#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/768772

สองสาว‘มารีญา’และ‘กมลนาถ’ร่วมกับ แอลจี ปลุกเทรนด์ แค่ปรับวิธีคิดก็ใช้ชีวิตแบบ‘Slow Fashion’ได้ไม่ยาก
วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.
(ซ้าย) กมลนาถ องค์วรรณ และ มารีญา พูลเลิศลาภ
ความยั่งยืน เป็นเรื่องสำคัญและยังคงอยู่ในความสนใจของผู้บริโภคยุคนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ หรือชาว Gen Z ที่ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการดูแลสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนมากเป็นพิเศษ หนึ่งในนั้นคือเทรนด์ Slow Fashion ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกเพื่อให้ผู้คนหันมาสนใจปัญหาขยะจากเสื้อผ้าที่เกิดจากการบริโภคแฟชั่นอย่างรวดเร็ว แอลจี ซึ่งมีจุดยืนในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี จึงชวนแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ มารีญา พูลเลิศลาภและ กมลนาถ องค์วรรณดี จากเครือข่าย Fashion Revolution Thailand มาร่วมพูดคุยในงาน LG Eco Day ในธีม “Slow Fashion เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” พร้อมแชร์แนวคิดในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมง่ายๆ ที่ทำในชีวิตประจำวัน แต่สร้างความยั่งยืนตามเทรนด์ Slow Fashion ได้
อุ้ง-กมลนาถ องค์วรรณดี ผู้ประสานงานเครือข่าย Fashion Revolution Thailand เล่าว่า “ต้องเข้าใจว่าอุตสาหกรรมเสื้อผ้าจำเป็นต้องทำให้คนอยากซื้อสินค้าใหม่อยู่ตลอด ธุรกิจจึงจะเติบโต แต่แน่นอนว่าก็สร้างปัญหาขยะเสื้อผ้าจำนวนมหาศาลตามมาอย่างที่เราเห็น และยังย่อยสลายยากเพราะปัจจุบันจะเน้นใช้เส้นใยโพลีเอสเตอร์เพื่อลดต้นทุนในการผลิต ถ้าเราซื้อเสื้อผ้าโดยไม่ยั้งคิดก็จะกลายเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมสร้างขยะทับถมให้กับโลก แต่ถ้าเรารู้เท่าทัน และถามตัวเองว่าจำเป็นไหมที่ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่อยู่ตลอด อาจพบว่าจริงๆ แล้วเสื้อผ้าที่มีอยู่ยังใส่ได้ หรือนำไปแลกเปลี่ยนหรือส่งต่อให้คนอื่นที่ยังต้องการได้”
อุ้ง-กมลนาถ ยังมองด้วยว่าการซื้อเสื้อผ้าควรคำนึงถึงเรื่องอายุการใช้งาน เพราะสำหรับ Slow Fashion แล้วการซื้อใหม่จะอยู่ในอันดับท้ายๆ “วิธีที่อุ้งคิดคือ Cost Per Use ยกตัวอย่างเสื้อตัวละ 300 บาท กับตัวละ 3,000 บาท เสื้อที่มีราคา 3,000 บาท และคุณภาพดีกว่าอาจจะใส่ซ้ำได้หลายปี หรือกระทั่งเป็นสิบปี ซึ่งหารออกมาอาจจะตกเหลือราคา 300 บาทต่อปีก็ได้ แต่สิ่งที่ได้มากกว่าเรื่องต้นทุน คือเสื้อผ้าที่ใส่ได้นานกว่าจะไม่กลายเป็นขยะที่ถูกทิ้งและเป็นภาระให้ต้องกำจัด อีกหนึ่งวิธีที่ช่วยยืดอายุเสื้อผ้าคือ การอ่านฉลากเสื้อผ้าก่อนซัก ถ้าเราซักได้อย่างถูกต้องตามประเภทของผ้า ก็จะช่วยถนอมเสื้อผ้าและยืดอายุการใช้งานได้”
เมื่อพูดถึงเรื่องการดูแลเสื้อผ้าให้คงสภาพดีได้นาน เครื่องซักผ้า ถือเป็นจิ๊กซอว์สำคัญ ซึ่งทำให้แอลจีจัดงาน LG Eco Day ขึ้นในธีม Slow Fashion เพื่อชวนให้คนไทยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้เครื่องซักผ้าที่เหมาะสม โดย อำนาจ สิงหจันทร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด แอลจี ประเทศไทย อธิบายว่า “สิ่งที่ทำให้เสื้อผ้าสวมใส่ได้นาน คือการซักอย่างถูกวิธีและการเลือกใช้เครื่องซักผ้า เช่น เครื่องซักผ้าฝาหน้าจะดีที่สุดในการช่วยถนอมผ้า และประหยัดไฟ ประหยัดน้ำ เราเข้าใจดีว่าบางครั้งผู้บริโภคอาจจะเร่งรีบหรือมีเสื้อผ้าจำนวนมาก ทำให้ไม่ได้ดูฉลากเสื้อผ้าก่อนซัก แอลจีจึงมีระบบที่เรียกว่า AIDDTM ที่ช่วยเลือกโปรแกรมซักให้เหมาะกับเนื้อผ้าได้ ระบบนี้จะช่วยตรวจจับว่าผ้าที่ใส่เข้าไปในเครื่องเป็นผ้าอะไร แล้วเลือกโหมดการซักที่เหมาะสมให้อัตโนมัต แอลจียังมีตู้ถนอมผ้า Styler ที่ขจัดเชื้อโรคด้วยเทคโนโลยี TrueSteam สามารถช่วยดูแลชุดสูทและเสื้อแจ๊กเกตได้โดยไม่จำเป็นต้องซักบ่อยๆ ถือเป็นเทคโนโลยีบางส่วนของแอลจีที่ตอบโจทย์เรื่อง Slow Fashion ได้ดีมาก”
ปิดท้ายด้วยแนวคิดในการใช้ชีวิตแบบยั่งยืนและรักษ์โลกแบบที่สบายใจของ มารีญา พูลเลิศลาภ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของแอลจี ประเทศไทย“ถ้าพูดถึงความยั่งยืน มารีญาอยากให้เรามีความสุขกับเรื่องนี้กันมากขึ้น เพราะการที่เราจะใช้ชีวิตแบบยั่งยืน ต้องทำได้ง่ายในทุกวันและในทุกแง่มุมของชีวิต ลองเริ่มจากสิ่งที่เราชอบเป็นอย่างแรกก็ได้ อย่างงานนี้ที่เรามาคุยกันเกี่ยวกับแฟชั่น หลายคนก็น่าจะสนใจเรื่องแฟชั่นอยู่แล้ว บางคนอาจใช้แฟชั่นเพื่อแสดงตัวตน บางคนอาจใช้แฟชั่นเพื่อให้เราอยู่ในสังคมได้ หรือบางคนก็อาจจะไม่ได้ชื่นชอบแฟชั่นด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างไรเราทุกคนยังคงต้องใส่เสื้อผ้าทุกวัน การที่เราจะทำให้แฟชั่นของเรายั่งยืนนั้นไม่ยากเลยเริ่มต้นด้วยการลดการซื้อใหม่ หาทางยืดอายุเสื้อผ้าที่บ้านของเรา เสื้อผ้าที่เราใส่ไม่ได้แล้ว ลองนำมาดูว่าปรับแก้ได้อย่างไรบ้าง เสื้อผ้าที่ขาด เราสามารถซ่อมแซมมันได้หรือไม่ หรือนำมันไปทำให้กลายเป็นชิ้นใหม่ หรือนำไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนหรือที่งาน Sawp อีเว้นท์ที่จัดขี้นบ่อยๆ อีกอย่างที่ทำให้เสื้อผ้าของเราสามารถใช้งานได้นานขึ้นคือการดูแลถนอมเสื้อผ้าชุดโปรดให้ดี ทั้งในมุมของการเก็บรักษาหรือการซักผ้า เพื่อให้ชุดโปรดอยู่กับเราได้ยาวนาน”
ภายในงานยังมีการเปิดรับบริจาคเสื้อผ้า ซึ่งแอลจีจะนำไปซักและอบก่อนส่งต่อให้กับร้านปันกัน มูลนิธิยุวพัฒน์ต่อไป ผู้เข้าร่วมงาน LG Eco Day ต่างได้รับแนวคิดที่สำคัญคือการสร้างความยั่งยืนอย่างแท้จริงมาจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันแบบไม่ฝืนตัวเอง โดยเริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ หากทุกคนตระหนักและร่วมมือกันก็จะกลายเป็นความยั่งยืนในระยะยาว เพื่อสร้างชีวิตที่ดีแบบ Life’s Good ให้กับทุกคนและโลกใบนี้ได้

การเสวนาในงาน LG Eco Day ในธีม Slow Fashion เพื่อชีวิตที่ดีกว่า