Yonas Kinde (โยนัส คินเด) อดีตผู้ลี้ภัยผู้ไม่ย่อท้อ ต่อความฝันที่ยิ่งใหญ่ สู่การเป็นนักกีฬาวิ่งระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/776868

Yonas Kinde (โยนัส คินเด) อดีตผู้ลี้ภัยผู้ไม่ย่อท้อ ต่อความฝันที่ยิ่งใหญ่ สู่การเป็นนักกีฬาวิ่งระดับโลก

Yonas Kinde (โยนัส คินเด) อดีตผู้ลี้ภัยผู้ไม่ย่อท้อ ต่อความฝันที่ยิ่งใหญ่ สู่การเป็นนักกีฬาวิ่งระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 07.30 น.

แม้ชีวิตของผู้ลี้ภัยในต่างแดนจะมีอุปสรรคหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสัญชาติ ที่พัก หรือกระทั่งความแตกต่างทางภาษาที่อาจก่อให้เกิดอุปสรรคในการสื่อสาร อย่างไรก็ตาม สำหรับอดีตผู้ลี้ภัยอย่าง“Yonas Kinde (โยนัส คินเด)” อุปสรรคเหล่านี้ไม่เคยกีดกันเขาจากการเดินตามความฝันในการเป็นนักกีฬาระดับโลกของเขาเลยแม้แต่น้อย และเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ของชายคนนี้จะเป็นจริงไม่ได้เลย หากปราศจากความช่วยเหลือและการสนับสนุนอย่างเป็นมิตรจาก “UNHCR”หรือ “สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ” ที่เพิ่งได้เชิญ “โยนัส” ร่วมวิ่งมาราธอนที่อำเภอบางแสน จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา

“โยนัส” เผยให้ฟังว่า “อดีตผมเคยเป็นผู้ลี้ภัย แต่ปัจจุบันเป็นนักกรีฑาและอาศัยอยู่ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก ผมชื่นชอบการวิ่งเป็นชีวิตจิตใจ จนครูสมัยเรียนแนะนำให้ผมเข้าแข่งขันกรีฑาในระดับโรงเรียนก่อน แล้วจึงค่อยพัฒนาต่อไปในระดับที่สูงกว่า นับแต่นั้นเป็นต้นมา ผมมีความชอบในกีฬาชนิดดังกล่าวจนเข้าแข่งขันในงานต่างๆ เช่น ฮาล์ฟ-มาราธอน (half-marathon) และมาราธอน (marathon) จนได้ค้นพบวีรบุรุษผู้เป็นแรงบันดาลใจในการเป็นนักกรีฑาของเขาอย่าง “Abebe Bikila (อเบเบ บิกิลา)” นักวิ่งเท้าเปล่าจากเอธิโอเปีย ผู้ชนะโอลิมปิกส์เมื่อปี 1960 และ 1964 แถมยังค้นพบอีกด้วยว่า “มิตรภาพ” ก็ไม่ต่างจาก “การวิ่ง” เพราะทั้งสองสิ่งนี้ไม่เคยมีพรมแดนกีดกัน เพียงแต่มันต้องอาศัยใจที่ไม่ย่อท้อเท่านั้นเอง ดังที่เขาได้กล่าวว่า “กีฬาให้ชีวิตใหม่กับผมแม้ในสถานที่ที่ผมไม่คุ้นเคย และการวิ่งช่วยให้ผมเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ช่วยให้รู้จักผู้คนใหม่ๆ และต่อสู้กับความรู้สึกโดดเดี่ยว”

นอกจากนี้ เขายังเล่าถึงการแข่งขันวิ่งมาราธอนที่อำเภอบางแสน จังหวัดชลบุรี เอาไว้ว่า “นี่คือการเดินทางมาประเทศไทยเป็นครั้งแรกในชีวิตของผม ผมตั้งใจซ้อมวิ่งทุกวัน วันละหลายกิโลและผมยังตั้งใจที่จะได้เจอมิตรภาพใหม่ๆ ระหว่างทางการแข่งขันอีกด้วย และในฐานะอดีตผู้ลี้ภัย ผมอยากบอกว่า ผมไม่เคยรู้สึกสิ้นหวัง หรือหมดกำลังใจเลยสักครั้ง ผมดีใจด้วยซ้ำที่ผมมีโอกาสได้วิ่ง ได้ทำในสิ่งที่ผมรัก ผมเชื่อเสมอว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ลี้ภัยหรือใครก็ตาม ปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ คือ “การฝึกฝน” ไม่ใช่ “สถานการณ์รอบตัว” ครับ”

“โยนัส” ยังกล่าวทิ้งท้ายถึงผู้ลี้ภัยทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยว่า เขาอยากให้ผู้ลี้ภัยทุกคน “เข้มแข็ง” และจง “ระลึกไว้เสมอว่าช่วงเวลาอันยากลำบากนี้จะผ่านพ้นไปด้วยดี” ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์อันเท่าเทียมและเสมอภาค พร้อมขอให้ทุกคนยืนหยัดเพื่อผู้ลี้ภัย ในฐานะที่พวกเขาเป็นมนุษย์เช่นเดียวกันกับพวกเรา

Leave a comment