#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/757236

วันจันทร์ ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 41,993 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯ รวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันประมาณ 34,344 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมประมาณ 10,124 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41 ของความจุอ่างฯรวมกัน สามารถรับน้ำได้รวมกันประมาณ 14,747 ล้าน ลบ.ม.ขณะนี้มีการทำนาปีทั่วประเทศ ประมาณ 14.96 ล้านไร่คิดเป็นร้อยละ 88 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวแล้ว 2.90 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา ทำนาปีไปแล้ว 7.49 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 93 ของแผนฯ เก็บเกี่ยวไปแล้ว 2.53 ล้านไร่ ในส่วนของสถานการณ์ค่าความเค็มใน 4 ลำน้ำสายหลักอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าสถานการณ์เอลนีโญ ยังคงมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงปลายปี 2566 และลากยาวถึงปีหน้า จึงสั่งการให้โครงการชลประทานทุกแห่ง เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยแล้งที่อาจจะเกิดขึ้น โดยดำเนินการตาม 5 มาตรการในการบริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนของกรมชลประทาน ได้แก่ 1.น้ำเพื่ออุปโภค-บริโภคต้องเพียงพอตลอดทั้งปี 2.บริหารจัดการน้ำท่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3.ส่งเสริมให้เกษตรกรเพาะปลูกพืชโดยใช้น้ำฝนเป็นหลัก 4.กักเก็บน้ำในเขื่อนไว้ให้ได้มากที่สุด และ 5.บริหารจัดการน้ำเพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เพื่อบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน
พร้อมทั้งขอความร่วมมือเกษตรกรที่เพาะปลูกข้าวนาปีรอบแรกและเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จ งดเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่อง เพราะปริมาณน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอ ตลอดจนขอความร่วมมือทุกภาคส่วน ใช้น้ำอย่างประหยัด การจัดหาแหล่งเก็บกักน้ำหรือสำรองน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคในครัวเรือน