ความหวังของผู้หญิง อังกฤษแจกยาป้องกันมะเร็งเต้านมให้กลุ่มเสี่ยง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738810

ความหวังของผู้หญิง อังกฤษแจกยาป้องกันมะเร็งเต้านมให้กลุ่มเสี่ยง

8 พ.ย. 2566 08:00 น.

ความหวังของผู้หญิง อังกฤษแจกยาป้องกันมะเร็งเต้านมให้กลุ่มเสี่ยง

  • นับเป็นความหวังใหม่ของผู้หญิงในอังกฤษ เมื่อหน่วยงานบริการสุขภาพแห่งชาติเตรียมเริ่มแจกจ่ายยาป้องกันมะเร็งเต้านมให้แก่ผู้หญิงกลุ่มเสี่ยง หวังช่วยชีวิตคนได้อีกจำนวนมาก
  • ยาที่จะแจกจ่ายให้แก่ผู้หญิงกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งเต้านมนับแสนคนนี้ ไม่ใช่ยาตัวใหม่ แต่คือยาอนาสโตรโซล ที่มีการใช้เพื่อรักษามะเร็งเต้านมมานานหลายปีแล้ว
  • แม้จะมีการเปิดตัวยาดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2017 แต่องค์กรควบคุมยาและผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเพิ่งอนุมัติให้ยาตัวนี้เป็นทางเลือกในการป้องกันสำหรับสตรีวัยหมดประจำเดือน ทำให้เป็นยาตัวแรกที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ผ่านโครงการบริการสุขภาพแห่งชาติ

โครงการบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS)เตรียมเดินหน้าแจกจ่ายยาป้องกันมะเร็งเต้านมให้แก่หญิงชาวอังกฤษ หลังพบผู้ป่วยมะเร็งเต้านมเพิ่มสูงขึ้น โดยโรคมะเร็งเต้านมเป็นโรคที่พบผู้ป่วยได้ทั่วไปเฉลี่ยปีละ 47,000 คนต่อปี

อย่างไรก็ตาม ยาที่จะแจกจ่ายให้แก่ผู้หญิงกลุ่มเสี่ยงนี้ ไม่ใช่ยาตัวใหม่ แต่คือยาอนาสโตรโซล ที่มีการใช้งานอย่างต่อเนื่องมาหลายปีเพื่อรักษาโรคมะเร็งเต้านม โดยตัวยาจะปรับลดฮอร์โมน เอสโตรเจน หรือฮอร์โมนเพศหญิงที่ร่างกายของผู้ป่วยสร้างขึ้น โดยการปิดกั้นเอนไซม์ที่เรียกว่าอะโรมาเตส ซึ่งจะสามารถตัดลดโอกาสที่จะเป็นมะเร็งเต้านมลงได้ครึ่งต่อครึ่ง

คาดว่าทาง NHS จะแจกจ่ายยาให้แก่ผู้หญิงราว 289,000 คน ที่มีความเสี่ยงปานกลางไปจนระดับสูงที่จะเป็นมะเร็งเต้านม โดยทางการคาดว่า หาก 1 ใน 4 ของผู้หญิงที่มีสิทธิ์ในอังกฤษรับข้อเสนอดังกล่าว จะสามารถป้องกันผู้ป่วยได้ 2,000 ราย และช่วยประหยัดค่ารักษาของ NHS ได้ถึง 15 ล้านปอนด์

เลสลี่ แอน วู้ดแฮม จากเขตฟลิกซ์ตัน เกรทเตอร์ แมนเชสเตอร์ วัย 61 ปี เป็นหนึ่งในผู้ที่มีสิทธิได้รับแจกยาเพื่อป้องกันมะเร็งเต้านม เนื่องจากมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมมาก่อน โดยเธอได้รับยาและกินยาต่อเนื่องมาจนครบ 5 ปีแล้วเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเธอระบุว่า การรับประทานยา อนาสโตรโซลเป็นการตัดสินใจที่ง่ายมาก เพราะเธอต้องทนเห็นแม่ของเธอทุกข์ทรมานกับการต่อสู้กับมะเร็งเต้านมมาก่อน ดังนั้นเธอจึงรู้ตัวว่าเธอมีความเสี่ยงสูงมาก ซึ่งหลังจากได้รับยาจนครบคอร์ส ก็พบว่ายาสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมของเธอ เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตของเธอ ทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจตามที่ตั้งใจเอาไว้ ไม่ต้องคอยกังวลว่าเมื่อไหร่เธอจะเป็นมะเร็ง

ในระบบปัจจุบัน เมื่อยาหลุดสิทธิบัตร ยาจะกลายเป็นยาสามัญ ซึ่งหมายถึงจะสามารถผลิตและจำหน่ายโดยโรงงานใดก็ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็หมายความว่าบริษัทยาจะไม่มีแรงจูงใจที่จะผลักดันการขอใบอนุญาตใหม่ด้วยเช่นกัน โดยยานี้มีการเปลี่ยนแปลงสรรพคุณจากการรักษาโรคมะเร็งเต้านม มาเป็นยาเพื่อการป้องกันแทน

ยาอนาสโตรโซล ได้รับการแนะนำจาก สถาบันแห่งชาติเพื่อความเป็นเลิศด้านสุขภาพและการแพทย์ หรือ NICE ให้นำมาใช้ป้องกันมะเร็งเต้านมมาตั้งแต่ปี 2017 แต่คำแนะนำดังกล่าวก็ไม่ค่อยได้รับความสนใจ เนื่องจากยังขึ้นอยู่กับแพทย์ที่จะสั่งจ่ายยานอกฉลาก

ปัจจุบันนี้หน่วยงานกำกับดูแลยาและผลิตภัณฑ์หรือ (MHRA) ได้อนุมัติให้ตัวยานี้ใช้เป็นตัวเลือกสำหรับป้องกันภาวะของหญิงวัยหมดประจำเดือน ทำให้ยาตัวนี้เป็นยาตัวแรกที่มีการปรับวัตถุประสงค์ในการใช้ยาใหม่ผ่านโปรแกรมของโครงการบริการสุขภาพแห่งชาติ โดยจะจัดอยู่ในหมวดเดียวกันกับยา ทาม็อกซิเฟน และราโลซิฟีน ซึ่งยาทั้งสองตัวนี้ใช้ในการป้องกันมะเร็งเต้านมอยู่แล้ว

อแมนดา พริทชาร์ด ผู้บริหารของหน่วยบริการสุขภาพแห่งชาติ ระบุว่า เรื่องนี้นับว่าเป็นข่าวดีที่มีตัวเลือกเพิ่มเติมที่จะลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านมของผู้หญิงอีกนับพันนับหมื่นคน ทำให้พวกเธอสามารถใช้ชีวิตอย่างแข็งแรง เพราะการปลอดจากมะเร็งเต้านมถือเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก การที่ยาอนาสโตรโซลได้ขึ้นทะเบียนรับรอง ถือเป็นตัวแทนของก้าวแรกที่จะลดความเสี่ยงให้แก่ผู้หญิงทุกคนที่เข้าถึงยาได้



สำหรับราคาของยาอนาสโตรโซลถือว่าค่อนข้างถูก เพราะจะอยู่ที่ราวๆ ไม่เกิน 2 บาทต่อวัน/ต่อผู้ป่วย 1 ราย โดยผลข้างเคียงของยาจะประกอบด้วย ร้อนวูบวาบ อารมณ์เปลี่ยนแปลง มีอาการปวดข้อ คลื่นไส้ อาจเสี่ยงทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน มีผื่นคัน และซึมเศร้าได้

โดยโครงการพิจารณาเปลี่ยนแปลงสรรพคุณยาถูกตั้งขึ้นในปี 2021 โดยความร่วมมือของ NHS DHSC MHRA และ NICE ของอังกฤษ เพื่อพิจารณานำยาที่เคยใช้รักษาโรคต่างๆ มาใช้สำหรับการรักษาหรือป้องกันโรคอื่นๆ ด้วย โดยโครงการถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงการระบาดของโควิด-19 ซึ่งจะเห็นว่ามีการนำเอายาที่ใช้รักษาโรคต่างๆ มาใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ได้ด้วย โดยโครงการนี้ยังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อที่จะนำยาที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับโรคอุบัติใหม่ที่มีความรุนแรงมากขึ้น รวมทั้งโรคเดิมที่มีการกลายพันธุ์ เพื่อช่วยรักษาชีวิตของคนทั่วโลกให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด เพื่อช่วยยื้อเวลา ก่อนที่นักวิจัยจะสามารถคิดค้นยาสำหรับรักษาโรคอุบัติใหม่ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานาน.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : เดลีเมล์ , BBC

Leave a comment