#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/767823

ม.วลัยลักษณ์ ชูกระบี่โมเดล2 เน้นให้ชุมชนดูแลพึ่งพาตนเองได้
วันพุธ ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับภาคีเครือข่ายหน่วยงานภาครัฐ เอกชน เตรียมขับเคลื่อนโครงการกระบี่โมเดล ปี 2โครงการวิจัยที่ดำเนินตามนโยบายด้านการวิจัยของมหาวิทยาลัย ใช้องค์ความรู้วิทยาการการวิจัยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรและชุมชน เพื่อให้มีความเข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ ภายใต้งบประมาณ 2.9 ล้านบาทโดยหน่วยงานต่างๆ จะนำไปขับเคลื่อนโครงการกระบี่โมเดล และมีการติดตามถึงการจัดทำงบประมาณตามแผนปฏิบัติราชการประจำปี 2568 ต่อไป
รศ.ดร.ศิวฤทธิ์ พงศกรรังศิลป์รองอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยกระบี่โมเดลปี 2 เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนักวิจัยได้เข้าประชุมร่วมกับหน่วยงานราชการในจังหวัดกระบี่และแกนนำเครือข่ายเกษตรกร ผู้ประกอบการชุมชน หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่ และนำเสนอผลงานวิจัยที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ไปจัดแสดง โดยครั้งนี้ นายสมชายหาญภักดีปฏิมา รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ มาร่วมงานและส่งมอบงบประมาณ 2.9 ล้านบาท ในการดำเนินงานในปีที่ 2 พร้อมเยี่ยมชมร้านค้า
“กระบี่โมเดลปีที่ 2 จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 6 ด้าน ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน แพะ สาหร่าย ขนนก ผ้าบาติก และการตลาด โดยมีเป้าหมายการขับเคลื่อนและพัฒนาเครือข่ายเกษตรกรและผู้ประกอบการชุมชนในพื้นที่ ให้มีความพร้อมรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ภายนอก หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อวิถีชีวิตชุมชน ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนและส่งเสริมให้เครือข่ายดูแลตนเองได้โดยไม่รอ ไม่ขอ และลงมือทำ โดยมีนักวิจัยและอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชาเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษา ช่วยพัฒนานวัตกรที่เป็นผู้รู้ภายในชุมชน เพื่อให้สามารถพัฒนาและต่อยอดกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างยั่งยืน ผลสำเร็จของโครงการต้องสามารถวัดจากตัวเลขของเงินรายได้ที่เพิ่มขึ้น ชุมชนเรียนรู้ที่จะคิดต่อยอดและพัฒนาได้ด้วยตนเอง
“ในการนี้ หน่วยงานภาคเอกชนที่มาร่วมงานให้ความสนใจในการนำผลิตภัณฑ์จากโครงการกระบี่โมเดลไปวางจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อเป็นการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นให้พัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน ที่สำคัญปัจจุบันเกษตรกร และผู้ประกอบการชุมชนมีการรวมตัวกันในการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยน รวมถึงจับมือในการพัฒนาตัวเองภายใต้แนวคิด Think SMEs Act OTOP เน้นการดำเนินงานภายใต้แนวคิดไม่รอ ไม่ขอลงมือทำด้วย” รองศาสตราจารย์ ดร.ศิวฤทธิ์ กล่าว
