#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/778865

วันศุกร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวภายหลังประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำร่วมกับผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ภาคใต้ตอนล่างและภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และอาจจะเกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ จ.นราธิวาส และจ.ปัตตานี จึงมีการปรับแผนการระบายน้ำจากเขื่อนบางลาง จ.ยะลา เพิ่มขึ้นจากวันละ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็น 14 ล้าน ลบ.ม.เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะไหลลงอ่างฯช่วงเวลาดังกล่าว และลดการระบายลงเมื่อฝนตกหนัก ลดกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อนปัตตานี รวมทั้งให้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นและล้นตลิ่ง
สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ภาคใต้นั้น ขณะนี้มีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเต็มความจุแล้ว 5 แห่ง คือ อ่างฯคลองหยา อ่างฯคลองแห้ง อ่างฯคลองกะทูน อ่างฯคลองดินแดง และอ่างฯหัวช้าง และอ่างเก็บน้ำอีก 14 แห่ง มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับ 80-100% ซึ่งยังต้องเฝ้าระวังด้วย เช่น อ่างฯหาดส้มแป้น อ่างฯบางเหนียวดำ อ่างฯห้วยน้ำใสเป็นต้น โดยได้กำชับให้วางแผนบริหารจัดการน้ำอย่างระมัดระวัง เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายอ่างฯให้น้อยที่สุด
ส่วนพื้นที่ตอนบนของประเทศซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูแล้ง ในหลายพื้นที่มีความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แล้งที่ อ.วชิรบารมี และ อ.สามง่าม จ.พิจิตร ซึ่งอาศัยแหล่งน้ำใต้ดินเป็นหลักในการอุปโภค-บริโภค และประสบปัญหาขาดแคลนน้ำประปาในฤดูแล้งปีนี้จึงเสนอแนวทางในการจัดทำสะดือน้ำเพื่อเติมน้ำลงใต้ดิน ปรับปรุงระบบประปาหมู่บ้านเดิม และเตรียมเสนอโครงการปรับปรุงระบบประปาใหม่ ร่วมกับการจัดทำระบบกระจายน้ำจากบึงสาธารณะสู่พื้นที่ชุมชน นอกจากนี้จากการคาดการณ์ยังพบพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำในเดือนมกราคม 2567 เช่น อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ และ อ.ห้วยคด จ.อุทัยธานี รวม 8 หมู่บ้าน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมตาม 9 มาตรการรองรับฤดูแล้ง ปี 2566/67 แล้ว ทั้งนี้ สทนช.ได้เสนอโครงการขุดบ่อบาดาลเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้พื้นที่ประสบภัยแล้งซ้ำซากที่อยู่นอกเขตชลประทานหรือนอกเขตฝน เพื่อความมั่นคงด้านน้ำในอนาคตด้วย
เลขาธิการ สทนช.กล่าวต่อว่า จากการติดตามผลการช่วยเหลือพื้นที่ประสบภาวะน้ำแล้ง ได้สูบน้ำช่วยเหลือแล้วรวม 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน ตาก อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร นครสวรรค์ ขอนแก่น และบึงกาฬ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 38 เครื่อง สูบน้ำรวมได้ 9.06 ล้าน ลบ.ม.แจกน้ำสะอาดกว่า330,000 ลิตร ช่วยเหลือได้ 28,285 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรได้รับความช่วยเหลือ 140,000ไร่ และประสานงานแก้ไขเร่งด่วนโดยใช้รถบรรทุกน้ำ สำรวจระดับน้ำบาดาลที่เหมาะสมเพื่อเจาะหาแหล่งน้ำสำรอง พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ