งูสวัด ภัยเงียบใกล้ตัวในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/775845

งูสวัด ภัยเงียบใกล้ตัวในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป

งูสวัด ภัยเงียบใกล้ตัวในคนอายุ 50 ปีขึ้นไป

วันอังคาร ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 07.20 น.

งูสวัด

งูสวัด คือ โรคติดเชื้อที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า VZV (Varicella Zoster Virus) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับไวรัสที่ก่อให้เกิดอีสุกอีใส เมื่อหายจากอีสุกอีใส เชื้อไวรัสจะหลบซ่อนที่ปมประสาท เมื่อร่างกายอ่อนแอ หรือมีภาวะภูมิคุ้มกันถดถอยตามวัย เชื้อจะถูกกระตุ้นขึ้นมาก่อให้เกิด “งูสวัด”

กลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดงูสวัด

• ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 90 เคยติดเชื้อโรคอีสุกอีใสมาแล้ว และเริ่มมีภาวะภูมิคุ้มกันถดถอย จึงมีโอกาสที่จะเกิดงูสวัด

• ผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูกหรือปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ป่วยโรคแพ้ภูมิตัวเองอย่างโรคเอสแอลอี ผู้ป่วยกลุ่มที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันหรือเคมีบำบัด เป็นต้น

• ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจล้มเหลว โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ รวมถึงผู้ที่เคยติดเชื้อ โควิดมาก่อน

อาการของงูสวัด

• ผู้ป่วยจะมีผื่นแดงขึ้นตรงบริเวณที่ปวดแล้วกลายเป็นตุ่มน้ำใส มักเรียงกันเป็นกลุ่มหรือเป็นแนวตามเส้นประสาท โดยมักเป็นเพียงด้านซ้ายหรือขวาเพียงด้านใดด้านหนึ่ง ต่อมาจะแตกออกเป็นแผลและตกสะเก็ด และมักมีอาการปวดแสบร้อนบริเวณผิวหนังที่เป็นงูสวัดร่วมด้วย

ภาวะแทรกซ้อนและความอันตรายของงูสวัด

• ภาวะแทรกซ้อนจากการเป็นงูสวัดที่พบบ่อยที่สุด ได้แก่ โรคปวดเส้นประสาทตามหลังงูสวัด (post herpetic neuralgia, PHN) คือ มีอาการปวดเส้นประสาทตลอดเวลา อาจจะเกิดชั่วคราวหรือรุนแรงเป็นเวลานานหลังจากผื่นหาย

• ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังจนเกิดเป็นแผลเป็น อาการงูสวัดขึ้นตา ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นของการโรคหลอดเลือดสมอง หรือโรคหลอดเลือดหัวใจ

• ภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่แม้พบไม่บ่อยแต่อาจรุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ ใบหน้าเป็นอัมพาตครึ่งซีก เป็นต้น

การป้องกันงูสวัด

• รักษาร่างกายให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ

• เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด ซึ่งถือเป็นวิธีการป้องกันงูสวัดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

วัคซีนป้องกันงูสวัด

ปัจจุบันมีวัคซีน 2 ชนิด คือ

• วัคซีนป้องกันงูสวัดชนิดซับยูนิต (ไม่ใช่เชื้อเป็น) (Recombinant subunit zoster vaccine, RZV)

• มีประสิทธิภาพในการป้องกันงูสวัดในผู้ที่มีอายุ 50 ปี ขึ้นไป ร้อยละ 97 และป้องกันการเกิดโรคปวดเส้นประสาทตามหลังงูสวัดร้อยละ 91 และพบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันงูสวัดร้อยละ 89 เมื่อติดตามยาวนาน 10 ปี

• ผู้ใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป ให้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อที่ต้นแขน2 เข็ม ห่างกัน 2-6 เดือน

• ผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ ผู้ป่วยโรคมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัด และผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ให้ฉีดเข้ากล้ามเนื้อต้นแขน 2 เข็ม ห่างกัน 1-2 เดือน

• สามารถให้วัคซีนป้องกันงูสวัดร่วมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนปอดอักเสบ และวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก ได้

• วัคซีนป้องกันงูสวัดชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์(Live-attenuated zoster vaccine, ZVL)

• มีประสิทธิภาพในการป้องกันงูสวัดในผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 51 และป้องกันการเกิดโรคปวดเส้นประสาทตามหลังงูสวัดได้ร้อยละ 39

• ผู้ใหญ่อายุ 60 ปีขึ้นไป ให้ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง 1 เข็ม

• *ห้ามให้* วัคซีนป้องกันงูสวัดชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

• กรณีที่เคยได้รับวัคซีนป้องกันงูสวัดชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์มาก่อน สามารถรับวัคซีนป้องกันงูสวัดชนิดซับยูนิตวัคซีนได้ โดยให้ 2 เข็มและเว้นห่างหลังจากวัคซีนป้องกันงูสวัดชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ อย่างน้อย 2 เดือน

รองศาสตราจารย์นายแพทย์จักรพงษ์ บรูมินเหนทร์

อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ คณะแพทยศาสตร์

โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

Leave a comment