#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/765885

ต่อยอดงานวิจัยปูทะเลแก้จน‘ม.อ.ปัตตานี-บพท.’ เสนอบูรณาการความร่วมมือพัฒนาประมงชายฝั่ง
วันจันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
“ปัญหาการขาดแคลนแม่พันธุ์ปูที่มีไข่นอกกระดองเพื่อใช้ในการเพาะพันธุ์และอนุบาล เป็นเงื่อนไขอุปสรรคสำคัญที่ส่งผลให้การเพาะและขยายพันธุ์ปูทะเลในประเทศไทย เนื่องจากโดยปกติปูทะเลจะอาศัยบริเวณชายฝั่งป่าชายเลน แต่เมื่อถึงเวลาที่จะต้องปล่อยไข่ให้ออกไปอยู่นอกกระดอง ปูจะว่ายน้ำในช่วงที่ไข่ยังอยู่ในตัวเพื่อไปหาแหล่งที่เหมาะสมที่ระดับความลึกราว 30-50 เมตร บริเวณนอกชายฝั่ง
แต่เมื่อคณะนักวิจัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งจังหวัดปัตตานีสามารถพัฒนาเทคโนโลยีระบบการกระตุ้นแม่พันธุ์ปูทะเลให้ปล่อยไข่ออกนอกกระดอง ภายในศูนย์เพาะฟักลูกปู ทำให้เราสามารถก้าวข้ามเงื่อนไขอุปสรรคไปได้”
รศ.ดร.ซุกรี หะยีสาแม อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี (ม.อ.ปัตตานี) กล่าวถึงความก้าวหน้าของ “การพัฒนาการเพาะพันธุ์และเพาะเลี้ยงปูทะเล” กระทั่งยกระดับขึ้นมาเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่ที่มีบทบาทอย่างสูงในการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ แก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จแม่นยำ แก่ประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ซึ่งโครงการดังกล่าว ที่ รศ.ดร.ซุกรีนำเสนอต่อรองนายกรัฐมนตรี สมศักดิ์เทพสุทิน ในฐานะประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กพต.) ซึ่งลงพื้นที่เยี่ยมชมโรงเพาะฟักสัตว์น้ำ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.อ.ปัตตานี เมื่อเร็วๆ นี้ เป็นดอกผลจาก “งานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการเลี้ยงปูทะเลให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศสู่เมืองปูทะเลโลก” โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารและจัดการทุน ด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)
รวมถึงการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ซึ่งกำหนดโจทย์วิจัยที่มุ่งให้เกิดการค้นคว้าหาความรู้ในการเพาะฟักลูกปู จากแม่พันธุ์ปูที่มีไข่นอกกระดอง เพื่อขยายพันธุ์ปูทะเล และเพิ่มปริมาณปูทะเลให้เพียงพอที่จะส่งเสริมเป็นอาชีพที่มั่นคง สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยพบว่า “ระบบการกระตุ้นแม่พันธุ์ปูทะเลให้ปล่อยไข่ออกนอกกระดอง” สามารถกระตุ้นให้แม่ปูที่มีไข่ในกระดองให้ปล่อยไข่ออกนอกกระดองและฟักออกมาเป็นลูกปู เพื่อนำไปอนุบาลได้ถึงร้อยละ 75-85
“ปัจจุบันแม่ปูทะเลที่มีไข่นอกกระดองหรือลูกปูที่ผลิตได้จากโครงการวิจัย ได้ถูกส่งมอบให้แก่หน่วยงานที่สนใจ นำเอาลูกปูไปอนุบาลต่อไปเพื่อให้บริการแก่เกษตรกรและการเพิ่มปริมาณปูทะเลในแหล่งน้ำธรรมชาติ บนหลักการที่เชื่อมโยงความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันให้ จ.ปัตตานี เป็นเมืองปูทะเลโลก” รศ.ดร.ซุกรี ระบุ
รศ.ดร.ซุกรี ยังได้มีข้อเสนอแนะต่อรองนายกฯ ว่า อยากให้ภาครัฐส่งเสริมและบูรณาการการทำงานต่อเนื่องเพื่อพัฒนาและส่งเสริมการเพาะเลี้ยงปูทะเล โดยสนับสนุนการพัฒนาการผลิตแม่ปูและพัฒนาพันธุ์ปูของ ม.อ.ปัตตานี ตลอดจนการดำเนินงานของโรงเพาะฟักสัตว์น้ำให้สมบูรณ์เพื่อให้สามารถพัฒนาเทคนิคและผลิตลูกปูได้อย่างต่อเนื่อง สนับสนุนให้กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีส่วนร่วมในการผลิตลูกปูและส่งเสริมการเลี้ยงปูให้แก่เกษตรกร
พร้อมทั้งสนับสนุนให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพิ่มการนำพื้นที่ป่าชายเลนมาใช้ประโยชน์นอกจากนี้ ภาครัฐควรสนับสนุนและต่อยอดการดำเนินงานธนาคารปูม้าชุมชนที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง กำหนดมาตรการช่วยเหลือด้านราคาปลากะพงขาว สร้างระบบนิเวศทางเลือกอาชีพใหม่เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนชายฝั่งที่โยงกับฐานทรัพยากร เช่น การท่องเที่ยวรอบอ่าวปัตตานี เพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาแก่ชุมชนชายฝั่งทะเล
