อดีตที่ปรึกษา WHO ยื่น ‘รมว.คม นาคม’ คัดค้านเลื่อนติดตั้งเบรกรถสองล้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769004

อดีตที่ปรึกษา WHO ยื่น 'รมว.คม นาคม' คัดค้านเลื่อนติดตั้งเบรกรถสองล้อ

อดีตที่ปรึกษา WHO ยื่น ‘รมว.คม นาคม’ คัดค้านเลื่อนติดตั้งเบรกรถสองล้อ

วันจันทร์ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 20.12 น.

อดีตที่ปรึกษาWHOร่วมกับ 40 องค์กรเครือข่าย วอน รมว.คม นาคม ปมส่อเลื่อน2ปี!! ประกาศติดตั้งเบรค ABS และ CBS รถ จยย.ส่งผลเพิ่มคนเจ็บล้นรพ.-ประเทศขาดแคลนวัยทำงาน

พญ.ชไมพันธุ์ สันติกาญจน์ หัวหน้าโครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ผู้ใช้จักรยานยนต์ปลอดภัยและอดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลกภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ (Regional advisor WHO SEARO, Ret. ) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค และ 40 องค์กรเครือข่าย ได้ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการสำนักงานคณะกรรม การคุ้มครองผู้บริโภคและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอให้ยับยั้งการออกประกาศใหม่ เรื่องกำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ สมรรถนะ และ กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การรับรองแบบระบบห้ามล้อสำหรับรถจักรยานยนต์ (ฉบับที่ 2) ที่โครงการและเครือข่ายพิจารณาแล้วเห็นว่า หากมีการประกาศดังกล่าวจะก่อให้เกิดปัญหาต่อการดำเนินงานและความสำเร็จของงานความปลอดภัยทางถนนของกระทรวงคมนาคม 

อดีตที่ปรึกษาด้านป้องกันการบาดเจ็บและภาวะพิการประจำองค์การอนามัยโลก (WHO)กล่าวว่า จักรยานยนต์ เป็นสินค้าที่ควบคุมฉลากเพราะมีผลให้ผู้ใช้มีโอกาส บาดเจ็บรุนแรงและตาย อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ทางโครงการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ผู้ใช้จักรยานยนต์ปลอดภัยและภาคีเครือข่าย 40 องค์กร ขอแสดงความ ขอบคุณต่อกระทรวงคมนาคมที่ได้ทำการทดสอบระบบเบรก ABS และ CBS และมอบหมายให้กรมการขนส่ง ทางบกออกประกาศ เรื่องกำหนดคุณ สมบัติ คุณลักษณะ สมรรถนะ และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การรับรองแบบระบบห้ามล้อสำหรับรถจักรยานยนต์ ตั้งแต่พ.ศ. 2564 ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นผู้นำด้าน ความปลอดภัย ในเรื่องเบรก ABS ของรถจักรยานยนต์ ในกลุ่มประเทศ ASEAN แต่เมื่อไม่นานมานี้กรมการขนส่งทางบกได้เสนอร่างประกาศเรื่องกำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ สมรรถนะ และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบระบบห้ามล้อสำหรับรถจักรยานยนต์ (ฉบับ ที่ 2) โดยยกเลิกความในข้อ 26 ของประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่องกำหนดคุณสมบัติคุณลักษณะสมรรถนะ และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบระบบห้ามล้อสำหรับรถจักรยาน ยนต์ พ.ศ. 2564 โดยให้เลื่อนการติดตั้งระบบห้ามล้อ ABS ที่เป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยสำคัญของจักรยานยนต์รุ่น 125 ซีซีและต่ำกว่าออกไปอีก 2 ปี
 
พญ.ชไมพันธุ์ ระบุว่า ทางโครงการฯ และเครือข่าย 40 องค์กรเห็นว่า หากประกาศใช้ ร่างประกาศ ฉบับที่ 2 ดังกล่าวจะ ก่อให้เกิดปัญหาต่อการดำเนินงานและความสำเร็จของงานความปลอดภัยทางถนนของกระทรวงคมนาคม ถึง 4 ประเด็นหลักๆ คือ
 
1) ร่างประกาศคลุมเครือ ไม่ชัดเจนในแนวปฏิบัติว่าการเลื่อนออกไป 2 ปี เป็นเฉพาะ CBS หรือรวม ABS ด้วย   2) เป็นการเยียวยาอุตสาหกรรมจักรยานยนต์ที่แลกกับความปลอดภัยของผู้บริโภคที่จะซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในปี 2567- 2568 ซึ่งจะมีประมาณ 1.6 ล้านคัน ต้องใช้จักรยานยนต์ที่มีความปลอดภัยต่ำบนถนนต่อไปอีก 5-10 ปี ตามอายุการ ใช้งานจักรยานยนต์ทั้งที่ CBS และ ABS สามารถลดอุบัติเหตุจักรยานยนต์ได้ 20-40 % 

 3) ประกาศดังกล่าวมีลักษณะสนับสนุนอุตสาหกรรมจักรยาน ยนต์บางส่วนที่ละเลยการพัฒนาเทคโนโลยีเบรกรถจักรยานยนต์ทั้งๆที่เป็น ความรับผิดชอบโดยตรงของผู้ผลิตกับกระทรวงคมนาคม และ 4) ร่างประกาศฉบับ 2 ไม่เอื้ออำนวยต่อนโยบายรัฐในการที่มุ่งเน้นแก้ปัญหาอุบัติเหตุจราจร ซึ่ง 80% ของการเสียชีวิตเป็นผู้ใช้จักรยานยนต์ การบังคับใช้ตามประกาศเดิมในจักรยานยนต์ 125 ซีซีและต่ำกว่าทั้งหมดใน พ.ศ. 2567 จะลดการบาดเจ็บ/ตาย ได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะ จักรยาน ยนต์กลุ่มนี้คิดเป็น 80% ของรถจักรยานยนต์ที่จดทะเบียนในแต่ละปี 
 
พญ.ชไมพันธุ์ กล่าวว่า มีข้อมูลล่าสุดว่า การตายของผู้ใช้จักรยานยนต์รุ่นครอบครัวหรือ 125 ซีซี และต่ำกว่า คิดเป็น สัดส่วน 88% ของการตายจากจักรยานยนต์ทั้งหมด ด้วยเหตุนี้ ทางโครงการฯ และ สภาองค์กรของผู้บริโภคจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโปรดพิจารณายับยั้งการออกประกาศดังกล่าว เพื่อมิให้เกิดผลเสียต่อทางราชการและ ความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้ถนน
 
“ร่างประกาศใหม่นี้ยังคลุมเครือ ไม่ชัดเจนว่าการเลื่อนออกไป 2 ปี เป็นเฉพาะ CBS หรือรวม ABS ด้วย  ทั้งที่ CBS และ ABS จะลดอุบัติเหตุจักรยานยนต์ได้ถึง 20-40 %  การบังคับใช้ตามประกาศเดิมในจักรยานยนต์ 125 ซีซีและต่ำกว่าทั้งหมดใน พ.ศ. 2567จะลดการบาดเจ็บ  ตาย ได้อย่างมีนัยสำคัญใน2 ปี เพราะการตายของผู้ใช้จักรยานยนต์กลุ่มนี้ คิดเป็น 88% ของการตายจากจักรยานยนต์ทั้งหมดทั้งหมด และยังจะมีผลให้รถจักรยานยนต์ที่มีเบรกดีเหล่านี้  ราคาค่อยๆลดลงอย่างชัดเจนตามปริมาณการผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยอีกด้วย” คุณหมอชไมพันธุ์ ระบุ 

และว่าหากใช้ร่างประกาศ ใหม่ที่เลื่อนกำหนดจากเดิมออกไปอีก 2 ปี จะมีปัญหาความปลอดภัยผู้ใช้รถใช้ถนนต่อเนื่อง และเพิ่มภาระงานของโรงพยาบาลที่หนักอึ้งอยู่แล้ว ทั้ง ห้องฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด ไอซียู ศัลย์ทั่วไปและกระดูก จนถึงเวชกรรมฟื้นฟูจะไม่ลดลง รวมทั้ง ไม่ได้ลดคนตายบนถนน หรือความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่สูง ถึง 6% ของ GDP ด้วย ซึ่งมีผลศึกษาของTDRI ระบุว่า  วิธีเพิ่ม GDP ได้ดีคือการลดอุบัติเหตุทางถนน ที่ทำให้สูญเสียแรงงานวัยทำงานไปจำนวนมากต่อปี รัฐบาลไม่ต้อง เร่งรัดให้คนมีลูก แค่ไม่เลื่อนบังคับใช้กฎหมายของจักรยานยนต์ 125 ซีซีและต่ำกว่า เพื่อปกป้องชีวิตประชากรหนุ่มสาวของประเทศนี้ที่เกิดมาแล้วก็พอ

Leave a comment