ลัช ประเทศไทย เผยปรัชญาและความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของแบรนด์ LUSH

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755694

ลัช ประเทศไทย เผยปรัชญาและความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของแบรนด์ LUSH

ลัช ประเทศไทย เผยปรัชญาและความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของแบรนด์ LUSH

วันจันทร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

LUSH Thailand (ลัช ประเทศไทย) เผยปรัชญาและความเชื่อมั่นอันแรงกล้าของแบรนด์ LUSH (ลัช) บริษัทด้านความงามที่มีหัวใจในการรณรงค์ จากประเทศอังกฤษ นั่นคือ “A LUSH LIFE, WE BELIEVE…” จากการคิดค้น ผลิต และขายปลีกเครื่องสำอางทำมือที่สดใหม่ หลงใหลในการดำเนินการโดยตรงและใช้ร้านค้าทั่วโลกเป็นเวทีในการให้ความกระจ่างเกี่ยวกับประเด็นทางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก ร้านค้า ลัช แห่งแรกในประเทศไทย ทำให้ผู้คนหลงใหลในสุขภาพ ใส่ใจในแฟชั่น และมีสไตล์ในกรุงเทพฯ โดยการเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ในเดือนธันวาคม 2559 ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

“ในประเทศไทยเรามีฐานแฟนคลับของลัช หรือที่เราเรียกว่า ‘ชาวลัชชี่’ กลุ่มคนที่ชื่นชมแบรนด์ของเราค่อนข้างเหนียวแน่น เมื่อเราเข้ามาเปิดสาขาในเมืองไทยจึงทำให้เราได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้น จากชาวลัชชี่ที่เฝ้ารอคอย เมื่อเราเปิดสาขาแรกได้ไม่นานกระแสการตอบรับดีจนต้องมีการทยอยขยายสาขาเพิ่มขึ้นตามลำดับ ถือว่ายอดขายในปีแรกเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้สูงมาก” เพ็ญพิชญาญ์ อเล็กซานเดอร์ หนึ่งในผู้บริหาร LUSH Thailand กล่าว

ฟิลลิป อเล็กซานเดอร์ ผู้บริหาร LUSH Thailand (ลัช ประเทศไทย) กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์ LUSH มีชื่อเสียงในต่างประเทศจากผลิตภัณฑ์สำหรับการแช่น้ำการทำการตลาดในเมืองไทยที่เป็นประเทศที่ไม่มีวัฒนธรรมการแช่น้ำ LUSH จึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย และแบรนด์ต้องทำการสื่อสารกับกลุ่มผู้บริโภคคนไทยมากขึ้นว่า LUSH ไม่ได้มีแค่ผลิตภัณฑ์แช่น้ำ อย่างเช่น Bath Bomb หรือ Bubble Bar เท่านั้น เรามีผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่หลากหลาย สามารถใช้ได้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า น้ำหอมของ LUSH ก็เป็นที่ชื่นชอบของลัชชี่ เนื่องจากความเป็นเอกลักษณ์ทางกลิ่น รวมไปถึงรูปลักษณ์ที่เข้ากับทุกยุคทุกสมัย นอกจากนี้ ไม่ว่าจะเพศอะไร หรืออยู่ในช่วงอายุเท่าใด LUSH ก็ได้ทำการคิดค้นและออกแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อเป็นการรองรับทุกความต้องการของทุกคน

LUSH มีความชัดเจนในเรื่องของจริยธรรมอยู่ 6 เรื่อง คือ 1.ใช้ส่วนผสมที่สดที่สุด (Freshest Cosmetics) ยิ่งสดเท่าไหร่ ก็จะยิ่งได้รับประโยชน์ต่อผิวมากขึ้น 2.ไม่ทดลองผลิตภัณฑ์กับน้องสัตว์ (Fighting Animal Testing) 3.ซื้อขายแลกเปลี่ยนวัตถุดิบอย่างเป็นธรรม (Ethical Buying) 4.ผลิตภัณฑ์ 100% เป็นมังสวิรัติ (100% Vegetarian) และประมาณ 94% เป็นวีแกน (Vegan) 5.ทำผลิตภัณฑ์ด้วยมือ (Handmade) ให้ความสดใหม่ และใช้สารกันเสียจากธรรมชาติ 6.ผลิตภัณฑ์ที่ไร้บรรจุภัณฑ์ (Naked Packaging)เป็นการลดปริมาณพลาสติกและขยะ

“LUSH ยังมีความเชื่อว่า การทำธุรกิจที่ยึดแนวคิดในแบบฉบับของ LUSH จะส่งผลเชิงบวกในทุกๆ ด้านที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับแบรนด์ ตั้งแต่การเริ่มต้นกระบวนการต่างๆ จนถึงกระบวนการสุดท้าย จะก่อให้เกิดเป็นความยั่งยืน และการส่งต่อสิ่งดีๆ ต่อไปให้กับผู้บริโภคแบบไม่รู้จบ ซึ่งนอกจากกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และผลลัพธ์จากการใช้ผลิตภัณฑ์แล้ว เรายังมีความชัดเจนในเรื่องของจริยธรรม หรือ Brand Values ที่ทำให้เรามีเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องของ “คุณค่า” และ “โอกาส” ที่มีอยู่ในตัวเราทุกคนและเป็นสิ่งที่ทุกคนสมควรได้รับอย่างเท่าเทียม”

ฟิลลิป กล่าวทิ้งท้ายว่า จุดมุ่งหมายของ LUSH ประเทศไทย และ LUSH ทั่วโลก คือการทำให้โลกของเราเขียวขึ้นมากกว่าที่เป็น เนื่องจากแนวคิดที่ว่า “Leaving the world Lusher than we found it” เพราะเรามีความกังวลและใส่ใจในเรื่องของสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงสวัสดิภาพของมนุษย์และสวัสดิภาพของน้องสัตว์ ทำให้มีการร่วมงานกับแบรนด์อื่นๆ มากขึ้น เพราะเราต้องการที่จะให้ผู้บริโภคจากกลุ่มอื่นๆ ได้รู้จักแบรนด์ของเราและภารกิจที่เรากำลังทำเพื่อโลกใบนี้ อีกทั้ง เพื่อที่จะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการลดการใช้พลาสติก การใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ การไม่ทดลองผลิตภัณฑ์กับสัตว์ รวมถึงจริยธรรมอื่นๆ อีกมากมาย ที่ LUSH เชื่อมั่น เพราะอยากเห็นโลกของเราเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

“จะเห็นว่า ทั้งหมดที่ LUSH ทำ สิ่งสำคัญ ไม่ใช่กำไรที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจ แต่คือการนำกำไรนั้นมาต่อยอดและเพิ่มคุณค่า เพื่อช่วยโลก ช่วยธรรมชาติ รวมถึงช่วยสร้างโอกาสให้มนุษย์ด้วยกันเอง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำจุดยืนในการเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกน่าอยู่ขึ้นอีกด้วย ภายใต้ความเชื่อ “A LUSH LIFE, WE BELIEVE…” นั่นเอง”

Leave a comment