ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘๓๓๘ ปี วัดมหาธาตุฯ’ภูมิวัดคู่วังหน้าสมัยรัชกาลที่ ๑

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/779138

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๓๓๘ ปี วัดมหาธาตุฯ’ภูมิวัดคู่วังหน้าสมัยรัชกาลที่ ๑

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๓๓๘ ปี วัดมหาธาตุฯ’ภูมิวัดคู่วังหน้าสมัยรัชกาลที่ ๑

วันอาทิตย์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

พระศรีสรรเพชญต้นรัตนโกสินทร์

งานสมโภชพระอารามหลวงวัดมหาธาตุ ยุวราชรังสฤษฎิ์ ครบ ๓๓๘ ปี เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ๗๒ พรรษา เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๖๖-๒ มกราคมพ.ศ.๒๕๖๗ ที่ผ่านมานั้น ได้สร้างปรากฏการณ์สีสันของวัดให้ทุกคนหลั่งไหลไปชมความงดงามของวัดที่อยู่คู่กับวังหน้า คือพระราชวังบวรสถานมงคล มาแต่ครั้งสร้างพระบรมมหาราชวังและสถาปนาพระนครกรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อ พ.ศ.๒๓๒๕ นับตั้งแต่การก่อตั้งวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ซึ่งเดิมชื่อว่าวัดสลัก ซึ่งมีหลักฐานว่าได้สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ในศิลาจารึกใต้ฐานพระพุทธรูปหินซึ่งเป็นพระประธานเก่าในอุโบสถวัดสลัก ซึ่งปรากฏอักษรในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ใน ปี พ.ศ.๒๒๒๘ นับมาจนถึง พ.ศ.๒๕๖๖วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์หรือวัดสลักแห่งนี้ได้มีอายุถึง ๓๓๘ ปี ซึ่งมีความสำคัญในฐานะพระอารามหลวงชั้นเอก โดยสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล พระอนุชาธิราชในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สถาปนาพระอารามแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.๒๓๓๖ พระอารามแห่งนี้ได้เป็นที่สถิตของสมเด็จพระสังฆราชในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์จำนวน ๕ พระองค์ เป็นสถานที่ทำสังคายนาพระไตรปิฎก มีการก่อตั้งวิทยาลัยสงฆ์แห่งคณะสงฆ์ไทยแห่งแรกขึ้น นับเป็นวัดแห่งแรกที่ใช้นาม “วิทยาลัย” ในไทยคือจากมหาธาตุวิทยาลัย สู่ความเป็นมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย นามพระอารามแห่งนี้ได้เปลี่ยนจากวัดสลักเป็นวัดนิพพานาราม วัดพระศรีสรรเพชญ์ และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ในที่สุด เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณูปการ คุณงามความดีแห่งบูรพมหากษัตริย์และบูรพาจารย์ผู้สร้างและทะนุบำรุงวัดมหาธาตุให้เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นสถานที่ศึกษาเล่าเรียนของอนุชนคนรุ่นหลัง จนมีความรู้ความสามารถตั้งตนในทางที่ชอบได้ และเป็นจุดเริ่มการสอนวิปัสสนากรรมฐานแนวสติปัฏฐาน ๔ คณะสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พระพรหมวชิราธิบดี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุฯ และคณะศิษยานุศิษย์จึงพร้อมใจกันจัดให้มีการสมโภชพระอารามเพื่อรำลึกถึงบูรพพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์และบรรดาบูรพาจารย์ ที่ได้สร้างและทำนุบำรุงวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบมาถึงปัจจุบัน

พระประธานวัดสลักเดิม

ดังสิ่งสำคัญของวัดคู่วังหน้าที่สำคัญยิ่งโดยกระทรวงวัฒนธรรมร่วมสืบสานให้เป็นจุดหมายแห่งการเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมทั้งของชาวไทยและชาวต่างชาติ จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่วัด ๕ แห่ง ได้แก่ ๑.พระเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ(พระเจดีย์ทอง) ในพระมณฑป ๒.พระศรีสรรเพชญ์พระประธานใหญ่ในพระอุโบสถ ๓.บวรราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล๔.พระประธานศิลาแลง(หลวงพ่อหิน) พระประธานในอุโบสถวัดสลัก (ชื่อเดิมของวัดมหาธาตุ) ๕) ต้นพระศรีมหาโพธิ์ สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒ ซึ่งพระสมณทูตไทยได้นำหน่อต้นพระศรีมหาโพธิ์เมืองอนุราธปุระ มาปลูกไว้ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เมื่อปีพ.ศ.๒๓๖๑ ปัจจุบันต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์มีอายุ ๒๐๕ ปี ซึ่งในปีนี้เน้นว่ามีการจัดเครื่องโต๊ะลายครามงดงาม  คัมภีร์ใบลานเก่าแก่ตั้งแต่ยุคแรกสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ ต้นฉบับใบลานเทศน์ลายมือสมเด็จพระวันรัต(เฮง เขมจารี) ผ้าห่อคัมภีร์โบราณหลากหลายลวดลายที่หาชมยาก เครื่องถ้วยโบราณ รวมทั้งครั้งแรกที่นำพระแสงราวเทียนบูชากลับคืนมาซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่งโดยเฉพาะการปฏิบัติธรรมเจริญจิตตภาวนา กิจกรรมสั่งสมเสบียงบุญ สวดมนต์ข้ามปี เจริญสมาธิพร้อมกันทั่วโลก หรือการนั่งสมาธิให้มีจำนวนคนเข้าร่วมมากที่สุดในโลก เป็นการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพื่อบันทึกสถิติลงใน Guinness World Records ไว้ด้วย

คณะผู้ร่วมจัดงาน

คณะผู้ร่วมจัดงาน

คณะสงฆ์วัดมหาธาตุฯ

คณะสงฆ์วัดมหาธาตุฯ

พระบรมรูปสมเด็จกรมพระราชวังบวรฯ

พระบรมรูปสมเด็จกรมพระราชวังบวรฯ

คัมภีร์ใบลาน

คัมภีร์ใบลาน

ผ้าห่อคัมภีร์

ผ้าห่อคัมภีร์

เครื่องโต๊ะบูชา

เครื่องโต๊ะบูชา

พระเจดีย์ทองบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

พระเจดีย์ทองบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

ต้นพระศรีมหาโพธิ์

ต้นพระศรีมหาโพธิ์

ประดับไฟตกแต่งพระปรางค์สวยงาม

ประดับไฟตกแต่งพระปรางค์สวยงาม

พระแสงราวเทียน

พระแสงราวเทียน

การแสดงวัฒนธรรม

การแสดงวัฒนธรรม

Leave a comment