#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/760295

วัยทอง…..ก็มีหัวใจ
วันอังคาร ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
ปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับโรคหัวใจ สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย ปัจจุบันเป็นยุคที่มีจำนวนผู้สูงวัยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และเพิ่มโอกาสของการเป็นโรคต่างๆ มากขึ้น
วัยทอง (menopause) เป็นคำที่ใช้เรียกผู้หญิงในวัยหมดประจำเดือนอายุโดยเฉลี่ยของผู้หญิงไทยที่เริ่มหมดประจำเดือน คือประมาณ 49-52 ปี ผู้หญิงในวัยทองจะพบภัยเงียบบางประการที่พบร่วมกับภาวะหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในระยะยาว ตัวอย่างเช่น โรคกระดูกพรุน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมองตีบ เป็นต้น ภาวะดังกล่าวข้างต้นส่งผลเสียต่อผู้หญิงในวัยทอง นำไปสู่การเพิ่มอัตราการเสียชีวิต ภาวะทุพพลภาพ และทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลง นอกจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายแล้ว ผู้หญิงในวัยทองอาจมีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตและการปรับตัวให้เข้ากับคนรอบข้าง ดังนั้น การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในวัยทองที่ถูกต้อง จะสามารถป้องกันการเกิดภาวะไม่พึงประสงค์ และให้การดูแลรักษาอย่าง
ทันท่วงทีที่เกิดโรค
หลักในการดำเนินชีวิตในวัยทอง ให้มีความสุขและสุขภาพแข็งแรง ได้แก่
– การพักผ่อนที่เพียงพอ โดยเฉพาะการนอนหลับสนิทอย่างเพียงพอในตอนกลางคืน
– การรักษาอารมณ์ให้ปกติ ทำจิตใจให้แจ่มใส หลีกเลี่ยงความเครียด การคิดบวกเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการมีสุขภาพจิตที่ดี
– ที่พักอาศัยในสิ่งแวดล้อมที่ดี และถูกสุขลักษณะ
– การรับประทานอาหาร
– รับประทานอาหารในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มาก หรือน้อยเกินไป
– รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะให้หลากหลายชนิด เพื่อให้ได้สารอาหารที่มีประโยชน์อย่างครบถ้วน
– ลดการบริโภคอาหารที่มีปริมาณไขมันอิ่มตัวสูง อาหารหวานหรือเค็ม
– เน้นการบริโภคอาหารที่มีกากใยผัก และผลไม้เป็นประจำ โปรตีนจากปลา อาหารที่มีปริมาณแคลเซียมสูง เช่น นม กะปิ กุ้งแห้ง ปลาเล็กปลาน้อย (ที่กินกระดูกปลาได้) หรือผักที่มีใบสีเขียวเข้ม เป็นต้น
– ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 1.5-2.0 ลิตร
– การขับถ่ายอุจจาระทุกวัน ให้เป็นเวลา
– การควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงภาวะอ้วน หรือผอมจนเกินไป ทั้งนี้ผู้หญิงในวัยทองมีแนวโน้มที่จะมีปริมาณไขมันสะสมในร่างกายมากกว่าในผู้ชาย
– การรักษาโรคประจำตัว ผู้หญิงวัยทองบางคนอาจมีโรคร่วมบางอย่างที่เป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูงเป็นต้น ควรให้ความสำคัญในการรักษาโรคร่วมดังกล่าวข้างต้นอย่างเคร่งครัด
– การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ นานครั้งละ 20-30 นาทีขึ้นไปโดยเน้นการออกกำลังกายแบบแอโรบิกกล่าวคือการออกกำลังกายแบบต่อเนื่องเช่น การเดินเร็ว การวิ่งเหยาะๆ การว่ายน้ำ การปั่นจักรยาน หรือการเต้นแอโรบิก เป็นต้น แต่ทั้งนี้ ควรปรับตามสุขภาพของแต่ละคน โดยในระยะแรกให้เริ่มออกกำลังกายเบาๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ และค่อยๆ เพิ่มเวลา และความรุนแรงในการออกกำลังกายให้มากขึ้นตามลำดับ
– หลีกเลี่ยงภาวะหรือกิจกรรมที่บั่นทอนสุขภาพ เช่น ความเครียดกังวล ภาวะซึมเศร้า ภาวะอ้วน การนั่งๆ นอนๆ และไม่ออกกำลังกาย การสูบบุหรี่ เป็นต้น
– การตรวจสุขภาพ ตรวจคัดกรองมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก และพบแพทย์เป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
– การเข้าพบแพทย์ และรับการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดเมื่อมีอาการผิดปกติ