#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/754684

‘ซีไอดีไอ อาร์ต ธีสิส โชว์เคส 2023’ จุดประกายไอเดียนักออกแบบไทยสู่เวทีระดับโลก
วันพุธ ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
สถาบันออกแบบนานาชาติชนาพัฒน์ (CIDI Chanapatana) ตอกย้ำการเป็นสถาบันปั้นนักออกแบบรุ่นใหม่ จัดงาน ซีไอดีไอ อาร์ต ธีสิส โชว์เคส 2023 ภายใต้ธีม “Action/ Reaction” หรือการกระทำ/ ปฏิกิริยา กล่าวคือปฏิกิริยาเป็นสิ่งที่เต็มไปด้วยพลัง แฝงไว้ซึ่งความไม่แน่นอน ความสับสนอลหม่าน แต่เมื่อผ่านพ้นไปจะเกิดการสร้างสรรค์และการกระทำใหม่ๆเพื่อก้าวไปข้างหน้าผ่านการถ่ายทอดแฟชั่นโชว์ศิลปนิพนธ์ปี 2023 จำนวนกว่า 80 ชุด ผลงานจากนักศึกษาสาขาการออกแบบแฟชั่น (Fashion Design) ร่วมด้วยการแสดงผลงานการออกแบบของนักศึกษาสาขาออกแบบตกแต่งภายในและผลิตภัณฑ์ (Interior &Product Design) ชั้นปีที่ 2 รุ่นที่ 21 ที่สำเร็จการศึกษา ณ คิว สเตเดียม ศูนย์การค้า ดิ เอ็มควอเทียร์
เถกิง ออศิริชัยเวทย์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ กล่าวว่า “ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ เกิดขึ้นมากมายการคิดอย่างสร้างสรรค์ได้เข้ามามีส่วนสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ สถาบันฯก่อตั้งมากว่า 23 ปีผลิตบุคลากรระดับแนวหน้าของวงการออกแบบทั้งในระดับประเทศและระดับโลกมาเป็นจำนวนมาก ด้วยการสร้างสรรค์ผลงานที่มุ่งเน้นการเพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์เป็นสำคัญ งานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ของประเทศได้มีเวทีในการแสดงออกถึงศักยภาพของพลังความคิดสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยต่อไปอย่างยั่งยืน”
สิทธิพัฒน์ ธนสารสิน ประธานคณะกรรมการดำเนินงาน สถาบันฯ กล่าวว่า “สถาบันฯได้เปิดหลักสูตรใหม่ “Top-Up Bridging Degree” เป็นครั้งแรกและแห่งแรกในประเทศไทย ขยายโอกาสให้นักเรียนของสถาบันด้วยวุฒิปริญญาตรีจากสถาบันออกแบบระดับโลก ทั้งสถาบัน NABA จากอิตาลี และ De Montfort University จากอังกฤษ พร้อมทั้งยกระดับหลักสูตรใหม่ Concentration Program เพิ่มความเข้มข้นในการเรียนตามความสนใจและเติมการเรียนนอกหลักสูตร ซึ่งงานซีไอดีไอฯในครั้งนี้จะสะท้อนศักยภาพด้านการออกแบบของนักออกแบบไทยรุ่นใหม่ทั้งในสาขาการออกแบบแฟชั่นและการออกแบบตกแต่งภายในและผลิตภัณฑ์ที่ได้ผ่านหลักสูตรการเรียนการสอนของสถาบันฯ พร้อมก้าวออกไปสู่โลกของอุตสาหกรรมการออกแบบต่อไป”
ภายในงานจัดแสดงแฟชั่นโชว์ศิลปนิพนธ์ มีคอลเลคชั่นไฮไลท์ อาทิ “A Fusion of Gothic and Art Nouveau” ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการผสมผสานอารมณ์ความมืดลึกลับของสไตล์ Gothic และเสน่ห์ที่น่าหลงไหลของ Art Nouveau การออกแบบโดยฉลุลวดลายจากศิลปะ Stained Glass การใช้เนื้อผ้าบางเบาและมองทะลุ ผสมผสานการใช้ความอ่อนโยนจากลวดลายดอกไม้และเถาวัลย์ด้วยผ้าลูกไม้ การปักและการใช้เทคนิคการรูดผ้าทำระบาย ภายใต้ความมืดมิดใช้สีในโทนดำเทาจับคู่เดรสระบายยาวกับเสื้อสูท, “Cottagecore” สัมผัสเสน่ห์อันงดงามในความเรียบง่ายและความคิดถึงของชีวิตในชนบทได้รับแรงบันดาลใจจากความสวยงามของหมู่บ้านนิวซีแลนด์ บ้านสไตล์วินเทจ มวลดอกไม้ที่เบ่งบานใช้วัสดุทางธรรมชาติในการผลิตผ้าหลักที่ใช้คือลินินหรือฝ้าย และ “Black Diamond” ก้าวสู่โลกแห่งความเป็นหญิงที่มีพลังได้รับแรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของวัสดุที่ยากที่สุดและสวยงามที่สุดในโลกความสง่างามของสีดำที่มีประกายระยิบระยับของเพชร ส่วนการแสดงผลงานศิลปนิพนธ์ของนักศึกษาสาขาออกแบบตกแต่งภายในและผลิตภัณฑ์นำเสนอผลงานการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้ โต๊ะ ชั้นวาง โคมไฟ เป็นต้น อาทิ “Sugarplum (in The Nutcracker)” โคมไฟที่ได้แรงบันดาลใจจากนิทานในความทรงจำ การผจญภัยของตุ๊กตาไม้ Nutcracker และ Clara เด็กสาวธรรมดาๆ ที่ค้นพบ Sugarplum Princess นางฟ้าผู้กล้าหาญและสง่างาม ภายในจิตวิญญาณของเธอหยิบเอาเอกลักษณ์ความเป็นตุ๊กตาไม้ Nutcracker มาเป็นวัสดุหลักทำให้โคมไฟออกมาคลาสสิกเหนือกาลเวลา, “AviGather” คือการผสมผสานของคำว่า Avi ที่มาจากAviation ที่แปลว่าศิลปะและศาสตร์ในการบิน และ Gather รวมเข้าด้วยกันเรื่องราวโคมไฟของแอร์โฮสเตสที่ผันตัวมาเป็นนักออกแบบ หยิบเอาปีกของเครื่องบินมาเป็นองค์ประกอบในการดีไซน์เพิ่มลูกเล่นด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ทั้งตั้งพื้นตั้งโต๊ะหรือจะถือพกพาก็สะดวกทุกรูปแบบ เป็นระบบโมดูลาร์ที่สามารถถอด ใส่ ปรับ ขยับ ได้ตามใจ ใช้วัสดุเป็นไม้พร้อมคงสีของไม้เอาไว้เพื่อให้ดูคลาสสิกและใช้งานได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ และผลงานการออกแบบสำนักงาน “ECHO Inc.” สํานักงานเป็นเสมือนบ้าน แสดงตัวตนของผู้อยู่อาศัย ต้องการสื่อถึงความฉลาดแปลกใหม่มีวิสัยทัศน์ และปกป้องสิ่งแวดล้อมผ่านการออกแบบและสีที่ใช้ ความแปลกใหม่แสดงผ่านรูปร่างและเส้นโค้งซึ่งแตกต่างจากสํานักงานแบบดั้งเดิมได้รับแรงบันดาลใจจากชื่อ ECHO หมายถึงชุดของเสียงที่เกิดจากการสะท้อนของคลื่นเสียงจากพื้นผิวกลับไปที่ผู้ฟัง เส้นโค้งของคลื่นความสูงของพาร์ทิชั่นที่แตกต่างกัน และรูปร่างของเฟอร์นิเจอร์นำมาใช้ในการออกแบบแสดงถึงความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อม โดยใช้แสงธรรมชาติสูงสุด พร้อมกับแผ่นอะคูสติกและพรมจากวัสดุรีไซเคิล








