#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/775208

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.
นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับโครงการ (Project Board) ครั้งที่ 1 โครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทย ด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน (Enhancing Climate Resilience in Thailand through Effective Water Management and Sustainable Agriculture) ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ร่วมกับผู้แทนสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(UNITED NATIONS DEVELOPMENT PROGRAMME : UNDP) ว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำ ด้วยการวางแผนการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรที่เปราะบางในการลดความผันผวนของวิถีชีวิตอันเนื่องมาจากสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง สร้างความสามารถในการวางแผนแบบบูรณาการ และคำนึงถึงสภาพภูมิอากาศตลอดจนการหยุดชะงักด้านการผลิตของเกษตรกรรายย่อยซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่งจากกองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund : GCF) มีพื้นที่ดำเนินการครอบคลุม 22 ตำบล 7 อำเภอใน จ.พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ (โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน) มีเป้าหมาย กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ 20,000 ครัวเรือนประชากร 62,000 คน
ทั้งนี้ ได้มอบหมายคณะทำงานฯ 3 คณะ รับผิดชอบดำเนินการเพื่อให้ได้ผลผลิตตามเป้าหมายประกอบด้วย 1.ระบบบริหารข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อการชลประทาน ได้แก่ การพยากรณ์น้ำฝนน้ำท่าและแผนการปลูกพืช 2.โครงสร้างพื้นฐานที่ผสมผสานมาตรการสิ่งก่อสร้างและมาตรการเชิงนิเวศ และ 3.การเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของเกษตรกร ได้แก่Mobile App, Online Market Platform โดยการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ปรับแผนการดำเนินงานจาก 5 ปี เหลือ 4 ปี ปรับแผนการเบิกจ่ายงบประมาณรวมทั้งขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันบูรณาการและเร่งรัดการดำเนินการให้แล้วเสร็จตามแผนที่วางไว้
สำหรับโครงการเสริมสร้างความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำของประเทศไทยด้วยการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพและการเกษตรแบบยั่งยืน เริ่มตั้งแต่ปี 2558 โดยกรมชลประทาน ได้เสนอโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่านเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือส่วนหนึ่งตามคำเชิญชวนของ GCF กระทั่งคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้กรมชลประทาน ลงนามในเอกสารโครงการโดยได้มีการลงนามร่วมกับ UNDP และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)