มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ ชูแผนพัฒนา ‘ทะเลสาบสงขลา’ หนุนอาชีพ ควบคู่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755923

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ ชูแผนพัฒนา ‘ทะเลสาบสงขลา’  หนุนอาชีพ ควบคู่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ฯ ชูแผนพัฒนา ‘ทะเลสาบสงขลา’ หนุนอาชีพ ควบคู่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

วันอังคาร ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เดินหน้าโครงการพัฒนาอาชีพตามดำริ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ภายใต้แผนงาน “ทะเลสาบสงขลายั่งยืน” มุ่งสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาอาชีพชุมชนชาวประมงรอบทะเลสาบสงขลาไปพร้อมๆ กับการปกป้องฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล สู่ความยั่งยืนในทุกมิติ

จอมกิตติ ศิริกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ เล็งเห็นความสำคัญของทะเลสาบสงขลา ในด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ เนื่องจากเป็นทะเลสาบแบบลากูนแห่งเดียวของประเทศไทย และมีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อีกทั้งยังเป็นที่อยู่ของสัตว์ทะเลหลากหลายชนิดโดยเฉพาะ “โลมาอิรวดี” ซึ่งจัดเป็นสัตว์ทะเลสถานะใกล้สูญพันธุ์ รวมถึงมีป่าพรุและป่าชายเลนโดยรอบทะเลสาบ มูลนิธิฯ จึงมุ่งขับเคลื่อนโครงการพัฒนาอาชีพ ตามดำริ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ภายใต้แผนงาน “ทะเลสาบสงขลายั่งยืน”เพื่อสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการพัฒนาชุมชนควบคู่ไปกับการปกป้อง ฟื้นฟู และอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติในทะเลสาบสงขลา

“มูลนิธิฯ เดินหน้าแผนงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทะเลสาบสงขลายั่งยืน ปี 2566-2568 มุ่งปกป้องและฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา พัฒนาอาชีพประมงพื้นบ้านยั่งยืน และอนุรักษ์สัตว์ในทะเลสาบ ครอบคลุมทะเลสาบตอนบนตอนกลาง และตอนล่าง ที่สำคัญ ทะเลสาบสงขลาถือเป็นทั้งแหล่งอาชีพและแหล่งอาหารที่สำคัญของชุมชนกว่า 4 แสนครัวเรือน มูลนิธิฯ จึงมีแผนสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างอาชีพที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ในอนาคต” จอมกิตติ กล่าว

ที่ผ่านมา มูลนิธิฯ มีการแลกเปลี่ยนทิศทางการขับเคลื่อนงานร่วมกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคมและชุมชน ได้แก่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง พัทลุง-สงขลา ในการหาแนวทางอนุรักษ์ “โลมาอิรวดี” พร้อมทั้งส่งเสริมให้ชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยว และสนับสนุนเด็กและเยาวชนลูกหลานชาวประมง สร้าง “มัคคุเทศก์น้อย” ผ่านหลักสูตร Thai Lagoon เพื่อปลูกฝังการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเลสาบสงขลา และมีความภาคภูมิใจในบ้านเกิดของตนเอง พร้อมทั้งหารือร่วมกับสมาคมรักษ์ทะเลไทยในการสนับสนุนการสร้างอาชีพยั่งยืน อาทิ การทำธนาคารกุ้งก้ามกรามเพื่อการเพิ่มพันธุ์สัตว์น้ำเศรษฐกิจ การเลี้ยงปลาในกระชังในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา เพื่อส่งเสริมอาชีพและรายได้และได้เข้าพบมูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศพื้นที่ทะเลสาบสงขลาตอนบน บริเวณชุมชนปากประ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญของโลก รวมถึงการอนุรักษ์ “ควายน้ำ” ระบบการเลี้ยงควายปลักพื้นที่ทะเลน้อย ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่มรดกโลกทางการเกษตรแห่งแรกของไทย

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังเข้าหารือสถาบันทักษิณคดีศึกษา สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนจังหวัดสงขลา ในการร่วมมือด้านการท่องเที่ยวชุมชน การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน อาหารท้องถิ่นและเข้าศึกษาดูงานที่ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตโหนด นาเล บ้านท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา ต่อยอดการยกระดับผลิตภัณฑ์จากตาลโตนด พร้อมช่องทางการจำหน่ายเข้าสู่ตลาดโมเดิร์นเทรด โดยมีเป้าหมายขยายสู่กิจการเพื่อสังคมหรือ Social Enterprise และการพัฒนากลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำ “นาริมเล” บ้านปากประ ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ จอมกิตติ ศิริกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท พร้อมด้วย บรรจง นะแส ที่ปรึกษาสมาคมรักษ์ทะเลไทย กิตติพงศ์ สงนุ้ย หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลหลวง พัทลุง-สงขลา ศุภเศรษฐ โอภิธากรณ์ กรรมการมูลนิธิพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยรมิตา ธุระบุตร์ รองนายก สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนสงขลากัญจนณัฏฐ์ บุญดำ หัวหน้าสวนพฤกษศาสตร์พนางตุง สายันต์ รักดำผู้นำกลุ่มทำนาริมเลบ้านปากประ ต.ลำปำ อ.เมือง จ.พัทลุง พูนทรัพย์ชูแก้ว ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโหนด นาเล บ้านท่าหิน อ.สทิงพระ จ.สงขลา สถาบันทักษิณคดีศึกษา และคณะทำงานของมูลนิธิฯ ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาอาชีพ ตามดำริ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้ร่วมติดตามความคืบหน้าแผนงาน “ทะเลสาบสงขลายั่งยืน” สานต่อความร่วมมือของทุกภาคส่วนอย่างยั่งยืน

Leave a comment