#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/752661

รู้จัก ยาพุ่งเป้ารักษาไมเกรน (Targeted Therapy for Migraine)
วันจันทร์ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 07.00 น.
หลายๆ คนน่าจะเคยได้ยินโรคปวดศีรษะไมเกรน หรืออาจจะเคยมีอาการปวดศีรษะกันมาบ้าง แต่ไม่ได้รู้จักจริงๆ ว่าโรคปวดศีรษะไมเกรนคืออะไร? จริงๆ แล้วปวดศีรษะไมเกรนเป็นการปวดศีรษะที่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติของสมองโดยตรง เช่น เกิดจากเส้นเลือดสมองตีบ เลือดออกในสมองหรือเนื้องอกในสมอง แต่เกิดจากความผิดปกติของโปรตีนชนิดหนึ่งในสมอง (CGRP) ซึ่งมีหน้าที่ทำให้เราเกิดอาการปวดศีรษะมีความไวต่อตัวกระตุ้นมากเกินไป
นายแพทย์ชยานุชิต ชยางศุ แพทย์อายุรศาสตร์ประสาทวิทยา ประจำศูนย์โรคระบบสมอง โรงพยาบาลนวเวช CGRP ให้ข้อมูลว่า (Calcitonin Gene Related Peptide) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งอยู่ในสมองของทุกคนหน้าที่ของโปรตีนชนิดนี้ คือ กระตุ้นให้เรามีอาการปวดศีรษะเปรียบเทียบคล้ายๆ กับการใช้สัญชาตญาณของสัตว์ชนิดอื่น เนื่องจากมนุษย์ไม่ได้ใช้สัญชาตญาณแล้วเราจึงต้องมีระบบในการป้องกันตนเอง โดยเวลามีสิ่งกระตุ้นจะทำให้เรามีอาการปวดศีรษะแทนเพื่อให้เราหนีออกมาจากสิ่งกระตุ้นนั้นๆ ซึ่งในความเป็นจริงเราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงจากสิ่งกระตุ้นได้ตลอด ส่งผลให้อาการปวดศีรษะมากขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วทำให้อาการปวดศีรษะรุนแรงจนไม่สามารถควบคุมได้
ตัวกระตุ้นอาการปวดศีรษะมีหลายชนิด ดังนี้ 1.แสงจ้าทั้งจากแสงแดด จอคอมพิวเตอร์ iPhone iPad 2.กลิ่นบางอย่าง เช่น กลิ่นบุหรี่ กลิ่นควันรถยนต์ กลิ่นน้ำหอมแรงๆ รวมทั้ง PM2.5 ด้วย 3.อาหารบางชนิดเช่น ชา กาแฟ ชีส ช็อกโกแลต ผงชูรส 4.นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ นอนไม่หลับนอนกรน หยุดหายใจกลางคืน 5.ความเครียด 6.อากาศร้อน 7.ผู้หญิงมักจะมีอาการก่อนมีประจำเดือนหรือตอนประจำเดือนรอบนั้นกำลังจะหมด
ตัวกระตุ้นเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ทุกคนเพียงแต่คนที่เป็นโรคคือ มีความไวต่อตัวกระตุ้นมากกว่าบุคคลอื่นทั่วไป
การรักษาอาการปวดศีรษะที่ถูกต้องคือการทานยาให้เร็วที่สุด ตั้งแต่ตอนที่มีอาการน้อยๆ แล้วค่อยๆ ปรับยาจนสามารถคุมอาการได้ นอกจากนั้นในบางรายต้องใช้ยาเพื่อป้องกันอาการปวดศีรษะไม่ให้เป็นบ่อย ซึ่งยากลุ่มนี้ก็จะมีหลายชนิดแล้วแต่การตอบสนองของแต่ละบุคคล ทั้งยารับประทาน Botox หรือยาฉีดเพื่อป้องกันการปวดศีรษะ (ยาพุ่งเป้าเพื่อรักษาอาการปวดศีรษะ-Targeted Therapy for Migraine)
ในปัจจุบันยาชนิดนี้ใช้ป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน ซึ่งเป็นยาที่ไปออกฤทธิ์ในการยับยั้งโปรตีนที่กระตุ้นให้เรามีอาการปวดศีรษะ (CGRP antagonist) โดยเป็นยาฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง เพื่อควบคุมไม่ให้มีอาการปวดศีรษะบ่อยๆ ซึ่งยากลุ่มนี้ได้ผลดีกว่ายารับประทานโดยสามารถลดความถี่ในการปวดศีรษะได้ค่อนข้างมากถึงเกือบ 60% เทียบกับยารับประทานที่ได้ผลประมาณ 30% (ความหมายของคำว่าได้ผล (Response rate) ใช้หลักการว่าสามารถลดความถี่ของการปวดศีรษะได้อย่างน้อย 50%) รวมทั้งผลข้างเคียงพบได้น้อยมาก และไม่รุนแรง
อีกประเด็นที่มีคนไข้ถามบ่อยมากคือ “ว่าจะรู้ได้อย่างไร? ว่าการปวดศีรษะ เป็นการปวดศีรษะธรรมดา หรือปวดศีรษะไมเกรน หรือเป็นจากมีอะไรผิดปกติของสมอง” จริงๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ต้องทราบว่าการปวดศีรษะแบบไหน ที่มีโอกาสเสี่ยงของการจะมีสิ่งผิดปกติของสมอง มากกว่าการจะวินิจฉัยด้วยตนเองว่าเป็นโรคไมเกรนหรือไม่ จึงควรมาพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยแยกโรคมากกว่า
อาการหรือสิ่งบ่งชี้เหล่านี้ เป็นตัวช่วยในการสังเกตว่าการปวดศีรษะ อาจจะมีภาวะที่อันตรายที่ต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที 1.ปวดศีรษะร่วมกับการมีไข้ 2.มีประวัติเคยเป็นโรคมะเร็งมาก่อนไม่ว่าจะเป็นที่อวัยวะใด 3.มีอาการผิดปกติทางสมองร่วมด้วย เช่น ซึมลง พูดคุยไม่รู้เรื่อง ตามองเห็นภาพซ้อน หรือการมองเห็นผิดปกติไป หน้าเบี้ยวปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรงหรือชา โดยเฉพาะอาการเป็นครึ่งซีก 4.ปวดศีรษะรุนแรงมากมีอาการอาเจียนมาก โดยเฉพาะปวดรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เป็นครั้งแรกในคนอายุ >50 ปี (ไมเกรนมักพบว่าเป็นมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น) 5.ปวดศีรษะรุนแรงภายหลังการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะ 6.ปวดศีรษะรุนแรงในผู้หญิงตั้งครรภ์ 7.มีโรคประจำตัวที่เป็นโรคที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
ถ้ามีอาการหรือภาวะดังกล่าวข้างต้นนี้ แนะนำให้ไปโรงพยาบาลเพื่อทำการวินิจฉัยแยกโรค อีกทั้ง ควรเห็นความสำคัญของการมาพบแพทย์เพื่อรักษาอาการปวดศีรษะ มากกว่าการรับประทานยาเองครับ เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยแยกโรคที่อันตรายหรือรุนแรงออกไป รวมทั้งได้รับการรักษาและแนะนำที่ถูกต้องในการรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรน ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์โรคระบบสมอง (Neurology Center)) โรงพยาบาลนวเวช โทร. 02-4839999 I Line : @navavej I http://www.navavej.com
