#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/764685

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่รับฟังปัญหาของกลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแคและกลุ่มทอผ้าบ้านเนินมวง ต.ขอนหาด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช โดยติดตามการส่งเสริมอาชีพด้านหม่อนไหม ซึ่งมีเกษตรกรผู้ทอผ้าในพื้นที่ ต.ขอนหาด อ.ชะอวด 5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทอผ้าบ้านตรอกแค กลุ่มทอผ้าบ้านเนินมวง กลุ่มทอผ้าบ้านขอนหาด ศูนย์ศิลปาชีพบ้านตรอกแค และกลุ่มกนกศิลป์ ที่มีการทอผ้ายกเมืองนครด้วยกี่ Jacquard ทอมือ ปัจจุบันเกษตรกรหมู่บ้านตรอกแค สามารถสร้างรายได้จากการทอผ้า 4,000,000 บาท / ปีและกลุ่มทอผ้ามีความต้องการผลักดันกลุ่มให้ใช้ไหมจากพื้นถิ่นในการผลิตผ้าไหมจากร้อยละ 10 เป็นร้อยละ 100 ให้เป็นการทำผ้าไหมครบวงจรจนได้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยเริ่มจากการปลูกหม่อนจัดทำโรงเรือนเลี้ยงไหมพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้สาธารณะกลุ่มทอผ้าของชุมชน
นายไชยา กล่าวว่า จากการที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จฯทรงเยี่ยมศูนย์ศิลปาชีพ จ.นครศรีธรรมราช จึงส่งเสริมให้ฟื้นฟูการทอผ้าและเกษตรกรผู้ทอผ้าต้องการต่อยอดให้เกิดการผลิตครบวงจร โดยมอบหมายให้กรมหม่อนไหม ผลักดันลายผ้าไทยไปสู่นานาชาติภายใต้นโยบาย “ตลาดนำนวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้” ของรัฐบาล เริ่มจากการผลักดันให้ไหมไทยเป็นหนึ่งในชิ้นส่วนการผลิตของสินค้าแบรนด์เนม และต่อยอดไปสู่การให้นางแบบเดินชุดผ้าไทยบนเวทีระดับโลก พร้อมทั้งส่งเสริมนักออกแบบรุ่นใหม่ที่มีนวัตกรรมการผลิตลายผ้าสร้างสรรค์ลายผ้า หรือออกแบบเสื้อผ้าจากผ้าไทยที่มีลายอันเป็นเอกลักษณ์ ให้สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศทุกวัย มีความทันสมัย ใส่สบาย ส่วนรังไหมสดที่มีการสั่งซื้อจากทั่วประเทศ 5,000 ตันต่อปี แต่สามารถผลิตได้เพียง 1,000 ตันต่อปี กระทรวงเกษตรฯมีศูนย์วิจัยเกี่ยวกับผ้าไหมและรังไหมจึงส่งเสริมการใช้งานวิจัยมาปรับใช้กับสินค้าเกษตร