TCAC 2023 ‘สานพลัง เสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/761575

TCAC 2023 ‘สานพลัง เสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน’

TCAC 2023 ‘สานพลัง เสริมภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน’

วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 20.24 น.

ในการประชุมภาคีการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของไทย ครั้งที่ 2 หรือ Thailand Climate Action Conference: TCAC 2023 ในวันที่ 6 -7 ตุลาคม 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายเถลิงศักดิ์  เพ็ชรสุวรรณ ในฐานะโฆษกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การประชุม TCAC 2023 ครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากทุกภาคส่วน ประกอบด้วยผู้เข้าร่วมประชุมระดับคณะรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง คณะทูตานุทูต ผู้ว่าราชการ ผู้บริหารภาครัฐ ผู้บริหารภาคเอกชน สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และบุคคลผู้สนใจ เข้าร่วมทั้ง 2 วัน กว่า 3,700 คน จาก 48 ประเทศ เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและมีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน ตอบสนองต่อนโยบายของประเทศ

การประชุม TCAC 2023 จึงได้ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อประเมินการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากกิจกรรมการจัดงานประกอบด้วย การใช้พลังงานไฟฟ้าในการจัดประชุม ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการจัดงาน และการจัดเลี้ยงอาหารว่างและเครื่องดื่ม พบว่า มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 3,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า และได้มีการนำคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย หรือ T-VER ประเภทการผลิตพลังงานทดแทนจากเชื้อเพลิงชีวมวล มาชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Carbon Neutral Event  ผลสำเร็จจากการจัดประชุม TCAC 2023 ครั้งนี้ ได้แสดงถึงพลังความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในประเทศไทยทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาชน ที่จะนำพาประเทศให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ในการประชุมครั้งนี้มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคเอกชน เยาวชน และภาคประชาสังคม ร่วมนำเสนอเผยแพร่การดำเนินงานอันเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศไทยสู่สังคมเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ   อาทิ เส้นทาง TCAC 2023 เส้นทางสู่ปี 2023 และเป้าหมายระดับโลก โดย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ธุรกิจไทยร่วมขับเคลื่อนสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)

นอกจากนี้ยังมีภาคประชาชนและเยาวชน เป็นอีกเสียงสะท้อนเพื่ออนาคตไทย (Climate Action We Want) โดย นายจิระภัทร ศรีทะวงษ์ ผู้แทนเยาวชน Net-Zero Thailand: ACE Youth Ideathon Camp นางสาวโทโมโกะ อิคุตะ เยาวชนไทยที่เข้าร่วมการประชุม COP27 นายณัฐชนน ไตรธรรม ผู้แทนเครือข่ายเยาวชนระดับโลกเพื่อความหลากหลายทางชีวภาพประจำประเทศไทย นางสาวประไพ เรืองฤทธิ์ กรรมการและเลขานุการเครือข่าย ทสม. จังหวัดระนอง นายสาคร สงมา ประธานสมัชชาองค์กรเอกชนด้านการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และได้มีการมอบโล่ประกาศเกียรติคุณองค์กรผู้มีส่วนร่วมเป็นผู้นำด้านการจัดการก๊าซเรือนกระจก จำนวน 15 องค์กร และโล่ประกาศเกียรติคุณให้เยาวชนและประชาสังคม จำนวน 5 องค์กร

อีกทั้ง เผยการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศขั้นต่อไป โดยบูรณาการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ครอบคลุมทุกภาคส่วนเศรษฐกิจ ร่วมแสดงพลังการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตอบเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065  ส่งเสริมเศรษฐกิจที่คำถึงสิ่งแวดล้อม พัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมในการลด และกักเก็บก๊าซเรือนกระจก เพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน เพิ่มพื้นที่สีเขียวทุกประเภทเพิ่มการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อกำกับดูแลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคบังคับ และหากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน จะช่วยทำให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ได้เร็วกว่าที่ประเทศไทยได้ประกาศเจตนารมย์ไว้

ผลจากการประชุมครั้งนี้ จะนำไปรายงานในช่วงสมัยประชุมสมัชชารัฐภาคีกรอบอนุสัญญาฯ สมัยที่ 28 (COP28) ที่มีกำหนดจัดในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 12 ธันวาคม 2566 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะผลักดันประเด็นการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน (Energy transition) การยกระดับเศรษฐกิจไปสู่การค้าการลงทุนที่เป็นมิตรต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate’s capital) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดทั้งระบบเศรษฐกิจ เรียกร้องให้มีการสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยี การสนับสนุนทางการเงิน และเสริมสร้างศักยภาพเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก กล่าวเพิ่มเติมว่า การชดเชยคาร์บอนได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัท มิตรผล ใช้คาร์บอนเครดิตที่ได้จากการเอาชานอ้อยนำไปผลิตพลังงานไฟฟ้าและนำมา offset กับการปลดปล่อยคาร์บอนของงานนี้ ทำให้งานนี้มีการปลดปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ ซึ่งคาร์บอนเครดิตจากโครงการ T-VER มีระบบการตรวจวัด รายงาน และทวนสอบ ที่เป็นมาตรฐาน ผลการลดก๊าซเรือนกระจกมีความน่าเชื่อถือ ผ่านระเบียบวิธีการและการกำกับดูแลที่โปร่งใสและเข้มงวด

-(016)

Leave a comment