‘คุณภาพงานวิจัย’ของมจธ. ชูเป็นมหาวิทยาลัยไทยอันดับ 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/763783

‘คุณภาพงานวิจัย’ของมจธ.  ชูเป็นมหาวิทยาลัยไทยอันดับ 3

‘คุณภาพงานวิจัย’ของมจธ. ชูเป็นมหาวิทยาลัยไทยอันดับ 3

วันพฤหัสบดี ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Times Higher Education (THE) ประกาศผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก Times Higher Education World University Rankings 2024 (THE 2024) จากการจัดอันดับ 2,673 มหาวิทยาลัย ปรากฏว่ามีสถาบันอุดมศึกษาของไทย ติด 1 ใน 1,000 ลำดับแรก รวม 4 สถาบัน คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล (อันดับที่ 601-800 ของโลก) อันดับที่ 3 รวมจำนวน 2 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (อันดับที่ 801-1,000 ของโลก) โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้คะแนนรวมเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มมหาวิทยาลัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของไทย

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. กล่าว ในส่วนของ มจธ. นั้น จากการให้คะแนนของ THE ใน 5 ด้าน คือ 1.คุณภาพการสอน (Teaching) 2.สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการวิจัย (Research Environment) 3.คุณภาพงานวิจัย (Research Quality) 4.ผลลัพธ์เชิงอุตสาหกรรม (Industry) 5.ความเป็นนานาชาติ (International Outlook) นั้น ด้านที่เป็นจุดเด่นที่สุดของ มจธ. ภายใต้เกณฑ์การให้คะแนน THE ก็คือ “คุณภาพงานวิจัย” (Research Quality) ซึ่งได้คะแนนสูงเป็นอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยในไทยและลำดับที่ 8 ของมหาวิทยาลัยในอาเซียน

ส่วนสำคัญที่ทำให้ได้มีคะแนนในด้านนี้สูง คือ “ผลกระทบจากการอ้างอิง” (Citation Impact) และ “ความเป็นเลิศของงานวิจัย” (Research Excellence) ที่ทั้งสองหัวข้อ เราได้คะแนนเป็นอันดับ 1 ของประเทศ และอันดับ 7 และ 8 ของมหาวิทยาลัยในอาเซียนตามลำดับมีการนำผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยทั้ง THE และสถาบันอื่นๆ มาเป็นเครื่องมือเพื่อใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยอื่นๆ ทั้งในไทย อาเซียนและทั่วโลก เพื่อมองหาช่องว่างและโอกาสที่จะสามารถพัฒนาตนเองให้ดีขึ้น แต่ไม่มีการนำ Ranking มาเป็นเป้าหมายของมหาวิทยาลัย

“สิ่งที่เป็นเป้าหมายสำคัญของเราคือ การทำตามพันธกิจหลัก 3 ด้านของมหาวิทยาลัย ทั้งด้านการเรียนการสอน ด้านงานวิจัย และด้านบริการเพื่อสังคมให้สำเร็จ โดยมี Ranking หรือการจัดอันดับของสถาบันต่างๆ เป็นตัวสะท้อนให้เราเห็นภาพได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเท่านั้น ซึ่งในที่สุดการจัดอันดับ หรือ Ranking ดีๆ ไปสู่การรับรู้ของผู้ที่กำลังจะศึกษาต่อทั้งคนไทยและต่างชาติ รวมถึงสถาบันหรือหน่วยงานด้านการศึกษาวิจัยในระดับโลกก็จะนำไปสู่โอกาสที่ทำให้เราได้ผู้เรียนที่มีศักยภาพ และเกิดความร่วมมือระดับนานาชาติกับองค์กรและนักวิจัยเก่งๆ อันจะเกิดประโยชน์ในระยะยาวทั้งกับมหาวิทยาลัยและประเทศชาติในที่สุด” รศ.ดร.สุวิทย์กล่าว

นอกจากนั้นแล้วการประกาศผลงานวิจัยเผยแพร่ได้รับการตีพิมพ์และอ้างอิงสูงที่สุด Top 2% ของโลกWorld’s Top 2% Scientists 2023 ประเภท Career-long data are updated to end-of-2022 (All citations) ของ John P.A.Ioannidis ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดมีคณาจารย์ มจธ. 8 ท่าน ที่ติดอันดับด้วยสื่อถึงศักยภาพและคุณภาพของการวิจัยในสถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้

Leave a comment