การนอนกรน…สัญญาณเตือนยามค่ำคืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/777653

การนอนกรน...สัญญาณเตือนยามค่ำคืน

การนอนกรน…สัญญาณเตือนยามค่ำคืน

วันอังคาร ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พ.ต.หญิง พญ.พรประภา จินดามพร

หน่วยโรคปอดและเวชบำบัดวิกฤต กองอายุรกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

การนอนกรน เป็นเสียงดังที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของทางเดินหายใจส่วนบนที่มีการตีบแคบลงในขณะหลับ ทางเดินหายใจส่วนบนประกอบด้วยจมูก เพดานอ่อน ลิ้นไก่ คอหอย และกล่องเสียง ซึ่งเป็นบริเวณอ่อนนุ่มที่สามารถยุบตัวลงได้ เมื่อมีการเสียสมดุลระหว่างแรงยุบตัวและแรงถ่างทางเดินหายใจโดยกล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนบน ส่วนใหญ่เสียงนอนกรนมักเกิดขึ้นขณะหายใจเข้า แต่ก็สามารถพบขณะหายใจออกได้ โดยปัจจัยที่ทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบลง ได้แก่ อายุ โครงสร้างหน้า ลักษณะของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันทางเดินหายใจ (โพรงจมูกตัน ต่อมอะดีนอยด์และต่อมทอนซิลโต) น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น การดื่มแอลกอฮอล์และรับประทานยาบางชนิด (ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (opioids) และยานอนหลับ) ภาวะตั้งครรภ์ เป็นต้น พบการนอนกรนบ่อยในประชากรทั่วไป ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตามถ้ามีการนอนกรนเสียงดังเป็นประจำหรือมีอาการอื่นร่วม เช่น มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ หรือภาวะง่วงในเวลากลางวัน จะเป็นสัญญาณให้สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น เกิดจากภาวะที่ทางเดินหายใจตีบแคบลงหรือปิดทางเดินหายใจเป็นช่วง ๆ เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนเกิดการหยุดหายใจในขณะนอนหลับ ทำให้เกิดภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำลงและคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการหายใจจนอาจตื่น เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้กลับมาปกติ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหลับ ๆ ตื่น ๆ ตอนกลางคืน กรนเสียงดัง หยุดหายใจขณะนอน ตื่นกลางคืนจากการสำลักอากาศ ปัสสาวะกลางคืน ปวดศีรษะหลังตื่นนอน สมาธิความจำและสมรรถภาพการทำงานถดถอย รวมถึงอาการง่วงผิดปกติตอนกลางวัน พบความชุกของภาวะนี้ร้อยละ 14 ในเพศชาย และร้อยละ 5 ในเพศหญิง สำหรับประเทศไทยพบความชุกของภาวะนี้ร้อยละ 15.4 ในเพศชาย และร้อยละ 6.3 ในเพศหญิง ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนหรือโรคในระบบอื่น ๆ ของร่างกาย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดแดงโคโรนารีตีบ ภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ภาวะนี้สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจการนอนหลับ (polysomnography) แต่ถ้ามีแค่ภาวะนอนกรนโดยไม่มีปัจจัยเสี่ยงภาวะนี้ สามารถวินิจฉัยได้จากอาการ โดยส่วนใหญ่อาการที่ทำให้มาพบแพทย์นั้นมาจากเสียงนอนกรนที่รบกวนคู่นอนหรือผู้ร่วมห้องเดียวกัน หรืออาการอื่นร่วม สำหรับการรักษาหลักของภาวะหยุดหายใจขณะหลับ คือ การใช้เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก (positive airway pressure) ขณะหลับ ส่วนการรักษาวิธีอื่น ได้แก่ การใส่ทันตอุปกรณ์ (oral appliance) การผ่าตัดทางเดินหายใจส่วนบน หลีกเลี่ยงท่านอนหงาย หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการรับประทานยานอนหลับ เป็นต้น แต่ถ้ามีแค่ภาวะนอนกรนโดยไม่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วม การรักษาอาจจะไม่จำเป็น ยกเว้นเสียงกรนดังจนรบกวนผู้ร่วมห้องนอน ซึ่งการรักษา ได้แก่ การใส่ทันตอุปกรณ์ การผ่าตัดทางเดินหายใจ เป็นต้น และถ้ามีจมูกอักเสบหรือตัน ควรรับการรักษาร่วมด้วย

สรุป การนอนกรน เป็นสัญญาณหนึ่งที่ทำให้สงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ โดยเฉพาะเมื่อนอนกรนเสียงดังประจำ หรือมีอาการอื่นร่วม ได้แก่ ภาวะง่วงนอนกลางวัน หยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น ถ้ามีภาวะดังกล่าว แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษา

Leave a comment