TPCX-ม.เชียงใหม่-พาร์ทเนอร์ Bitkub พัฒนาระบบตรวจสอบเอกสารตัวจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764588

TPCX-ม.เชียงใหม่-พาร์ทเนอร์ Bitkub พัฒนาระบบตรวจสอบเอกสารตัวจริง

TPCX-ม.เชียงใหม่-พาร์ทเนอร์ Bitkub พัฒนาระบบตรวจสอบเอกสารตัวจริง

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ทีพีซีเอกซ์ จำกัด ภายใต้เครือสหพัฒน์ โดย นายธวัชชัยตั้งวรกิจถาวร กรรมการบริษัท ร่วมกับ วิทยาลัยศิลปะ สื่อ และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (College of Arts, Media, and Technology, Chiang Mai University : CAMT) โดย ผศ.ดร.วรวิชญ์ จันทร์ฉาย คณบดีและ บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยีจำกัด โดย นายภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ Certifile ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมื่อวันก่อน

โครงการ Certifile จัดทำขึ้นมาเพื่อสนับสนุนด้านเทคโนโลยีตรวจสอบความถูกต้องเอกสารรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ของโครงการต่างๆ เพื่อประโยชน์ของนักศึกษา โดยสามารถตรวจสอบและยืนยันว่า เอกสารนั้นมีความถูกต้องหรือถูกปลอมแปลงได้ รวมถึงการอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมของนักศึกษาและผู้เกี่ยวข้องของคณะ เช่น การจัดคอร์สอบรม รวมถึงเอกสารการเข้าร่วมการฝึกงานที่ CAMT ร่วมมือกับบริษัทพาร์ทเนอร์ของ Bitkub โดยการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ในรูปแบบของ NFT (Non-Fungible Token) ผ่านมาตรฐาน KAP-721 บนเครือข่ายBitkub Chain ที่มีคุณสมบัติขั้นต่ำเทียบเท่ากับ ERC-721 ของเครือข่ายEthereum ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในระดับสากล อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบเอกสารได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง และตรวจสอบธุรกรรมได้บน BKC Scan

ผศ.ดร.วรวิชญ์ จันทร์ฉาย คณบดี กล่าวว่าทาง CAMT มีความสนใจและมีแนวคิดที่จะนำแพลตฟอร์ม Certifile มาใช้ในการทำ Activity
Transcript NFT ของนักศึกษา,ใบอบรมต่างๆ ของคณะ รวมถึงโครงการด้านเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งยังมีแนวคิดที่จะนำไปต่อยอดเป็นมาตรฐานการทำงานร่วมกับคณะอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

นายธวัชชัย ตั้งวรกิจถาวร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีพีซีเอกซ์จำกัด ได้กล่าวเสริมถึงมุมมองของภาคเอกชนและธุรกิจในเครือสหพัฒน์ว่า มีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมต่างๆ จากเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง และเป็นโอกาสอันดีในการสร้างสะพานระหว่างสถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจ เพื่อให้สามารถคัดเลือกบุคลากรได้อย่างมั่นใจผ่านการยืนยันเอกสารด้วยระบบ Certifile ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การใช้กับเอกสารต่างๆระหว่างภาคธุรกิจด้วยกัน

นายภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชนเทคโนโลยี จำกัด มีมุมมองว่าการพัฒนาโครงการที่ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานนี้ ทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมและก้าวเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีในเวทีโลกอีกทั้ง ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการนำเทคโนโลยีบล็อกเชน และ NFT รวมถึงเทคโนโลยีอื่นที่เกี่ยวเนื่องของโครงการ Certifile นำมาประยุกต์ใช้กับเอกสารสำคัญของนิสิตนักศึกษา หรือมหาวิทยาลัย เพื่อให้นิสิต นักศึกษา มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ บริษัทเอกชน หรือบุคคลหรือองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องสามารถตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารสําคัญทางการศึกษาดังกล่าว รวมถึงความร่วมมือในการดําเนินกิจกรรมด้านอื่นๆ โดยจะสามารถสร้างประสิทธิภาพสูงสุดให้กับเทคโนโลยีบล็อกเชนได้

Leave a comment