อันตรายจากแมงดาทะเลและปลาปักเป้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/766070

อันตรายจากแมงดาทะเลและปลาปักเป้า

อันตรายจากแมงดาทะเลและปลาปักเป้า

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ข้อมูลจากศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีพบว่า ในช่วงประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา จะมีผู้เจ็บป่วยและเสียชีวิตจากการบริโภคแมงดาทะเลและปลาปักเป้าในช่วงตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน จำนวนจะเพิ่มสูงขึ้นตามจนสูงสุดในช่วงเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ของทุกปี โดยที่อาการของโรคจากการรับประทานสัตว์สองชนิดนี้เหมือนกัน ทั้งนี้เนื่องจากการเจ็บป่วยจากสัตว์ทั้งสองชนิดนี้เกิดจากสารพิษตัวเดียวกันคือ“เตโตรโดท็อกซิน” (tetrodotoxin) สำหรับปลาปักเป้าน้ำจืดในประเทศไทยพบว่ามีสารพิษชื่อ “ซาซิท็อกซิน” (saxitoxin) ซึ่งมีความเป็นพิษคล้ายคลึงกัน ในบทความนี้จึงขอเรียกรวมว่าเตโตรโดท็อกซิน

เตโตรโดท็อกซินเป็นสารที่สร้างขึ้นจากแบคทีเรียและสิ่งมีชีวิตเล็กๆที่อยู่ในน้ำ สัตว์บางชนิด เช่น แมงดาทะเล ปลาปักเป้า และหมึกสายวงน้ำเงิน (blue ring octopus) มีความสามารถในการรับสารนี้เข้าไปและเก็บสะสมในร่างกายโดยไม่เกิดอันตรายกับตัวเอง แต่หากสัตว์อื่นไปกินหรือสัมผัสถูกเตโตรโดท็อกซินที่สะสมไว้ ก็จะเกิดการเจ็บป่วยจากพิษนี้ได้ อวัยวะที่จะมีการสะสมสารพิษชนิดนี้ไว้สูงได้แก่ อวัยวะภายใน เช่น ไข่ และชั้นใต้ผิวหนัง สัตว์เหล่านี้จะมีเตโตรโดท็อกซินสะสมอยู่ในแต่ละช่วงเวลาไม่เท่ากัน บางช่วงเวลาอาจจะเกิดเป็นพิษน้อย บางช่วงเป็นพิษมาก ทำให้ผู้ป่วยบางคนเข้าใจผิดว่ามันกินได้ เพราะเคยรับประทานแล้วไม่เกิดเป็นพิษ ช่วงเวลาที่กล่าวถึงนี้จะเป็นช่วงที่มีการสะสมเตโตรโดท็อกซินไว้สูง นอกจากนี้เตโตรโดท็อกซินยังทนความร้อนและละลายน้ำได้ดี ถึงแม้นำไปปรุงให้สุกหรือผ่านความร้อนก็ไม่สามารถทำลายมันได้ ยังสามารถเกิดเป็นพิษได้อาการเป็นพิษจากเตโตรโดท็อกซินจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่กี่นาทีถึง 2-3 ชั่วโมง เริ่มจากอาการคลื่นไส้อาเจียน มึนเวียนศีรษะ ต่อจากนั้นก็จะก่อให้เกิดอาการของระบบประสาทส่วนที่เป็นเส้นประสาท โดยจะเริ่มต้นจากอาการชาบริเวณลิ้น รอบปากและปลายมือปลายเท้า ต่อจากนั้นก็จะมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อบริเวณศีรษะทำให้กลืนลำบาก พูดไม่ชัด ลืมตาไม่ขึ้น พร้อมๆ กับมีอาการอ่อนแรงของแขนขา เริ่มจากปลายมือปลายเท้าขึ้นมาสู่กล้ามเนื้อส่วนต้น หากได้รับพิษจำนวนมากก็จะทำให้กล้ามเนื้อทั้งร่างกายรวมถึงกล้ามเนื้อในการหายใจอ่อนแรงด้วย ในขณะที่เกิดอาการดังกล่าวผู้ป่วยมักจะยังมีระดับสติปกติ แต่อาจจะไม่สามารถสื่อสารกับคนอื่นให้เข้าใจได้ จึงทำให้ดูเหมือนหมดสติไปแล้ว หากผู้ป่วยไม่ได้รับการช่วยเหลือด้วยการช่วยการหายใจผู้ป่วยก็จะหยุดหายใจและเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าผู้ป่วยได้การช่วยหายใจได้ทัน และแพทย์รักษาประคับประคองไว้เกินกว่า 48 ชั่วโมง ผู้ป่วยก็สามารถจะหายเป็นปกติได้ในเวลาไม่นาน

ในประเทศญี่ปุ่นปลาปักเป้านี้เรียกว่า “ฟุกุ” (Fugu) จัดเป็นจานอาหารที่มีราคาแพง แต่ผู้ปรุงอาหารจะต้องได้รับการฝึกอบรมและการรับรองแล้วเท่านั้นว่าสามารถแล่เนื้อปลาโดยไม่ทำให้เตโตรโดท็อกซินออกจากอวัยวะที่มีสารพิษมาปนเปื้อนเนื้อปลา และผู้รับประทานเองก็ทราบว่ารับประทานปลาอะไร จึงสามารถลดโอกาสเกิดเป็นพิษที่รุนแรงและเสียชีวิตได้ แต่สำหรับประเทศไทย สารเตโตรโดท็อกซินพบอยู่ในไข่ของแมงดาทะเลชนิดแมงดาถ้วยหรือเหรา และปลาปักเป้า การเกิดเป็นพิษจากการรับประทานไข่แมงดาทะเลนั้น บ่อยครั้งที่ผู้บริโภคไม่สามารถแยกระหว่างแมงดาจานซึ่งไม่มีพิษกับแมงดาถ้วยซึ่งมีพิษได้บางครั้งไข่แมงดาทะเลที่นำมาขายก็ไม่ได้อยู่ในตัวแมงดาทะเล ให้ผู้บริโภคได้เห็นอย่างชัดเจน จึงมีรายงานผู้ป่วยกินไข่แมงดาทะเลแล้วเกิดเป็นพิษจนทำให้เสียชีวิตอยู่ทุกปี สำหรับปลาปักเป้านั้น ทางการไทยห้ามนำมาจำหน่าย จึงจะไม่เห็นการวางขายปลาปักเป้าเป็นตัว แต่ในอดีตพบว่ามีการนำปลาปักเป้าไปแล่เนื้อปลาโดยคนงานที่ไม่ได้มีการฝึกเพียงพอ แล้วลักลอบนำออกขายเนื้อปลาเป็นชิ้นในชื่ออื่นๆ เช่น ปลาไก่ หรือปลอมแปลงว่าเป็นเนื้อปลาชนิดอื่น เช่น ปลากะพงเป็นต้น ทำให้ผู้ที่บริโภคเนื้อปลาเหล่านี้ไม่ทราบว่าตนเองรับประทานปลาปักเป้า เมื่อเกิดเป็นพิษก็มักจะนึกไม่ถึงทำให้การวินิจฉัยและช่วยเหลือที่เหมาะสมทำได้ช้า

จึงขอแนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไข่แมงดาทะเลในช่วงเวลาที่กล่าวมานี้ แต่หากรับประทานไข่แมงดาทะเล หรือเนื้อปลาทะเลแล้วหลังจากนั้นเกิดอาการชาปลายลิ้นรอบปาก และปลายมือปลายเท้า ขอให้สงสัยว่าอาจจะเกิดเป็นพิษจากสารเตโตรโดท็อกซินที่เจือปนอยู่ในอาหารนั้น ผู้ป่วยควรแจ้งให้ผู้ที่อยู่ด้วยทราบ และขอให้นำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด ในระหว่างทาง ผู้นำส่งควรสังเกตการหายใจของผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา หากพบว่าผู้ป่วยเริ่มหายใจแผ่วลงมีอาการกระสับกระส่ายหรือซึมลงให้รีบช่วยหายใจ ด้วยวิธีนี้ก็จะสามารถทำให้ผู้ป่วยสามารถรอดชีวิตได้หากได้รับพิษในปริมาณมาก

Leave a comment