#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/768334

ชัดเจน! ‘นนกุล’ยอมรับคุยกับ’แอฟ ทักษอร’คนเดียว เรียกแฟนเมื่อไหร่ติดจรวดคำว่าภรรยา
วันศุกร์ ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 09.09 น.
10 พฤศจิกายน 2566 หลังจากที่เป้นที่จับตาสำหรับความสัมพันธ์ของนางเอกดังอย่าง แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ กับนักแสดงหนุ่มรุ่นน้องอย่าง นนกุล ชานน สันตินธรกุล ที่ชาวเน็ตต่างออกมาเชียร์ให้เป็นคู่จริง เพราะช่วงหลังๆ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่นั้นเรียกว่าชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ
โดยล่าสุดทำเป็นกรี๊ดกันทั้งโลกโซเชียลเมื่อ นักแสดงหนุ่มรุ่นน้องอย่าง นนกุล ได้ออกมาตอบชัดเจนถึงความสัมพันธ์กับดาราสาวรุ่นพี่ แอฟ ทักษอร ยอมรับว่ากำลังคุยกันอยู่ เป็นฝ่ายเดินหน้าจีบ
ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ได้ครับ ก่อนอื่นต้องขอโทษทุกๆ ด้วยนะครับ วันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา ผมไม่ได้ให้สัมภาษณ์ ตัวผมได้รับแค่ข้อสรุปอย่างเดียวว่าจะไม่สัมเรื่องส่วนตัว ประกอบกับผมที่เห็นด้วย เพราะผมรู้สึกว่างานฌาปนกิจ(พ่อของแอฟ) ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนเลย เลยรู้สึกว่าเหมาะสมที่จะยังไม่พูดอะไรก็แล้วแต่ที่จะสร้างกระแสใดๆ ก็ตามที่มันจะทำให้มีเกิดการวิพากย์วิจารณ์ทำให้จิตใจพี่เขาไม่ดี แล้วอีกอย่างก็เพิ่งเลย 1 เดือนมา 2 วันเอง
วันนี้พร้อมจะพูดไหม
แน่นอนครับ (ความสัมพันธ์คืออะไร?) ผมคุยกับพี่แอฟอยู่ครับ จริงๆ หลังจากซีรีส์ถ่ายจบก็มีคุยกันตามประสาพี่น้องเรื่อยๆ แต่เรารู้สึกว่าได้ยิ่งคุยกับพี่เขาเราก็ยิ่งรู้สึกว่าชอบพี่เขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าจะให้บอกเซ้นส์ขยับความสัมพันธ์ จากพี่กับน้องจนพัฒนาขึ้นถ้าให้รู้สึกชัดขึ้นจริงๆ ก็น่าจะเพิ่งก่อนงานคุณพ่อพี่แอฟไม่นานครับ
เราเป็นคนจีบพี่เขา?
ใช่ครับ แรกๆ ก็หวั่นๆ นิดหน่อย (หัวเราะ) แต่เราก็พยายามในแบบของเรา ก็อาจจะมีกลัวแห้วบ้าง แต่สุดท้ายเราให้ความจริงใจเต็มร้อยครับ
ชอบเขาตรงไหน?
เขาเทคแคร์คนอื่นดีมากๆ พี่เขาใจใส่ทุกรายละเอียดทุกคนจริงๆ เราเห็นสิ่งนี้แล้วประทับใจตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้ก็ยังประทับใจอยู่ครับ
ความสัมพันธ์เกิดจากกองถ่ายไหม?
ผมว่าค่อยๆ แล้วกันครับ เริ่มค่อยๆ ชัดมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนที่ผมมีอาการป่วยระหว่างถ่ายทำ พี่เขาส่งของมาเยี่ยม เรารู้สึกประทับใจแล้วจากนั้นก็เริ่มค่อยๆ คุย
วิธีการสื่อสารที่ทำให้เขารู้ว่าเราสนใจ?
ไม่ได้บอกตรงๆ เราก็พยายามชวนพี่เขาไปทานข้าว แล้วก็มีชวนไปดูหนัง
ต้องผ่านด่าน “น้องปีใหม่” ก่อนไหม?
มีบ้างครับ น้องปีเป็นคนน่ารักอยู่แล้วครับ เวลาเจอน้องปีเข้าได้กับทุกคนอยู่แล้ว
ก่อนสนิทและมาสนิทกัน เรารู้สึกเขาเปลี่ยนไปเยอะไหม สิ่งที่เราคิดกับสิ่งที่เรารู้จัก?
ณ ตอนนี้ยังไม่เปลี่ยนนะครับ ก็อย่างที่บอกไปว่าความสัมพันธ์เริ่มชัดเจนทั้งสองคน ตอบรับทั้งสองคนเพิ่งจะก่อนงานคุณพ่อไม่นาน
วันนี้มาพูดได้บอกเขาไหม?
มีบอกแน่นอนครับ (เขาว่ายังไงบ้าง?) ก็ตอบตามความเป็นจริง (ตามความรู้สึก?) ใช่ๆ
พี่แอฟ” ออกงานครั้งหน้า ก็คุยเรื่องนี้ได้?
แน่นอนครับ
แรงเชียร์ แรงสนับสนุนจากแฟนคลับ?
ขอบคุณทุกๆ คนมากเลยครับ ที่คอยเชียร์ คอยสนับสนุนมากมายขนาดนี้ เราก็เป็นเหมือนคนธรรมดาทั้งคู่ที่ดีใจว่า อย่างน้อยความชอบพอของเราสองคนทำให้ทุกคนยิ้มได้
อย่างเรื่องของความรักต่างวัยเรามองยังไงบ้าง?
ผมมองว่ามันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอะไรครับ สุดท้ายไม่ ว่าจะวัยไหนหรือเพศไหนก็แล้วแต่มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรถ้าเกิดเราเข้าใจกันผมว่ามันก็โอเคครับ
พี่แอฟ เขามีกำแพงเรื่องอายุไหมตอนที่เราคุยกับเขาหรือตัวเราเองกลัวตรงนี้ไหม?
ตัวผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันวันแรกที่เราค่อยๆ คุยค่อยๆ พยายามชวนคุย แต่พอมาถึงวันนี้ ณ วินาทีนี้ผมก็หวังว่าจะไม่มีกำแพงนั้นเหลือแล้ว
แสดงว่าวันนี้ยังไม่ได้สรุปสถานะว่าจะยังไง?
ครับ คือตอนนี้ผมพูดได้เต็มบอกว่าผมคุยกับพี่เขาอยู่ แล้วก็เป็นคนเดียวเท่านั้นที่คุยด้วยอยู่ตอนนี้ แต่เราทั้งสองยังไม่ได้ใช้คำว่า ‘แฟน’ นะครับ แต่บังเอิญว่าผมกับพี่เขาเป็นคนที่ให้ความสำคัญเรื่องคำนี้มากๆ แต่ ก็ไม่ต้องห่วงถ้าวันไหนที่เราสองคนเลือกที่จะใช้คำว่าแฟนขึ้นมา ระยะเวลาระหว่างคำว่าแฟนไปจนถึงภรรยาเนี่ยติดจรวดแน่นอน
เราวางแผนไกลขนาดนั้นเลยเหรอ?
แน่นอนครับ เราโตๆ กันทั้งคู่แล้วเนอะ แล้วผมก็เข้าใจว่ามันไม่ใช่เรื่องที่จะใช้เวลานานขนานั้นเพราะเดี๋ยวพี่เขาไม่รอผม
แล้ววันที่จะขอเขาเป็นแฟนได้วางแผนไว้ไหมว่าเราจะทำอะไรบ้าง?
ผมว่ายังไม่มีอะไรพิเศษนะครับ คิดว่าจะให้เรียบง่ายที่สุดแล้วก็ไม่เอิกเกริกอะไรมากมายครับเพราะสุดท้ายมันก็เหมือนคนธรรมดาทั่วไปที่ขยับสถานะเป็นแฟนกัน
ที่บอกถ้าคบสถานะแล้วก็จะเร็วเลยอันนี้ฝั่งเขารับรู้ไหม?
เขารับรู้หรือยังนะ (หัวเราะ) ก็ยังครับ
อย่างหลายๆ โมเมนต์คนก็ประทับใจมาก เราคอยอยู่เป็นกำลังใจแล้วก็ช่วยทุกอย่างรู้สึกยังไงบ้าง?
เราแค่ทำในสิ่งที่เรารู้สึกว่าเราสบายใจที่จะทำเราขอแค่ยืนอยู่ตรงนี้ คือจริงๆ ที่งานคุณพ่อพี่แอฟจริงๆ ผมก็บอกว่าผมไม่ค่อยได้ช่วยอะไรขนาดนั้นนะ จะเป็นญาติๆ เพื่อนๆ พี่เขามากกว่าที่คอยช่วยเหลือมากมาย เราไปคือเราก็แค่ไปเหมือนเป็นกำลังใจให้พี่เขาอย่างน้อยก็ถ้าเกิดหันมาก็มีกำลังใจอยู่ตรงนี้นะครับ
หลายคนก็บอกว่านี่คือพิสูจน์ได้ว่าคือรักแท้?
ครับ