‘ธัญญ่า-ธัญญาเรศ’ เคยควงสามีเที่ยวบาร์โฮส เผยชีวิตตอนนี้มองตาก็รู้ใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/771587

‘ธัญญ่า-ธัญญาเรศ’ เคยควงสามีเที่ยวบาร์โฮส เผยชีวิตตอนนี้มองตาก็รู้ใจ

‘ธัญญ่า-ธัญญาเรศ’ เคยควงสามีเที่ยวบาร์โฮส เผยชีวิตตอนนี้มองตาก็รู้ใจ

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดใจ ธัญญ่า-ธัญญาเรศ เองตระกูล เล่าเรื่องราวชีวิต ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเข้าวงการ จนถึงชีวิตครอบครัวที่เหมือนรถไฟเหาะ ตอนนี้กับสามีเป๊ก-สัณณ์ชัย แค่มองตาก็รู้ใจกัน ลั่นเคยควงสามีเที่ยวบาร์โฮสมาแล้ว เผยลูกสาวสุดที่รัก น้องลีย่า เริ่มมีโลกส่วนตัว ไม่ติดพ่อแม่แล้ว ในรายการ WOODY FM

■ คุณเข้าวงการมาตั้งแต่เด็กเลย เรามาย้อนกันนิดหนึ่งเรื่องที่คนน่าจะรู้จักเราที่สุดคือ

มันเริ่มมาจากถ่ายโฆษณาคือ ฮานามิ ตอนที่ถ่ายกับ แอนดริว เกร็กสัน อันนั้นเป็นโฆษณาตัวแรกที่คนรู้จัก แต่อาจจะไม่รู้จักชื่อว่าคนนี้ชื่อธัญญ่านะ ก็มีคนมาขอลายเซ็นเพราะช่วงนั้นยังไม่มีกล้อง แล้วพอหลังจากนั้นที่คนรู้จักชื่อจริงๆ ในตอนที่เราเล่นหนังเซ็นสัญญากับไฟว์สตาร์ หนังที่เริ่มมีชื่อเสียงจริงๆ คือเรื่อง กระโปรงบานขาสั้น มีเล่นกับ ธรรม์ โทณะวณิก, กัปตัน ละครเรื่องแรกคือ เหมือนฝัน เล่นกับ พี่แซม-ยุรนันท์

■ ข้ามมาเป็นตัวร้ายในตอนนั้น ที่เกิดสุดคือเรื่องอะไร

เล่นเรื่อง สามีตีตรา กับ ทองประกายแสด ออกพร้อมกันเลยออนแอร์วันเดียวกัน แต่ก็โชคดีนะการที่เล่นบทร้ายแล้วยังไม่เคยโดนใครเกลียด หรือว่าจะมาตบหรืออะไรอย่างงี้ มีแต่แบบชอบจังเลยมาเล่นอย่างงี้ดีจัง แล้วจะบอกว่าการที่วู้ดดี้มาชวนไปเป็นพิธีกรทำให้เราบุกเบิก และรู้ว่าเราก็ทำพิธีกรได้นี่นา เพราะจริงๆ เราเป็นคนที่กลัวมากกับการทำพิธีกร เพราะว่ามีคนติดต่อมาหลายคนแล้วไม่กล้าเลย แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าทำไมอาจเพราะเป็นวู้ดดี้มั้งก็เลยได้ทำด้วยกัน รู้สึกว่ามันเป็นการเริ่มต้นที่เราต้องเรียนรู้อะไรใหม่ๆ คือตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือไม่ได้ แต่รู้สึกว่าต้องลอง พอทำแล้วเหมือนเป็นการเรียนรู้ครั้งใหม่ แล้วทุกวันนี้เด็กรุ่นใหม่ที่มาถามว่าเป็นพิธีกรได้ยังไง ทำไมเป็นได้ คือเขารู้สึกว่าไม่สามารถที่จะพูดได้ ซึ่งเราเคยรู้สึกแบบนั้นมาก่อนว่าไม่มีทางที่ฉันจะเป็นพิธีกรได้ แต่พอเราเจอกับทุกวันได้เรียนรู้จากวู้ดดี้ มดดำ พี่ตั๊ก คือทุกวันนี้ไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็นพิธีกรที่เก่ง แต่รู้สึกว่าฉันก็ทำได้นะ แต่ก็พยายามเก็บเกี่ยวกับคนเก่งๆ มาเรื่อยๆ เวลาเราเจอ

■ อนาคตหลังจากมีละคร ซีรี่ส์ อยากทำอะไรอีก

สิ่งใหม่ที่ทำอยู่ก็คือเรื่องซีรี่ส์วาย เป็นอะไรที่ใหม่สำหรับตัวเองแล้วก็ยังไม่รู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า แต่เราต้องการให้เด็กๆ ทั้ง 7 คนเกิด อยากให้เขาได้เติบโตในวงการบันเทิงแล้วก็มีแฟนคลับเป็นโปรเจกท์ที่ลุ้นมากเลยเพราะว่าอันนี้ไม่ได้เป็นการรับจ้างผลิตแต่ลงทุนเอง (ทำเอง) ทุกอย่าง

■ ได้เรียนรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับซีรี่ส์วาย

ปวดหัว (หัวเราะ) ด้วยความที่เราต้องรับผิดชอบเยอะขึ้น เป็นเด็กใหม่ทั้งหมด และมีหลานเราเล่นด้วย จะมีการเวิร์กช็อปกัน เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับบาร์โฮส หลายคนจะมองว่าเป็นการขายบริการทางเพศหรือเปล่า เป็นบาร์พวกผู้หญิงมาซื้อผู้ชายหรือเปล่า ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่มันแค่เป็นการเอนเตอร์เทนเฉยๆ แล้วจบแค่นั้น บาร์เราจะมีกฎว่าห้ามออกไปต่อกับแขก

■ อย่างถ้า วู้ดดี้ จะไปเที่ยวบาร์โฮสก็โอเคใช่ไหมไม่ผิดใช่ไหม?

จริงๆ มันเหมือนไปผับค่ะ แบบถ้าเราต้องการมีเพื่อน มาร่วมโต๊ะแล้วก็คุยด้วย เต้นด้วย ซื้อดริ้งก์คนนี้แล้วก็มา ซึ่งจบแค่นั้น ซึ่งต่อจากนั้นเขาจะชอบกันเองหรือเป็นแฟนกันหรืออะไรก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าจ่ายเพื่อไปต่อเพื่อไปมีเซ็กซ์ไม่มี ตอนที่เราไปก็เอาพี่เป็กไปด้วย เพราะเราพาเด็กในซีรี่ส์ไปด้วยเพื่อไปดูว่าวิธีการทำยังไง ไปใกล้บรรยากาศอะไรแบบนี้

■ พูดถึงพี่เป็กแล้วเนี่ย ชีวิตพวกคุณ 2 คน มันเหมือนรถไฟเหาะ ตอนนี้รถไฟมันอยู่ในโหมดไหนตอนนี้

มันก็เรื่อยๆ แล้วอ่ะ ก็มีบ้างรถไฟสะดุดก้อนหินก็ยังคงมีอยู่บ้าง คือมันรู้ใจกันแล้วอ่ะ แค่มองตาก็รู้ใจ

■ ตอนนี้ น้องลียา อายุเท่าไหร่?

14 ปีแล้ว โตเป็นสาวแล้ว ตอนนี้ก็ยังเป็นเด็กขี้อายอยู่ ตอนเราเด็กๆ ก็จะเป็นคนขี้อายมาก ตอนโตแล้วค่อยกล้าแสดงออก ซึ่งลียาเหมือนจะเป็นมากกว่าด้วยซ้ำ ด้วยความที่ไปอเมริกาตอนเขาเด็กๆ ที่เอาลูกหนีไป แล้วตอนกลับมาคนก็มาถ่ายรูปเขาเยอะเขาก็เหมือนตกใจ แล้วก็กลายเป็นกลัวการถ่ายรูปไปเลยนั่นคือตอนเด็ก แต่พอเขาเริ่มโตก็เริ่มชอบเล่นติ๊กต็อก แล้วรู้สึกว่าอยู่ในโลกส่วนตัวของเขา อยากเต้นอยากทำอะไร ก็จะในติ๊กต๊อก แต่ถ้าอยู่ดีๆ เราเอากล้องไปถ่ายเขาไม่ได้ เขาจะต้องอยากและอนุญาตที่จะโพสต์หรืออะไรแบบนี้

■ ทราบมาว่าตอนนี้ ธัญญ่า และ พี่เป๊ก เหมือนอกหักจากลูกตัวเอง

ใช่ (หัวเราะ) คือตอนเด็กเราก็จะมาที่ 1 ติดเรา อยากนอนกับเรา ถ้าวันไหนเรากลับดึก เขาก็จะนอนไม่หลับต้องรอ แต่พอเริ่มโตอายุ 12 เขาแยกห้องไปนอนกับหมา เอาหมาไปนอนด้วย ไม่นอนกับพ่อกับแม่แล้ว วันแรกเราก็จริงเหรอลูกจะนอนเองจริงๆ เหรอคงแป๊บเดียวเดี๋ยวเขาก็กลับมา ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ยังไม่กลับมาเลย (หัวเราะ) แยกห้องไปเลย ไม่ต้องการนอนกับพ่อกับแม่แล้ว

■ เราทำใจกันได้หรือยังว่ามันต้องเป็นแบบนี้?

ก็ได้แล้วประมาณหนึ่ง แต่รู้สึกแบบนอนด้วยได้ไหมอ่ะ คืนนี้ไปนอนกับหม่ามี๊ไหมอะไรแบบนี้ บางทีก็มีง้อๆ อะไรแบบนี้ บางทีก็มานอน แต่เขาจะเป็นคนที่ชอบเปิดทีวี มีเสียงทีวีนอน แต่เราจะเป็นคนชอบนอนเงียบๆ มืดๆ

■ เป็นห่วงอะไรมากที่สุดเกี่ยวกับ น้องลียา

อาจจะความปลอดภัย เพราะว่าสังคมตอนนี้เราก็เห็นข่าวเยอะ กังวลในเรื่องของการที่เราจะปล่อยให้เขาไปไหนมาไหน ซึ่งพี่เป็กก็จะกังวลมากเกินไป เขาก็จะรู้สึกอึดอัด แล้วด้วยความที่เขากำลังเป็นวัยรุ่น อยากไปไหนเอง อยากทำอะไรเอง ซึ่งเราเข้าใจเขานะเพราะว่าเราก็ผ่านช่วงนั้นมาก่อนแล้วก็มีพี่ชาย แล้วก็เข้าใจว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงอนุญาตให้พี่ชายไปโรงเรียนเอง เขาอยากไปกับเพื่อนก็ไปเองได้ แต่เราโอ้โหจนมหาวิทยาลัยเขายังไม่ค่อยปล่อยเลย พอมามีลูกเองก็เลยเข้าใจ แบบมันห่วงไปหมดเลย

■ ตอนนี้ในวัย 14 เขาก็ยังมีโลกของเขาไหมอย่างเรื่องผู้ชายเขาเริ่มถามไหม?

ไม่ถามนะคะ ด้วยความที่ตัวเขาเหมือนโตช้ากว่าเพื่อน คือถ้าเอาเพื่อนเขามาเทียบจะดูโตเป็นสาวกันหมดแล้ว แต่ลียายังมีความเป็นเด็กอยู่ ยังชอบเล่นอะไรเป็นเด็กๆ อยู่ ยังไม่ใช่เป็นสาวที่จะชอบผู้ชาย มีแฟนก็เคยถามเขานะว่าลียามีคนมาชอบบ้างไหม มีใครมาจีบไหมเขาก็บอกว่า โอ้โหลียาเนี่ยนะจะมีใครมาจีบ เหมือนเขายังเด็กแล้วก็ตัวเล็ก เขาก็มีความชัดเจนในสิ่งที่เขาต้องการมากขึ้น ในสไตล์การแต่งตัว อยากเรียนต่อด้านไหนไปเรียนประเทศอะไร

Leave a comment