สทนช.พอใจผลงานศูนย์ฯ จัดการน้ำภาคกลางรับ‘เอลนีโญ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/770855

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวภายหลังปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางบาล อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ว่า ศูนย์ฯ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2566 โดยที่ผ่านมา ได้บูรณาการทำงานตาม 12 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2566 และ 3 มาตรการเพิ่มเติมเพื่อรองรับสภาวะเอลนีโญ มีการติดตามประเมินสถานการณ์น้ำ และวางแผนบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนจัดจราจรทางน้ำ เพื่อที่จะควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 1,800 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาทีจนสามารถบริหารจัดการมวลน้ำในพื้นที่ให้ผ่านพ้นไปด้วยดี บรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ชุมชน พื้นที่เกษตรกรรม แก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้

นอกจากนี้ ได้ลงพื้นที่ทำประชาคมรับฟังความเห็นในการรับน้ำเข้าไปกักเก็บไว้ในทุ่ง ซึ่งได้รับความร่วมมือจากเกษตรกรเป็นอย่างดี ทำให้สามารถบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจและพื้นที่สำคัญๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพขณะเดียวกัน น้ำที่ปล่อยเข้าทุ่งยังช่วยตัดวงจรการระบาดของแมลงศัตรูข้าว ช่วยไล่หนู กำจัดวัชพืชและยังเป็นการเติมปุ๋ยธรรมชาติเพิ่มความอุดมสมบรูณ์ให้กับดิน รวมทั้งยังเป็นแหล่งเพาะพันธ์ปลา สามารถรับน้ำเข้าทุ่งบางระกำจนถึงปัจจุบันมีปริมาณน้ำ 368.21 ล้าน ลบ.ม.และ 10 ทุ่งเจ้าพระยาตอนล่างมีปริมาณรวมกัน 326.50 ล้าน ลบ.ม.

รวมทั้งได้ลงพื้นที่สำรวจและชี้จุดกำจัดวัชพืชโดยเฉพาะผักตบชวาในพื้นที่คลองญี่ปุ่นเหนือ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี โดยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับภาคประชาชน จัดกิจกรรม Big cleaning day ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ

อย่างไรก็ดี จากการประเมินสถานการณ์น้ำในขณะนี้ตลอดจนปริมาณฝนตกในพื้นที่ลดลง ระดับน้ำล้นตลิ่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มลดลง รวมทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ก็มีปริมาณน้ำลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน สามารถควบคุมและบริหารจัดการให้อยู่ในสภาวะปกติ จึงได้ยุติการดำเนินงานของศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคกลาง โดยสทนช.จะนำข้อเสนอแนะของหน่วยงานต่างๆ ในคณะทำงานฯ และความเห็นของพี่น้องประชาชนไปวางแผนปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น หลังจากนี้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการสำรวจ ตรวจสอบความเสียหาย และฟื้นฟูเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบโดยเร็ว

“ขณะนี้ได้เข้าสู่ฤดูหนาว ฝนในพื้นที่ตอนบนเริ่มลดลง ขณะที่ภาคใต้มีแนวโน้มฝนตกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตั้งแต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะมีการพิจารณาจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้าในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยภาคใต้ที่ จ.ยะลา เพื่อให้บริหารจัดการแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพทันต่อสถานการณ์” เลขาธิการ สทนช.กล่าว

Leave a comment