงได้จัดประกวดโครงงานในหัวข้อ “เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่” เพื่อเปิดเวทีสร้างโอกาสให้เยาวชนได้ร่วมกันทำงานเป็นทีมสร้างสรรค์โครงงานเพื่อร่วมรณรงค์ต่อต้านการบูลลี่โดยกระตุ้นจิตสำนึกและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเริ่มแก้ไขจากการบูลลี่ในโรงเรียน เพื่อชิงรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมทุนการศึกษาและนำผลงานที่ชนะเลิศออกเผยแพร่นำไปปรับใช้เพื่อลดปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนและสังคมต่อไทย
จึงขอเชิญคุณครูอาจารย์และน้องๆ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาสมัครเข้าร่วมประกวดประเภททีมทีมละ 5-7 คน เพื่อส่งโครงงานเข้าร่วมประกวดโดยโครงงานที่น้องๆจะได้เป็นส่วนสำคัญในการหยุดยั้งวงจรบูลลี่ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนผ่านกระบวนการต่างๆ ตามที่นักเรียนให้ความสนใจ อาทิ ผ่านการให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบูลลี่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ซึ่งอาจกระทบต่อเนื่องไปถึงผู้ปกครองโรงเรียนประเทศชาติ เป็นต้น ซึ่งโครงการดังกล่าวหวังให้นักเรียนเกิดกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์การวางแผนและการทำงานเป็นทีมอย่างเป็นระบบโดยผลงานที่ผ่านการคัดเลือกเข้ารอบ 20 ทีมสุดท้าย (มัธยมต้น 10 ทีม และมัธยมปลาย 10 ทีม) จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 20,000 บาทต่อโครงงาน ที่ผ่านรอบคัดเลือกเพื่อนำโครงงานที่คิดไปปฏิบัติจริงในโรงเรียนและนักเรียนจะได้นำผลการทำโครงงานในระยะเวลา 3 เดือนกลับมานำเสนอต่อคณะกรรมการจากกรมสุขภาพจิต กรมส่งเสริมวัฒนธรรม สำนักงาน กสทช. อาจารย์
มหาวิทยาลัย และครีเอทีฟมืออาชีพร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินเพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรางวัลทุนการศึกษาเพื่อเชิดชูเกียรติต่อไป
ร่วมเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาการบูลลี่ที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนสถาบันการศึกษาสามารถส่งน้องๆ เยาวชนสมัครเข้าร่วมประกวดโครงงานในหัวข้อ“เท่ได้…ต้องไม่บูลลี่” ประจำปี 2566 และเพื่อเป็นการขยายโอกาสให้คุณครูสามารถส่งเยาวชนเข้าร่วมโครงการได้เพิ่มเติมได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ศึกษาดูรายละเอียดและขั้นตอนการสมัครได้ที่ www.เท่อย่างไทย.com หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.062-0700088, 062-0700099