#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/780961

ผู้บริหารม.ราชภัฏอุดรฯ ตั้งโต๊ะเคลียร์ปม’ศรีสุวรรณ’ร้องป.ป.ช.สอบร่ำรวยผิดปกติ
วันจันทร์ ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2567, 21.53 น.
ผู้บริหารมรภ.อุดรธานียังช็อค หลังถูก”ศรีสุวรรณ”ร้อง ป.ป.ช. กรณีสอบผู้บริหาร ม.ราชภัฏอุดรฯ ทุจริตต่อหน้าที่หรือไม่ วันนี้ผู้บริหารนั่งโต๊ะแถลงตอบทุกข้อแจงทุกประเด็น ย้ำโครงการที่รับจากกระทรวงอุดมศึกษาฯ ไม่ถึง 1,400 ล้านบาท และรับอดีตข้าราชการเกษียนต้องผ่านสภามหาวิทยาลัย ตรวจสอบได้ทุกเรื่อง ไม่เข้าใจคนไปร้องต้องการอะไร
15 ม.ค.67 จากกรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่าสภามหาวิทยาลัยและผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามกฎหมายของ ป.ป.ช.หรือไม่ กรณีแต่งตั้งอดีตข้าราชการซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว ให้กลับมาเป็นผู้บริหารของมหาลัย และใช้อำนาจในการไปกำหนดภารกิจที่อาจมิชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และก่อนหน้านี้นายศรีสุวรรณ ยังได้โพสต์แจ้งว่า มีความผิดปกติในการจัดทำโครงการมหาลัยสู่ตำบล (U2T) และโครงการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) ของ ม.ราชภัฎอุดรธานี ซึ่งใช้งบประมาณแผ่นดินไปกว่า 1,400 ล้านบาท เป็นเหตุทำให้ผู้บริหารโครงการฯร่ำรวยเพิ่มมากขึ้นอย่างผิดปกติหรือไม่ เพราะผู้บริหารบางรายสามารถปลดหนี้สินสหกรณ์ ซื้อบ้านใหม่ ซื้อรถหรู ส่งลูกไปเรียนต่างประเทศได้
ล่าสุด ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี ผศ.ดร.คณิศรา ธัญสุนทรสกุล อธิการบดี, ผศ.ดร.ชาติชาย ม่วงปฐม รองอธิการบดี, ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดี และนายพิเชษฐ์ แย้มโคกสูง นิติกรปฏิบัติการ ได้แถลงข่าวเพื่อชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวต่อสื่อมวลชนจ.อุดรธานีทันที
ผศ.ดร.คณิศรา ธัญสุนทรสกุล อธิการบดี นั่งโต๊ะแถลงว่า ขอชี้แจงเป็นข้อๆ ตอบทุกประเด็นทั้งโพสต์ของผู้ร้องและผู้ต้องไปยื่นต่อป.ป.ช. ว่า กรณีที่นายศรีสุวรรณไปร้อง เราก็มาตอบทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น ในสิ่งที่ร้องเป็นเรื่องจริงหรือเกิดจากสาเหตุอะไร เมื่อตรวจสอบเราก็พบว่า สิ่งที่นยศรีสุวรรณร้องมา ในหลายประเด็นเราได้รายงานต่อสภามหาวิทยาลัยได้รับทราบในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นว่าจะเป็นโครงการมหาลัยสู่ตำบล (U2T) และโครงการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) เราได้รายงานวิธีการดำเนินการและรายงานต่อสภามหาวิทยาลัยเป็นระยะๆ แต่ประเด็นที่นายศรีสุวรรณได้รับข้อมูลแล้วไปร้อง ป.ป.ช. มองว่ามีสองนัยยะ คือ นัยยะแรกไม่ทราบว่าใครเอาข้อมูลไปให้ผู้ร้องไม่ครบ หยิบบางประเด็นที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองแล้วเอาไปนำเสนอให้กับผู้ร้อง เมื่อได้ข้อมูลไม่ครบทำให้สื่อความหมายไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
เรื่องที่ 2 ข้อมูลบางอย่างไม่ถูกต้อง เช่น ที่ว่าทางมหาวิทยาลัยฯ ได้รับงบประมาณ โครงการมหาลัยสู่ตำบล (U2T) และโครงการพัฒนาเศรษฐกิจแบบองค์รวม (BCG Model) 1,400 ล้านบาท ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ทั้งสองโครงการ BCG Model ได้รับงบประมาณจากกระทรวงอุดมศึกษาฯ โครงการแรก 473 ล้านบาท โครงการที่ 2 117 ล้านบาท วัตถุประสงค์ของโครงการเป็นการจ้างงานฯ นักศึกษาและชาวบ้านในพื้นที่ พอโครงการเสร็จเราได้คืนกระทรวงอุดมศึกษาโครงการแรกคืนไป 28 ล้านบาท โครงการที่ 2 คืนไป 2 ล้านบาท ขอชี้แจงว่า งบประมาณดังกล่าวไม่ใช่เงินรายได้ของมหาวิทยาลัยฯ ไม่สามารถเก็บเงินหรือหักเข้าเป็นเงินรายได้ของมหาวิทยาลัยฯได้
ส่วนกรณีที่จ้างบุคคลภายนอกที่เกษียณอายุราชการไปแล้วมาดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ขอชี้แจงว่า อธิการบดีฯ เป็นผู้เสนอ แต่ต้องผ่านความเห็นชอบสภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบ อธิการจะแต่งตัวเองคนเดียวไม่ได้ พอสภามหาวิทยาลัยให้ความเห็นชอบ เราก็มอบหมายหน้าที่ให้ และทางมหาวิทยาลัยฯมีระเบียบรองรับ และหลักเกณฑ์การจ้างบุคลาการที่เกษียนอายุราชการตรงนี้ ต้องผ่านกระบวนการ ไม่ใช่อธิการไปเซ็นแล้วให้มาทำงานได้เลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้ไหมเป็นการร้องเพื่อให้ผู้บริหารเสียหายในช่วงที่ใกล้หมดวาระของผู้บริหารอีกเวลาปีกว่า อธิการบดี ตอบว่า ในฐานะอธิการบดีจะพูดอะไรออกไปต้องมีข้อมุลที่ถูกต้อง เราก็มาทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น มีสิทธิที่อาจจะเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้ก็ได้ เพราะถ้าเราสังเกตในแวดวงสถาบันอุดมศึกษา ก็จะมีเรื่องราวประเด็นแบบนี้ในช่วงใกล้หมดวาระและใกล้ช่วงสรรหาผู้บริหาร แต่ไม่ฟันธงใช่หรือไม่ใช่ เพราะเราจะพูดอะไรต้องมีข้อมูล ที่ได้พูดในวันนี้เป็นข้อมูลจริงที่เคยได้รายงานให้กับสภามหาวิทยาลัยฯ ไปแล้ว หากป.ป.ช.มาสอบถามข้อมูลที่พูดทุกอย่างในวันนี้ก็จะเป็นข้อมูลที่ตรงกัน
“จริงๆ เราเคารพองค์กรที่ทำหน้าที่ที่ทำการตรวจสอบมหาวิทยาลัย เราพร้อมให้ตรวจสอบ ที่ออกมาชี้แจงครั้งนี้ เพื่อแถลงข้อเท็จจริงและปกป้องมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ไม่รู้ว่ามีเจตนาของคนที่เอาข้อมุลให้นายศรีสุวรรณต้องการอะไร แต่อยากจะบอกกับคนที่ทำเรื่องนี้อยากให้ตระหนักสำนึกนิดหนึ่ง สิ่งที่คุณทำกำลังทำร้ายองค์กรคุณเอง ข้อมูลไม่ครบถ้วนและไม่ถูกต้องเสนอข้อมูลแค่บางส่วน คุณกำลังทำร้ายมหาวิทยาลัย ทำร้ายนักศึกษาและองค์กรของคุณเอง และบุคลากรของเรา”อธิการบดี ระบุ
ส่วน ดร.เอกราช ดีนาง รองอธิการบดีฯ ชี้แจงว่า ตามที่ผู้ร้องโพสต์ว่าผู้บริหารร่ำรวยผิดปกติ ถ้าจะหมายถึงตน ยากจะบอกว่า ตอนนี้จนลงด้วยซ้ำ บ้านหลังใหม่ที่ซื้อธนาคารให้กู้ 4 ล้านบาท ผ่อนเดือนละ 19,000 บาท เวลา 30 ปี รถที่ซื้อใหม่เพราะรถคันเก่ามันพัง มาซื้อคันใหม่ ไม่ใช่รถหรู โดยเอาเงินที่เหลือจากกู้ธนาคารมาผ่อน ส่วนลูกที่ไปเรียนต่างประเทศ เป็นการวางแผนของครอบครัวไว้แล้วโดยเอาเงินที่เหลือจากการกู้จากธนาคาร 4 ล้านบาท ขอเรียนว่าลูกไม่ได้ไปเรียน แต่เป็นการไปแลกเปลี่ยน 10 เดือนแล้วก็กลับมาเรียนที่เมืองไทย รถและบ้านเป็นเงินกู้ธนาคารทั้งนั้น โดยมีคุณปู่ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายค่าเล่าเรียน ซึ่งก่อนเข้ารับตำแหน่งตนยื่นทรัพย์สินต่อ ปปช.ไปแล้ว และต้องยื่นทุก 3 ปี จะรวยเพิ่มขึ้นหรือลดลง ไปดูที่ปปช. เรียนตรงนี้ว่าตอนนี้ตนจนลง