#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/774217

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘เวียงกุมกาม’ภูมิเมืองเก่าพญามังรายในยามแลง
วันอาทิตย์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.08 น.
โขนยกรบ
ด้วยเวียงกุมกาม ในอดีตนั้นเป็นเมืองหลวงของล้านนาที่พญามังรายได้สร้างขึ้นเมื่อพ.ศ. 1829โดยโปรดให้ขุดคูเวียงทั้งสี่ด้าน แล้วไขน้ำแม่ปิงมาขังไว้ใช้ในเมือง ประมาณว่าเวียงกุมกามและใกล้เคียงนี้ เป็นเวียง (เมือง) ทดลองที่สร้างขึ้นก่อนที่จะมามีการสร้างเมืองเชียงใหม่ หลังจากที่พญามังรายได้ปกครองและพำนักอยู่ในนครหริภุญชัย (ลำพูน) อยู่ 2 ปี พระองค์ได้ทรงศึกษาสิ่งหลายๆ อย่าง และมีพระราชดำริที่จะลองสร้างเมืองขึ้น เมืองนั้นคือ เวียงกุมกาม แต่พระองค์ก็ทรงสร้างไม่สำเร็จ เพราะเวียงแห่งนี้มีน้ำท่วมอยู่ทุกปีจนพญามังรายจึงทรงต้องไปปรึกษาพระสหาย คือพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัย และพญางำเมืองแห่งอาณาจักรพะเยา หลังจากทรงปรึกษากันแล้วจึงทรงตัดสินใจไปหาที่สร้างเมืองใหม่ ในที่สุดจึงได้พื้นที่นครพิงค์เชียงใหม่เป็นเมืองใหม่ และเป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านนาต่อมา เวียงกุมกามได้ล่มสลายลงเพราะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2101-2317 ซึ่งตรงกับสมัยพม่าปกครองล้านนา เป็นเวลาสองร้อยกว่าปี แต่ไม่ปรากฏหลักฐานที่กล่าวถึงเวียงกุมกาม ทั้งๆ ที่เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่นี้เป็นเรื่องร้ายแรงมากผลการเกิดน้ำท่วมนี้ทำให้เวียงกุมกามถูกฝังจมลงอยู่ใต้ตะกอนดินจนยากที่จะฟื้นฟูกลับมาสภาพวัดต่างๆ และโบราณสถานที่สำคัญเหลือเพียงซากวิหารและเจดีย์ร้างที่จมอยู่ดินในระดับความลึกจากพื้นดินลงไปประมาณ 1.50-2.00 เมตร โดยวัดที่จมดินลึกที่สุดคือวัดอีค่าง รองลงมาคือ วัดปู่เปี้ย และวัดกู่ป่าด้อม
.jpg)
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร
ต่อมาเรื่องราวของเวียงกุมกามได้เป็นที่สนใจของนักวิชาการ และประชาชนทั่วไป ทำให้หน่วยศิลปากรที่ 4 ขุดแต่งบูรณะวัดร้าง โดยขุดแต่งวิหารกานโถม ณ วัดช้างค้ำ
และบริเวณโดยรอบเวียงกุมกามอย่างต่อเนื่องจนถึง พ.ศ. 2545 ปัจจุบันเวียงกุมกามได้พัฒนาให้เป็นแหล่งความรู้การศึกษาในแบบของเรื่องราวทางสถาปัตยกรรมและ ศิลปกรรมตลอดจนวัฒนธรรมล้านนาต่างๆ เป็นศูนย์กลางของการนำเที่ยวชมโบราณสถานต่างๆ ในเขตเวียงกุมกามอยู่ที่วัดช้างค้ำ เวียงกุมกามแห่งนี้มีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีความยาวประมาณ 850 เมตร ไปตามแนวทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และกว้างประมาณ 600 เมตร ตัวเมืองยาวไปตามลำน้ำปิงสายเดิมที่เคยไหลไปทางด้านทิศตะวันออกของเมือง ดังนั้นในสมัยโบราณตัวเวียงกุมกามจะตั้งอยู่บนฝั่งทิศตะวันตกหรือฝั่งเดียวกับเมืองเชียงใหม่ แต่เชื่อกันว่าเนื่องจากกระแสของแม่น้ำปิงเปลี่ยนทิศทาง จึงทำให้เวียงกุมกามเปลี่ยนมาตั้งอยู่ทางฝั่งด้านตะวันออกของแม่น้ำดั่งเช่นปัจจุบัน เวียงกุมกามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเชียงใหม่ ประมาณ กม. 3-4 ถนนเชียงใหม่-ลำพูนด้านขวามือ ในเขตตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี และอยู่ใกล้ฝั่งด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำปิง เมื่อวันที่1-2 ธันวาคม 2566 เวลา 16.00 -21.00 น. ที่ผ่านมากรมศิลปากรได้ให้มีงาน “แอ่วกุมกามยามแลง” จ.เชียงใหม่ เพิ่มศักยภาพโบราณสถาน ต่อยอดเศรษฐกิจด้วยทุนทางวัฒนธรรม โดย นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ นายสุรพล เกียรติไชยากร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน “แอ่วกุมกามยามแลง” ซึ่งมีการแสดงโขน เรื่องรามเกียรติ์ ชุด ทูษณ์-ขร-ตรีเศียร-ยกรบ ณ ลานกิจกรรมวัดอีก้าง-วัดหนานช้าง เวียงกุมกาม ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการขับเคลื่อนนโยบาย THAILAND CREATIVE CONTENT AGENCY (THACCA) และ ONE FAMILY ONE SOFT POWER (OFOS) ของรัฐบาล การจัดกิจกรรมท่องเที่ยวโบราณสถานยามค่ำคืน เป็นการพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการและใช้ประโยชน์โบราณสถานเวียงกุมกาม ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญต้นทางของประวัติศาสตร์ล้านนาให้เกิดประโยชน์สูงสุดในฐานะทุนทางวัฒนธรรมที่พัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวในแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กิจกรรมทางวัฒนธรรมสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น โดยมีการแต่งกายชุดพื้นเมืองเข้าชมโบราณสถานยามค่ำคืน รวมถึงการนำเสนอเมนูอาหารพื้นถิ่นเลิศรสตามแบบฉบับของล้านนาเป็นการสร้างบรรยากาศและเปิดประสบการณ์ด้านสุนทรียะการชมโขนในเวียงกุมกาม เมืองโบราณขึ้น

พิธีเปิดงาน

นักแสดงกรมศิลปากร

โขน รามเกียรติ์ ชุด ทูษณ์-ขร-ตรีเศียร

แต่งกายผ้าพื้นเมืองชมโบราณสถาน

กาดอาหารล้านนา

เรียนรู้งานศิลปะ

ขันโตกล้านนา

นั่งรถม้าชมเมือง

ชมโขนกรมศิลปากร

การแสดงพื้นเมืองล้านนา