#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/752897

วันอังคาร ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
ยาขับปัสสาวะ หมายถึง ยาที่ออกฤทธิ์เพิ่มปริมาณปัสสาวะ กลไกการออกฤทธิ์หลักคือยับยั้งการดูดกลับสารน้ำและเกลือแร่ที่ตำแหน่งต่างๆ ของท่อไต ส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดกลับเกลือโซเดียม ทำให้ร่างกายมีการขับเกลือโซเดียมออกทางไตเพิ่มขึ้นซึ่งจะดึงให้น้ำถูกขับออกทางไตเพิ่มขึ้นด้วย
เนื่องจากยาขับปัสสาวะแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันจึงถูกนำมาใช้ทางคลินิกด้วยข้อบ่งชี้ที่หลากหลายข้อบ่งชี้หลักของยาขับปัสสาวะคือใช้รักษาภาวะสารน้ำในร่างกายเกินซึ่งอาจเกิดจากภาวะหัวใจวาย ภาวะตับแข็ง ภาวะบวมน้ำจากโปรตีนรั่วทางไต ภาวะไตวายทั้งไตวายเฉียบพลันและไตวายเรื้อรัง ถึงแม้ว่ายาขับปัสสาวะจะช่วยเพิ่มปริมาณปัสสาวะให้ออกมากขึ้นแต่ไม่มีผลเพิ่มการขับของเสียออกจากร่างกาย จึงมีประโยชน์ในการจัดการภาวะสารน้ำเกินและถนอมปริมาณปัสสาวะที่เหลืออยู่ แต่ไม่ได้ช่วยให้ภาวะไตวายนั้นหายเร็วขึ้นแต่อย่างใด นอกจากนี้ยาขับปัสสาวะยังถูกนำมาใช้เป็นยาลดความดันโลหิตได้อีกด้วยโดยจะมีประโยชน์อย่างมากในรายที่มีภาวะคั่งของเกลือและสารน้ำในร่างกาย มักนำมาใช้ในรายที่ยังไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้หลังจากใช้ยาลดความดันโลหิตหลายขนานแล้ว
ถึงแม้ว่ายาขับปัสสาวะจะมีประโยชน์ในทางคลินิกหลายประการ แต่ก็อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงได้หลายอย่างเช่นกัน กล่าวคือ ภาวะร่างกายขาดสารน้ำ ภาวะไตวายจากการขาดสารน้ำ ภาวะเกลือแร่ผิดปกติ สามารถเกิดได้ทั้งภาวะโซเดียมในเลือดต่ำหรือสูง ภาวะโพแทสเซียมในเลือดต่ำภาวะแมกนีเซียมในเลือดต่ำ ภาวะเลือดเป็นด่าง ส่วนใหญ่จะมีอาการที่ไม่จำเพาะเจาะจง เช่น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ระดับความรู้สึกตัวผิดปกติ ต้องอาศัยการตรวจเลือดติดตามเป็นระยะ นอกจากนี้ยังอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ยาได้อีกด้วย
โดยสรุป ยาขับปัสสาวะมีหลายชนิด กลไกการออกฤทธิ์หลักคือการยับยั้งการดูดกลับโซเดียมที่ไตซึ่งทำให้ปริมาณปัสสาวะออกมากขึ้น มีประโยชน์และข้อบ่งชี้ในการรักษาผู้ป่วยได้หลายภาวะ ขณะเดียวกันก็มีผลข้างเคียงจากการใช้ยาได้หลายอย่างเช่นกัน การใช้ยาขับปัสสาวะจึงควรใช้ตามคำสั่งแพทย์และภายใต้การควบคุมติดตามการรักษาจากแพทย์เท่านั้น ผู้ป่วยไม่ควรซื้อหรือหายาขับปัสสาวะมารับประทานเอง นอกจากนี้พบว่ามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาที่ทำให้ปัสสาวะเปลี่ยนสีว่าเป็นยาล้างไต ช่วยขับของเสียออกทางไต เช่น เมทิลีนบลู (methylene blue) ในความจริงยากลุ่มนี้ไม่ได้ช่วยขับของเสียหรือเพิ่มปริมาณปัสสาวะแต่อย่างใด การใช้ยากลุ่มนี้อย่างไม่มีข้อบ่งชี้และไม่ถูกวิธีโดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะไตทำงานบกพร่อง อาจก่อให้เกิดผลเสียมากขึ้น และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกในผู้ป่วยที่เป็นโรคพร่องเอนไซม์จีซิกพีดี (G6PDdeficiency) ผู้ป่วยจึงไม่ควรไปหาซื้อมารับประทาน
อ.นพ.นภันต์ สุธารัตนพงศ์
อาจารย์ประจำสาขาวิชาโรคไต ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย