#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/753902

จงรักภักดี ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ
วันเสาร์ ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
ผมไม่เคยคิดว่าที่บ้านปลูกฝังให้ผมจงรักภักดี แต่ทุกคนในบ้านผมจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ผมก็ทำตามคนในบ้านของผม แล้วที่สำคัญคือผมเห็นด้วยตาของผมว่าพระองค์ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนมีความสุข ผมจึงจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน
ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ชวนคุณไปสนทนากับ คุณฐิติวัฒน์ ธนการุณย์ เจ้าของ ภักดีคาเฟ่ ผู้ประกาศอย่างหนักแน่นว่าขอจงรักภักดีไปตราบจนกว่าชีวิตจะหาไม่ และจะจงรักภักดีทุกชาติไป

l ร้านภักดีคาเฟ่ เปิดให้บริการมากี่ปีแล้วครับ และทำไมจึงตั้งชื่อภักดีครับ
คุณฐิติวัฒน์ : จนถึงวันนี้ก็ครบสองปีพอดีครับ เหตุผลที่ตั้งชื่อว่าภักดี ก็เพราะผมต้องการให้คนทุกคนที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์รู้ว่าเรามีสถานที่แห่งหนึ่งที่เป็นที่รวมตัวของคนที่ถวายความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ และผมก็ยืนยันว่าจะจงรักภักดีตลอดไปและตลอดทุกชาติครับ
l ช่วยบอกที่ตั้งของร้าน และวันเวลาเปิดให้บริการด้วยครับ เพื่อให้ผู้มีใจดวงเดียวกันทราบและมาหาได้ถูกต้อง
คุณฐิติวัฒน์ : ร้านภักดีคาเฟ่ตั้งอยู่ในซอยวัดตะเคียน เขตอำเภอบางกรวย นนทบุรี ปกติเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 9 นาฬิกาครับ ปิดประมาณ 1-2 ทุ่มครับ หากวันไหนมีงานที่ต้องไปทำเป็นกรณีพิเศษก็จะปิดร้านครับ

l ของที่จำหน่ายในร้าน เช่น กาแฟ เบเกอรี่ เค้ก ขนมอื่นๆ รวมถึงเสื้อยืด แก้วน้ำ ของเหล่านี้ทำเองหรือสั่งมาจากไหนครับ
คุณฐิติวัฒน์ : กาแฟผงสั่งมาครับ แต่ผมชงเองครับเบเกอรี่นั้นน้องสาวผมเป็นผู้ดูแล ส่วนขนมอื่นๆ นั้นเป็นของกลุ่มคนที่มีใจดวงเดียวกับผมนำมาฝากขาย เช่น ป๋าเทพ(เทพ โพธิ์งาม) นำขนมเปี๊ยะมาฝากขาย และจะมาด้วยตัวเองทุกวันที่ 13 ของเดือน ส่วนเสื้อ และแก้วน้ำนั้น ก็มาจากคนที่มีใจดวงเดียวกับผมและพวกเราทุกคนครับ ของที่ขายในร้านนี้เมื่อได้กำไร เราก็นำไปใช้ในกิจการสาธารณกุศลครับ เราทำเพื่อช่วยเหลือสังคมครับ ทำด้วยใจที่จงรักภักดีครับ
l ช่วยอธิบายเรื่องที่มีเสียงยืนยันว่าภักดี คาเฟ่ คือศูนย์รวมของคนที่จงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ และต่อแผ่นดินไทยด้วยครับ เพราะมีผู้กล่าวว่าเมื่อมาร้านนี้จะพบกับกลุ่มคนรักชาติ รักแผ่นดินไทย และรักพระมหากษัตริย์
คุณฐิติวัฒน์ : ก่อนที่ผมจะเปิดร้านนี้ ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าร้านของผมจะเป็นที่รวมของคนรักชาติรักบ้านเมือง และรักพระมหากษัตริย์ แต่เมื่อผมเปิดร้านแล้ว ผมจึงรู้ว่าบ้านเมืองของเรามีคนใจเดียวกับผมมากมายมหาศาล และผมก็มีทุกวันนี้ได้ก็ด้วยการเกื้อหนุนของกลุ่มคนที่มีหัวใจดวงเดียวกับผม ผมดีใจที่ผมทำร้านนี้ และผมก็มีความสุขทุกครั้งเมื่อเปิดร้านแล้วมีคนที่รักในหลวง รักบ้านเมืองมาพูดคุย มาพบปะกัน แรกๆ ก็เป็นคนอายุค่อนข้างมาก และวัยกลางคน แต่ทุกวันนี้บอกได้เลยว่าภักดี คาเฟ่ มีคนทุกเพศ ทุกวัย แต่มีหัวใจดวงเดียวกันคือหัวใจที่จงรักภักดีต่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และแผ่นดินไทย ทุกคนที่เข้ามาต่างพูดคุยกันด้วยความรักความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ ทุกคนมีรอยยิ้ม ผมเห็นความสุขที่ทุกคนมีโดยดูได้จากสีหน้า แววตา และท่าทาง ผมเชื่อว่าทุกคนซึมซับความสุขอันเกิดจากความจงรักภักดีได้ และผมก็โชคดีที่ได้รับการสนับสนุนจากคนที่มีหัวใจดวงเดียวกัน ความสุขของผมไม่ได้อยู่ที่ยอดขาย หรือกำไร แต่อยู่ที่เห็นว่าทุกคนเข้ามาแล้วอิ่มเอมหัวใจ เมื่อเขาได้เข้ามาพูดคุยสนทนาถึงพระมหากรุณาธิคุณที่เขาได้พบได้เห็นจากพระเจ้าแผ่นดินของเราทุกคน ผมสัมผัสได้ถึงความอิ่มเอมและความปลาบปลื้มที่ว่านั้นได้ดีครับ และผมก็คล้อยตามคำพูดของอาจารย์ที่บอกว่าภักดี คาเฟ่ คือที่รวมของเหล่าผู้จงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน

l คุณเป็นคนกรุงเทพฯ โดยกำเนิด ใช่ไหมครับ
คุณฐิติวัฒน์ ครับ ผมเกิดที่กรุงเทพฯ เรียนที่วัดบวรนิเวศ เป็นคนกรุงเทพฯ แท้ๆ ครับ บ้านก็อยู่แถวๆ วัดบวรฯ ครับ ครอบครัวของผมทุกคนได้เข้าเฝ้าฯในวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทรงทอดผ้าพระกฐิน ณ วัดบวรฯ เป็นประจำทุกปี เพราะบ้านอยู่ใกล้วัด แล้วสมัยก่อนที่ผมเป็นนักเรียนวัดบวรฯ ผมก็ไปช่วยทำความสะอาดวัด และพระอุโบสถก่อนจะถึงวันเสด็จฯทอดผ้าพระกฐินเป็นประจำ แล้วเมื่อพระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินมาถึง ผมและครอบครัวและคนแถวนี้ก็เข้าเฝ้าฯรอรับเสด็จเป็นประจำ และที่ผมจำได้ดีคือ เมื่อสมัยผมเป็นเด็กนั้น เมื่อถึงวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในหลวงรัชกาลที่ 9 ผมดีใจมากที่จะได้ไปดูไฟประดับที่สวยงามในวันเฉลิมพระชนมพรรษา และได้ไปดูหนังกลางแปลง 100 จอ ที่ท้องสนามหลวง ช่วงนั้นอากาศดีเพราะเป็นหน้าหนาว ผมจำบรรยากาศได้ดีจนทุกวันนี้ มันสนุกและมีความสุขมาก ผมและพี่ๆ น้องๆ ก็จะไปเที่ยวที่สนามหลวงกันสวมเสื้อกันหนาวไปดูหนังกลางแปลง และดูไฟที่ประดับประดาอย่างงดงามบนถนนราชดำเนินตลอดสาย ได้ดูพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ดูนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ผมจดจำบรรยากาศวันเก่าๆ ได้อย่างดี คิดถึงแล้วมีความสุขมากครับ
l การที่รู้สึกจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดินนั้น เกิดมาจากถูกปลูกฝังโดยที่บ้าน ใช่ไหมครับ
คุณฐิติวัฒน์ : ผมไม่คิดว่าที่บ้านผมปลูกฝังเรื่องนี้นะครับ แต่ผมเห็นที่บ้านทำเป็นตัวอย่างโดยไม่เคยสอนผมผมเห็นพ่อแม่ทำ เห็นพี่น้องผมก็ทำ แล้วผมก็ทำ เราทุกคนทำเพราะเราเห็นว่าพระองค์ท่านทรงทำงานหนักเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ผมเห็นจากพระราชกรณียกิจต่างๆ เมื่อเราดูข่าวในพระราชสำนัก และเมื่อผมโตขึ้น ผมก็เห็นด้วยตาผมเองว่าในหลวงทรงทำงานหนักเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ผมคิดว่าผมซึมซับความจงรักภักดีจากการเห็นตัวอย่างที่บ้าน และจากการเห็นด้วยตาของผมเองที่บ้านไม่เคยยัดเยียดให้จงรักภักดี ผมเห็นว่ามันคือวิถีการดำเนินชีวิตของผม และของคนในครอบครัวผมในยุคนั้น ยุคที่เราได้เห็นในหลวงทรงทำงานหนักเพื่อประเทศชาติและประชาชน สมัยก่อนที่บ้านผม เราทุกคนนั่งกินข้าวเย็นด้วยกัน ดูข่าวในพระราชสำนักด้วยกัน นั่งพูดคุยกัน เพราะสมัยนั้นเราไม่มีอะไรมากไปกว่าการดูทีวีด้วยกัน ผิดกับสมัยนี้ ที่ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือคนละเครื่อง กินข้าวด้วยกัน แต่ไม่คุยกัน เพราะต่างคนต่างดูโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ในสมัยผมเป็นเด็กนะครับ เวลาพ่อแม่จะพาไปกินข้าวนอกบ้านแต่ละครั้ง มันเป็นเรื่องใหญ่ และจะเกิดขึ้นนานๆ สักครั้ง และมันก็ทำให้ผมดีใจมาก ในสมัยนั้นกว่าพ่อแม่จะพาผมและพี่น้องไปดูหนังในโรงสักเรื่อง ต้องถือเป็นโอกาสสำคัญจริง ๆ ก็เหมือนกับที่ผมบอกว่าทุกๆ ปีในช่วงวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เราจะมีความสุขมาก เพราะได้ดูไฟประดับสวยๆ บนถนนราชดำเนิน แล้วยิ่งวันเฉลิมพระชนมพรรษาในหลวงด้วยแล้ว ยิ่งสนุกมาก เพราะมีงานที่ท้องสนามหลวงมีหนังร้อยจอ ดูรู้เรื่องไม่รู้เรื่องก็ช่าง แต่มันสนุกสนานมากเราได้เห็นรอยยิ้มของคนที่ไปร่วมงาน เป็นภาพจำที่ดีมาก ผมจำได้ตลอด

l มีโอกาสได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9และรัชกาลที่ 10 เมื่อเสด็จพระราชดำเนิน ณ วัดพระแก้วบ่อยไหมครับ
คุณฐิติวัฒน์ : ต้องบอกว่าเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จที่วัดพระแก้วเป็นประจำครับ โดยเฉพาะในรัชสมัยของรัชกาลที่ 9 เพราะบ้านอยู่ไม่ไกลวัดพระแก้ว โดยที่บ้านก็จะไปเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จด้วย ส่วนในสมัยรัชกาลที่ 10 ก็ไปเข้าเฝ้าฯรอรับเสด็จเป็นประจำครับ
l คุณโชคดีมาก ได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จทั้งที่วัดบวรฯและวัดพระแก้ว จำความรู้สึกช่วงเด็กๆ ได้ไหมครับ ว่าเป็นอย่างไรบ้างเมื่อได้เข้าเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์ท่าน
คุณฐิติวัฒน์ : มีครั้งหนึ่งสมัยผมอยู่ชั้น ม.6 วัดบวรฯเมื่อพระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินทรงทอดผ้าพระกฐิน ณ วัดบวรฯ ก่อนถึงวันเสด็จฯ ผมไปช่วยทำความสะอาดพระอุโบสถ และช่วยงานที่วัด เมื่อถึงวันเสด็จพระราชดำเนิน ผมได้เข้าเฝ้าฯใกล้ชิด เพราะเสด็จพระราชดำเนินผ่านจุดที่ผมนั่งเข้าเฝ้าฯ รอรับเสด็จ ผมบอกได้คำเดียวว่าผมมีบุญมาก ได้เข้าเฝ้าฯใกล้ชิดพระองค์ท่าน ได้ชมพระบุญญาบารมีของพระองค์ท่าน แล้วปลื้มใจมาก ประทับใจมาก อันที่จริง ผมยังเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จในวันที่พระองค์ท่านเสด็จไปทรงวางพวงมาลา ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ณ ลานพระราชวังดุสิต หรือที่เรียกสมัยก่อนว่าลานพระรูปทรงม้า ในวันปิยมหาราชด้วย ผมไปจองที่ตั้งแต่ก่อนเสด็จฯ หนึ่งวันเลยนะครับ แม้กระทั่งเมื่อพระองค์ท่านเสด็จฯ ณ วังไกลกังวล หัวหิน ผมก็ไปเข้าเฝ้าฯ รอรับเสด็จด้วยครับ ผมไปเข้าเฝ้าฯรอรับเสด็จทุกที่ หากผมสามารถไปได้ ต่อให้ไปนอนรอเป็นวันเป็นคืน ผมก็ไปครับ และที่บ้านก็รู้ว่าผมไปเข้าเฝ้าฯรับเสด็จก็ฝากผมไปเฝ้าฯรับเสด็จด้วย ผมจึงเป็นเสมือนตัวแทนของบ้านครับ แต่หากที่บ้านผมไปได้ ก็จะไปกันทั้งบ้าน

l อะไรคือแรงบันดาลใจให้ตามไปเข้าเฝ้าฯรอรับเสด็จครับ
คุณฐิติวัฒน์ : ผมตอบอาจารย์ได้เลยว่า ผมต้องการไปเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ เพื่อให้พระองค์ทรงเห็นว่าประชาชนที่รักพระองค์ท่านมารอเฝ้าฯรับเสด็จ ผมต้องการให้พระองค์ทรงรู้ว่าคนไทยจำนวนมากรักพระองค์ท่านเพราะเห็นว่าพระองค์ท่านทรงทำคุณประโยชน์ให้ประชาชนมาโดยตลอด ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ได้พระราชทานโครงการหลวงหลายพันโครงการให้ประเทศไทย เพื่อให้คนไทยอยู่ดีมีสุข ผมเห็นว่าพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมากเพื่อให้ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ การที่ผมไปเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จนั้นผมไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยเลย เพราะผมรู้ว่าพระองค์ท่านทรงเหน็ดเหนื่อยอย่างมากเพื่อคนไทย และทรงทำงานเพื่อคนไทยมาโดยตลอด ผมภูมิใจที่ได้เข้าเฝ้าฯ พระองค์ท่าน
l ภายในภักดี คาเฟ่ มีพระบรมฉายาลักษณ์ และพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นจำนวนมาก รวมถึงพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงอีกหลายพระองค์ รวมถึงพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 10 ด้วย พระบรมฉายาลักษณ์ต่างๆ เหล่านี้คุณสะสมเอง หรือมีใครนำมามอบให้ครับ
คุณฐิติวัฒน์ : ต้องบอกว่าส่วนใหญ่มาจากผู้ที่มีใจดวงเดียวกันกับผมนำมามอบให้ เพราะเขาต้องการให้ผู้ที่มาร้านของผมได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ รวมถึงหนังสือเกี่ยวกับพระองค์ท่าน ผู้นำมามอบให้บอกว่าคิดว่าเมื่อนำมาไว้ที่ภักดีคาเฟ่แล้ว ผู้ที่รักเคารพเทิดทูนพระองค์ท่านจะได้เห็นพร้อมๆ กัน ดีกว่าเก็บไว้ที่บ้าน ก็จะได้เห็นแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น แรกๆ ผมก็กังวลใจครับว่าเราจะนำพระบรมฉายาลักษณ์ไปประดิษฐานที่ไหนจึงจะสมพระเกียรติ เพราะร้านของเราเล็ก แต่สุดท้ายผมก็ประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์ไว้ตามที่เห็นครับ โดยพยายามให้สมพระเกียรติมากที่สุด โดยพระบรมฉายาลักษณ์แรกที่ผมนำมาประดิษฐานในร้านคือภาพที่ภรรยาผมปักครอสติสเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยใช้เวลานานถึง 9 เดือน แล้วหลังจากนั้นคนต่างๆ ที่เทิดทูนพระองค์ท่านก็นำมามอบให้ผมอีกมากมายครับ ผมภูมิใจที่มีคนใจดวงเดียวกันกับผมมากมาย และไม่เคยคิดว่าจะสร้างจุดขายของร้านด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่าน แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะความจงรักภักดีของคนไทยจำนวนมาก ซึ่งเรามีความเห็นตรงกันว่าเราจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ทุกวันนี้ยังมีพี่น้องคนไทยมากมายส่งพระบรมฉายาลักษณ์มาให้ผมเป็นประจำ บางทีส่งมาจากต่างจังหวัด บางคนนำเหรียญกษาปณ์ที่มีพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์ท่านมามอบให้ผมแล้วบอกผมว่าขอให้คนที่มาที่ภักดีคาเฟ่ ได้ชื่นชมพระบรมฉายาลักษณ์องค์ต่างๆ ด้วยความสุขใจและอิ่มเอมใจ นอกจากนี้ยังมีหนังสือเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน และหนังสือต่างๆ ทั้งบทพระราชนิพนธ์ในพระองค์ท่าน และหนังสือเกี่ยวกับพระองค์ท่านอีกมากมายซึ่งสามารถเข้ามาอ่านได้ตามความสะดวกครับ บางคนก็นำพระบรมฉายาลักษณ์แบบโปสต์การ์ดมาฝากผมแจกให้ประชาชนที่ผ่านไปมา หรือใครก็ตามที่ต้องการ โดยแจกฟรี แล้วบอกว่าหากหมดให้บอกทันที จะนำมาให้อีก นี่คือความภูมิใจของผมครับ ผมยืนยันว่าไม่เคยคิดใช้พระบรมฉายาลักษณ์เป็นจุดขายของร้านผม แต่ผมทำเพราะผมมั่นใจว่าผมทำดี และทำในสิ่งที่ถูกต้อง ผมไม่กลัวว่าใครจะครหานินทา เพราะผมมั่นใจในสิ่งที่ทำว่าผมทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และผมก็เทิดทูนพระองค์ท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจผมแสดงออกมาโดยตลอดว่าผมเทิดทูนพระองค์ท่าน ไม่ได้เพิ่งมาทำเมื่อ 2-3 ปีมานี้ แต่ผมทำมาโดยตลอด ผมมีจุดยืนในเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างมั่นคง ผมเทิดทูนพระองค์ท่านมาก

l เวลาพูดถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 คุณได้แรงบันดาลใจอะไรจากพระองค์ท่านเป็นอันดับแรก
คุณฐิติวัฒน์ : ผมเน้นหลักความพอเพียงครับ ผมใช้หลักการนี้ในชีวิตประจำวันของผม ผมเชื่อเสมอว่าเมื่อเราพอเพียงแล้ว ทุกอย่างจะราบรื่น จะสงบสุข ไม่ต้องแก่งแย่งกัน แต่จะแบ่งปันกัน สังคมจะร่มเย็นเป็นสุข
l คุณมองว่าในหลวงทุกรัชกาลพระราชทานสิ่งใดให้กับสังคมไทยบ้างครับ
คุณฐิติวัฒน์ : ผมเป็นคนที่ขอบอกตรงๆ ว่าสมัยก่อนนั้นผมไม่เคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจใดๆ ของในหลวงพระองค์ต่างๆ เลย แต่ผมเชื่อในตาของผม ในสิ่งที่ผมเห็น โดยเฉพาะในหลวงรัชกาลที่ 9 ผมเห็นพระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อคนไทยมาโดยตลอด โดยดูจากโครงการหลวงหลายพันโครงการ ผมเชื่อในสิ่งที่ตาผมเห็น และผมก็มีศรัทธาในพระองค์มาโดยตลอด ผมเห็นว่าทรงทำให้กับประเทศไทยและคนไทยมากมายเหลือคณานับ เช่น เรื่องน้ำ เรื่องดิน เรื่องเขื่อน เรื่องฝนเทียม สิ่งเหล่านี้คือความจริงเชิงประจักษ์ ผมจึงไม่เคยอ่านหนังสือพระราชกรณียกิจ แต่มายุคนี้ เมื่อเด็กๆ บางคนตั้งคำถามกับพระองค์ท่าน ผมก็จึงต้องกลับไปค้นคว้าให้มากขึ้น เพื่อจะได้ตอบเด็กให้ชัดเจน เด็กบางคนบอกว่าพระองค์ท่านโฆษณาชวนเชื่อ ผมถามกลับไปว่า ทำไมพระองค์ต้องทรงทำเช่นนั้น ทรงทำแล้วได้ประโยชน์อะไร ทรงทำเพื่อพระองค์เองหรือ จะทรงทำให้พระองค์ลำบากพระวรกายไปเพื่ออะไร หากพระองค์จะทรงทำเพื่อโฆษณาชวนเชื่อ แล้วผลประโยชน์ของโครงการตกอยู่กับใคร ไม่ใช่อยู่กับประเทศชาติและประชาชนหรือ เพราะฉะนั้น จะทรงทำเพื่อโฆษณาชวนเชื่อไปเพื่ออะไรกัน ผมถามเด็กๆ ว่า เคยเห็นภาพพระองค์ท่านเสด็จเข้าไปในป่า ขึ้นเขา ลงห้วยที่แสนลำบากและอันตรายบ้างไหม เคยเห็นรถยนต์พระที่นั่งติดหล่มบ้างไหม เคยเห็นพระองค์ทรงลุยน้ำลุยป่าบ้างไหม ผมถามว่าทำไมพระองค์จะต้องทรงไปลำบากตรากตรำ ทรงทำไปเพื่ออะไร หากไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนไทยทุกคน พระราชกรณียกิจที่ทรงทำนั้น เป็นผลดีเพื่อคนไทยทุกคน มิใช่เพื่อผลประโยชน์ของพระองค์

l มองความใกล้ชิด ความผูกพันระหว่างพระเจ้าแผ่นดินกับประชาชนอย่างไรครับ
คุณฐิติวัฒน์ : พระมหากษัตริย์ที่ผมเห็นนะครับ ทรงอยู่ใกล้ชิดกับประชาชนมาโดยตลอด ไม่เคยอยู่ห่างไกลจากประชาชน แล้วยิ่งในรัชกาลปัจจุบันทรงใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น ทรงให้ประชาชนเข้าถึงพระองค์ได้ง่ายมาก ทรงใกล้ชิดประชาชนมาก พระองค์ท่านอยู่บนดินใกล้ชิดกับประชาชน ไม่เคยทรงทอดทิ้งประชาชน ล่าสุดได้พระองค์ท่านเสด็จที่เซ็นทรัลเวิลด์ใช่ไหมครับ ทรงให้
ประชาชนเข้าเฝ้าฯโดยไม่ต้องนั่งกับพื้น แต่ทรงให้ประชาชนยืนเสมอกับพระองค์ท่าน นี่คือพระเจ้าแผ่นดินไทยที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน แต่ผมขอย้ำว่า เราเป็นชาติที่มีประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เราต้องรักษาสิ่งดีงามไว้ เพราะเป็นรากเหง้าของเรา เราต้องรักษารากเหง้าของเราไว้ บางคนบอกว่าผมคลั่งกษัตริย์ ผมไม่สนใจ เพราะผมไม่ได้ทำร้ายใคร ผมทำเพราะผมรักและเคารพของผม ผมภูมิในที่ได้ทำ ผมเทิดทูนอย่างมีสติครับ
l มีบางคนเรียกร้องให้พระมหากษัตริย์ต้องทรงปรับพระองค์ให้เข้ากับสถานการณ์ยุคปัจจุบันให้มากขึ้นคุณมองเรื่องนี้อย่างไรครับ ในฐานะที่คุณเข้าเฝ้าฯรับเสด็จเป็นประจำ ได้เห็นการปรับพระองค์ของพระมหากษัตริย์อย่างไรบ้างครับ
คุณฐิติวัฒน์ : ผมนึกไม่ออกว่าจะให้ทรงปรับอะไรอีก เพราะทุกวันนี้ก็ทรงปรับให้เข้ากับสถานการณ์มาโดยตลอด และทรงปรับมานานแล้ว ไม่เข้าใจว่าจะให้ปรับอะไรอีก ผมเห็นว่าคนที่เรียกร้องต้องพิจารณาตัวเองมากกว่าครับ ทุกวันนี้เห็นขบวนเสด็จไหมครับ ทรงให้รถยนต์อีกฝั่งหนึ่งแล่นได้โดยไม่ต้องจอดรอขบวนเสด็จ นี่เรียกว่าปรับพระองค์แล้ว ใช่ไหมครับ พระองค์ท่านทรงคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นสำคัญ ทรงปรับพระองค์ตลอดเวลา ไม่ทรงอยากให้ประชาชนเดือดร้อนเพราะการจราจรติดขัด ผมเห็นว่าทรงปรับพระองค์มากแล้วครับ อยากถามอีกครั้งว่าจะให้ทรงปรับอะไรอีกหรือเราควรจะต้องปรับความคิดของเรามากกว่าไหมครับ อย่าเรียกร้องอะไรที่มันเกินเหตุเกินไป อย่าอคติกับพระองค์ท่านขอให้เปิดใจกว้างๆ แล้วจะเห็นว่าพระองค์ทรงทำประโยชน์ให้บ้านเมืองมากมายมหาศาล อย่าลืมว่าพระองค์ทรงเป็นพระประมุขของประเทศ เราต้องถวายพระเกียรติยศแด่พระองค์ท่าน แล้วเราจะเห็นว่าพระเจ้าแผ่นดินของไทยนั้นทรงทำงานหนักเพื่อคนไทยมาโดยตลอด มีพระเจ้าแผ่นดินของประเทศไหนบ้างที่ต้องทรงงานหนักตลอดเวลาเหมือนพระเจ้าแผ่นดินของไทย ผมว่าเราต้องปรับทัศนคติของตนเอง โดยเฉพาะคนที่เรียกร้องให้พระเจ้าแผ่นดินต้องปรับพระองค์เองให้มากกว่านี้ บ้านเมืองของเรามีเสาหลักอยู่ที่สถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เราสมควรต้องช่วยกันทำนุบำรุงรักษาไว้ให้ยั่งยืนครับ เพราะนี่คือศูนย์รวมจิตใจของประชาชนทั้งประเทศ
คุณสามารถรับชมรายการไลฟ์ วาไรตี รายการที่ให้ทั้งสาระและความรู้ ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 14.05-14.30 น.ทางโทรทัศน์ NBT ช่องหมายเลข 2และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ไลฟ์ วาไรตี