‘มข.’มอบนวัตกรรมผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/758683

‘มข.’มอบนวัตกรรมผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์

‘มข.’มอบนวัตกรรมผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์

วันจันทร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเร็วๆนี้ ศ.ดร.ธิดารัตน์ บุญมาศ รองอธิการบดีฝ่ายนวัตกรรมและวิสาหกิจ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) พร้อมด้วย ศ.ดร.อลิศรา เรืองแสง นักวิจัยคณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นายสุริยันต์ บุญพิโย ผู้ช่วยนักวิจัย, ชลธิชา มามิมิน ผู้ช่วยวิจัย และคณะ เดินทางไปส่งมอบนวัตกรรม ภายใต้โครงการทุนสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและวิสาหกิจ “ต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือน” ให้แก่เทศบาลตำบลบ้านผือ อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น โดยมี นายสุรชัย พลทะอินทร์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านผือ พร้อมด้วย นายทองไสย์ ไชยบุตรดี รองนายกเทศมนตรีตำบลบ้านผือ และผู้นำชุมชน เป็นผู้แทนในการรับมอบนวัตกรรม

โดย ศ.ดร.ธิดารัตน์ กล่าวว่า วันนี้มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้มาส่งมอบต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือนอย่างเป็นทางการแก่เทศบาลตำบลบ้านผือ หลังจากได้ลงพื้นที่มาศึกษาดูงาน และติดตั้งเครื่องให้ชุมชนได้ทดลองใช้มาระยะหนึ่งแล้ว ภายใต้โครงการทุนสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและวิสาหกิจ ซึ่งต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือนนี้ มหาวิทยาลัยได้จัดสรรงบประมาณส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เชิงสังคม ซึ่งเป็นผลงานนวัตกรรมที่ชุมชนได้ใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง และหวังว่าจะสามารถต่อยอดไปสู่การใช้ประโยชน์เป็นวงกว้างต่อไป

นายสุรชัย กล่าวว่า เทศบาลตำบลบ้านผือ รู้สึกขอบคุณมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอย่างยิ่งที่ได้พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ เทศบาลตำบลบ้านผือ จะใช้ต้นแบบนวัตกรรมนี้ เป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชน/ครัวเรือน สามารถพึ่งพาตนเองได้ทางด้านพลังงาน ลดค่าใช้จ่ายค่าเชื้อเพลิงสำหรับการหุงต้มในครัวเรือน และการใช้ประโยชน์จากกากตะกอนที่เหลือจากการหมัก รวมทั้งจะได้นำไปพิจารณาต่อยอดการใช้ประโยชน์แก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป

ศ.ดร.อลิศรา ระบุว่า ต้นแบบการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือน ประกอบด้วยตัวถังหมักสำหรับเติมมูลวัว มูลกระบือ ซึ่งภายในถังหมักจะมีใบกวนผสมมูลสัตว์อยู่ด้านในเพื่อให้มูลสัตว์ภายในถังหมักเกิดการผสมได้ดีและก่อให้เกิดแก๊สโดยตัวแกนหมุนใบผสมนี้ทางทีมวิจัยได้นำแผงโซลาร์เซลล์มาช่วยเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ให้เป็นไฟฟ้า เพื่อลดภาระค่าไฟของชุมชนด้วย

สำหรับแก๊สชีวภาพที่ได้จากถังหมักจะผ่านตัวกรองชีวภาพ โดยมีผงเหล็กออกไซด์เป็นตัวดูดซับแก๊สไฮโดรเจนซัลไฟด์หรือ “แก๊สไข่เน่า” ทำให้แก๊สที่ผลิตไปให้ชุมชนใช้งานไม่มีกลิ่นเหม็นหลงเหลืออยู่ ก่อนเข้าถุงเก็บแก๊สที่มีการต่อท่อไปยังเตาในครัวเพื่อใช้ในการประกอบอาหารทดแทนแก๊สหุงต้ม เมื่อชุมชนต้องการใช้ก็เพียงแค่นำมูลวัวหรือมูลกระบือเทลงไปในถังหมักแล้วรอประมาณ 1 คืน เพื่อให้เกิดกระบวนการหมักและผลิตแก๊ส

เช้าวันถัดมาก็จะสามารถเปิดถุงแก๊สเพื่อให้แก๊สไหลไปกับท่อที่ฝังอยู่ใต้ดินเข้าไปในเตาไฟที่ครัวและใช้งานได้ทันทีเหมือนแก๊สหุงต้มทั่วไป ส่วนกากตะกอนที่ได้จากระบบผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์จากถังหมักก็สามารถถ่ายออกจากถังหมักแล้วนำไปเป็นปุ๋ยรดน้ำต้นไม้ หรือนำไปทำให้แห้งก่อนจะอัดเป็นถ่านอัดแท่งได้ ผลงานชิ้นนี้เป็นความภูมิใจของนักวิจัยที่ได้นำนวัตกรรมมาสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน และให้ทุกคนได้เห็นประโยชน์จากวัสดุเศษเหลือต่างๆ เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทนและพึ่งพาตนเองได้

ด้าน รุจิกาญจน์ พลตรีนิษฐากุล หรือป้าถนอม อายุ 50 ปี ชาวบ้านในชุมชนเทศบาลตำบลบ้านผือ กล่าว ปกติเลี้ยงกระบือ 9 ตัวทำให้ในแต่ละวันมีมูลมากแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ บางครั้งก็นำไปทิ้ง นำไปกองรวมกันไว้ หรือนำไปเป็นปุ๋ยใส่ต้นไม้บ้าง เมื่อมีเครื่องต้นแบบกระบวนการผลิตแก๊สชีวภาพจากมูลวัวและมูลกระบือระดับครัวเรือนเข้ามา ได้ลองใช้งานมาประมาณ 7 เดือน พบว่าใช้งานง่ายทำกับข้าว นึ่งข้าวได้สบาย โดยมูลกระบือ 1 ถัง ใช้ทำกับข้าวได้ถึง 3 มื้อ ในบ้านอยู่กัน 2 คน ปกติซื้อแก๊สถัง LPG ที่ใช้หุงต้มทั่วไป 1 ถังถังละ 473 บาท ใช้ได้ 2 เดือน ตอนนี้ประหยัดไป 3 ถัง คิดเป็นเงินกว่า 1,000 บาท รู้สึกดีใจมากที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นนำนวัตกรรมนี้เข้ามาให้ได้ใช้แบบนี้

Leave a comment