#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2755218

15 ม.ค. 2567 13:37 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สงคราม 100 วัน “อิสราเอล-ฮามาส” ยังไร้วี่แววยุติ
- ครบรอบ 100 วัน สงครามการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส ในดินแดนกาซา หลังการโจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2566 เป็นเหตุให้ชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 23,843 ศพ บาดเจ็บกว่า 60,317 ราย ขณะที่ผู้เสียชีวิตในอิสราเอลยังยืนอยู่ที่ 1,139 ศพ
- นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประกาศเนื่องในวาระสงครามในฉนวนกาซามาถึงวันที่ 100 ว่า ไม่มีใครจะสามารถหยุดยั้งอิสราเอลทำสงครามในฉนวนกาซา เพื่อกำจัดบดขยี้กลุ่มฮามาส และสงครามจะยืดเยื้อไปอีกตลอดปี
- การสู้รบระหว่างอิสราเอล-ฮามาส ยังจุดชนวนความขัดแย้งลุกลามในตะวันออกกลาง หลายกลุ่มถูกลากเข้าสู่วังวนความขัดแย้งในระดับภูมิภาค หลังทหารอิสราเอลปะทะกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรของกลุ่มฮามาสจนทำให้พรมแดนอิสราเอล-เลบานอน ทวีความตึงเครียดมากขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา ถือเป็นวันครบรอบ 100 วันที่อิสราเอลและกลุ่มฮามาสทำสงครามที่เรียกได้ว่ายาวนานที่สุด และอันตรายที่สุดระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์ นับตั้งแต่การสถาปนาประเทศอิสราเอลในปี ค.ศ. 1948 และจนถึงตอนนี้ การสู้รบยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง
โดยอิสราเอลประกาศสงครามเพื่อตอบโต้การโจมตีข้ามพรมแดนที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ซึ่งกลุ่มฮามาสสังหารผู้คนไปราว 1,200 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน และจับตัวประกันอีก 250 คน นับเป็นการโจมตีที่อันตรายที่สุดในประวัติศาสตร์ของอิสราเอล และเป็นการโจมตีที่อันตรายที่สุดสำหรับชาวยิว นับตั้งแต่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
หลังถูกโจมตี อิสราเอลตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศถล่มฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วงหลายสัปดาห์ ก่อนที่จะขยายปฏิบัติการไปสู่การรุกภาคพื้นดิน โดยระบุว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการบดขยี้กลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก และช่วยเหลือปล่อยตัวตัวประกันมากกว่า 100 คน ที่กลุ่มฮามาสนี้ยังคงควบคุมตัวไว้อยู่
การรุกโจมตีภาคพื้นดินของอิสราเอลได้ก่อให้เกิดการทำลายล้างในฉนวนกาซาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่กว่า 3 เดือนต่อมา กลุ่มฮามาสอยู่รอดอย่างเหนียวแน่น และตัวประกันยังคงถูกคุมขัง ทางด้านกองทัพอิสราเอลกล่าวว่าสงครามจะยืดเยื้อไปตลอดปี 2567

อิสราเอลที่จะไม่มีวันเหมือนเดิม
ที่อิสราเอล แม้ว่าประชาชนจะออกมาสนับสนุนความพยายามทำสงครามของกองทัพ แต่ก็ยังคงบอบช้ำทางจิตใจอย่างหนัก จากเหตุโจมตีเมื่อวันที่ 7 ต.ค. เมื่อหลายครอบครัวถูกสังหารในบ้าน ผู้ที่ไปร่วมงานปาร์ตี้ถูกยิงในงานเทศกาลดนตรี และเด็กและผู้สูงอายุถูกลักพาตัวไปคุมขัง
ตามท้องถนนในอิสราเอลมีภาพโปสเตอร์ของตัวประกันที่ยังถูกจับตัว แปะให้เห็นอยู่ทั่วไป ผู้คนสวมเสื้อยืดเรียกร้องให้ผู้นำอิสราเอล พาตัวประกันกลับบ้าน ขณะที่สถานีข่าวของอิสราเอลอุทิศการออกอากาศเพื่อรายงานข่าวสงครามตลอดเวลา พวกเขาถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับโศกนาฏกรรมและวีรกรรมอย่างไม่หยุดยั้งตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.
นอกจากนี้ยังมีข่าวเรื่องราวเกี่ยวกับตัวประกันและครอบครัวของพวกเขา งานศพที่เต็มไปด้วยน้ำตาของทหารที่ถูกสังหารในสนามรบ และรายงานสถานการณ์การสู้รบจากฉนวนกาซา
ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีการพูดคุย หรือแสดงออกถึงความเห็นอกเห็นใจต่อตัวเลขผู้เสียชีวิตที่พุ่งสูงขึ้น และสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาที่ย่ำแย่ลง และยังไม่ค่อยมีการกล่าวถึงแผนอนาคตสำหรับฉนวนกาซาหลังสงคราม

ฉนวนกาซาที่จะไม่มีวันเหมือนเดิม
หากมองย้อนไปในช่วงก่อนวันที่ 7 ตุลาคม ประชาชนในฉนวนกาซาอยู่ในสภาพที่ยากลำบาก จากการปิดล้อมโดยอิสราเอลและอียิปต์ หลังจากการยึดครองของกลุ่มฮามาสในปี 2550 ปัจจุบันดินแดนแห่งนี้ยังไม่อาจเป็นที่จดจำได้
ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเหตุระเบิดจากการโจมตีของอิสราเอล ถือเป็นหนึ่งในเหตุระเบิดที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในฉนวนกาซา เผยข้อมูลว่า ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็นกว่า 23,000 ศพแล้ว หรือคิดเป็น 1% ของประชากรในดินแดนกาซา นอกจากนี้ยังมีผู้สูญหาย หรือบาดเจ็บสาหัสอีกหลายพันคน ขณะที่ประชากรมากกว่า 80% กลายเป็นผู้พลัดถิ่น และผู้คนหลายหมื่นคนต้องอาศัยอัดแน่นอยู่ในแคมป์เต็นท์ที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในพื้นที่เล็กๆ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ซึ่งกลายเป็นเป้าโจมตีของอิสราเอลเช่นกัน
นายฮามอน แวน เดน โฮค ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำแผนที่ภูมิศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยโอเรกอน และโคเรย์ เชอร์ ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์บัณฑิตมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียม พบว่ากว่าครึ่งหนึ่งของอาคารในฉนวนกาซาน่าจะได้รับความเสียหาย หรือถูกทำลายล้างเป็นวงกว้างในระดับที่น่าตกใจ
ทางด้านองค์การสหประชาชาติ ประเมินว่ากว่า 1 ใน 4 ของจำนวนประชากรในฉนวนกาซากำลังอดอยาก ขาดแคลนอาหาร โรงพยาบาลในกาซาเพียง 15 แห่ง จากทั้งหมด 36 แห่ง เปิดดำเนินการได้บางส่วน ส่งผลให้ระบบการแพทย์ใกล้จะล่มสลาย เด็กๆ ขาดเรียนไปหลายเดือน และอาจไม่มีโอกาสได้กลับไปเรียนอีก

อิสราเอลลั่น พร้อมสู้รบแบบยืดเยื้อ
นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีว่า การต่อสู้กับกลุ่มฮามาสจะดำเนินต่อไปอีกหลายเดือน โดยบอกว่า รัฐบาลของเขาจะไม่มีวันยอมแพ้ เรื่องช่วยเหลือตัวประกัน และกำลังทำทุกวิถีทาง เพื่อนำตัวประกันทุกคนกลับบ้านให้ได้
ผู้คนในอิสราเอลเฉลิมฉลอง 100 วันของสงคราม ด้วยการออกมาสวดภาวนาขอให้ทุกคนปลอดภัย และนำตัวประกันที่เหลือทั้งหมดที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในฉนวนกาซากลับมาโดยเร็ว
แม้ว่าที่ผ่านมา คะแนนนิยมต่อสาธารณชนของนายเนทันยาฮูจะลดลงอย่างมาก หลัง 7 ต.ค. แต่เขายังยืนกรานต่อต้านเสียงเรียกร้องให้ออกมาขอโทษประชาชน และลาออกจากตำแหน่ง หรือข้อเรียกร้องให้มีการสอบสวนความล้มเหลวของรัฐบาล โดยนายเนทันยาฮู ซึ่งเป็นผู้นำประเทศมาเกือบตลอด 15 ปีที่ผ่านมา กล่าวว่าจะมีเวลาสำหรับการสอบสวนหลังสงครามในภายหลัง
นายทอม เซเกฟ นักประวัติศาสตร์ กล่าวว่า สงครามครั้งนี้จะทำให้อิสราเอลสั่นคลอนไปอีกหลายปี หรืออาจต้องใช้เวลาเป็นชั่วรุ่น เขากล่าวว่าความล้มเหลวในวันที่ 7 ต.ค. และการไม่สามารถนำตัวประกันกลับบ้านได้ ทำให้เกิดความรู้สึกถูกทรยศและขาดศรัทธาต่อรัฐบาลอย่างกว้างขวาง
สถานการณ์สู้รบล่าสุดยังดุเดือด
สื่อท้องถิ่นของปาเลสไตน์ รายงานว่า กองทัพอิสราเอลได้เดินหน้าโจมตีทางอากาศและโจมตีภาคพื้นดินในฉนวนกาซา เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในฉนวนกาซากล่าวว่า การโจมตีของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิต 125 ศพ ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตในเขตฉนวนกาซาในช่วง 100 วันที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 23,968 ศพ
ขณะเดียวกัน การโจมตีด้วยขีปนาวุธโดยกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งมีฐานอยู่ในเลบานอน ได้คร่าชีวิตผู้อยู่อาศัย 2 ศพ ทางตอนเหนือของอิสราเอล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ขณะที่กองทัพอิสราเอลกล่าวว่า ได้สังหารกลุ่มติดอาวุธ 4 คนที่ข้ามเข้าสู่อิสราเอล
นายฮัสซัน นัสรุลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กล่าวว่า แนวรบเลบานอนมีไว้เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือประชาชนในฉนวนกาซา นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่า กลุ่มฮิซบอลเลาะห์พร้อมทำสงครามยืดเยื้ออย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใด

ความขัดแย้งลุกลามทั่วตะวันออกกลาง
สงครามอิสราเอล-ฮามาส ได้ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง และบานปลายไปสู่ความขัดแย้งในวงกว้างที่นำไปสู่การเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ ต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน
โดยเกือบจะทันทีหลังการโจมตีของกลุ่มฮามาส กลุ่มติดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านในเลบานอน เริ่มโจมตีอิสราเอล ยั่วยุให้อิสราเอลโจมตีตอบโต้
การต่อสู้รบตอบโต้ไปมาระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กำลังปะทุรุนแรง และหลายฝ่ายเกรงว่าจะกลายเป็นสงครามเต็มรูปแบบ ล่าสุดหลังการโจมตีทางอากาศเมื่อวันที่ 2 มกราคม อิสราเอลสังหารแกนนำระดับสูงของกลุ่มฮามาส ในเบรุต ประเทศเลบานอน กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ตอบโต้กลับด้วยการโจมตีอย่างหนักต่อฐานทัพอิสราเอล ขณะที่อิสราเอลสังหารผู้บัญชาการกลุ่มฮิซบอลเลาะห์หลายคน ในการโจมตีทางอากาศแบบกำหนดเป้าหมายในช่วงหลายวันต่อมา
ขณะเดียวกัน กลุ่มกบฏฮูตี ในเยเมน ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ก่อเหตุโจมตีหลายครั้งต่อเรือบรรทุกสินค้าในทะเลแดง และโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ทั้งในอิรัก และซีเรีย จนกระทั่งสหรัฐฯ ต้องส่งเรือรบไปยังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และทะเลแดง เพื่อควบคุมสถานการณ์ความรุนแรง
สัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพสหรัฐฯ และอังกฤษ ทิ้งระเบิดถล่มเป้าหมายกลุ่มฮูตี ในเยเมน กลุ่มฮูตีให้คำมั่นว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรง ทำให้เกิดความขัดแย้งเป็นวงกว้างยิ่งขึ้น

ยังมืดมนไร้แผนการหลังสงคราม
ในขณะที่สงครามดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นแบบรายวัน ยังไม่มีเส้นทางที่ชัดเจนว่าการต่อสู้จะสิ้นสุดลงเมื่อไร และจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป โดยอิสราเอลระบุว่า กลุ่มฮามาสจะต้องไม่ได้มีส่วนร่วมในอนาคตของฉนวนกาซา ในขณะที่ฮามาสออกมาโต้กลับว่า สิ่งที่อิสราเอลเชื่อมั่นนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา
สหรัฐฯ และประชาคมระหว่างประเทศต้องการให้อำนาจปาเลสไตน์ที่ได้รับการฟื้นฟูมาปกครองฉนวนกาซา และก้าวไปสู่การแก้ปัญหาแบบสองรัฐ วัตถุของอิสราเอล
อิสราเอลต้องการรักษาการแสดงตนทางทหารในฉนวนกาซาในระยะยาว สหรัฐฯ ไม่ต้องการให้อิสราเอลยึดครองดินแดนดังกล่าวอีกครั้ง
ขณะที่การฟื้นฟูจะใช้เวลาหลายปี ไม่ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้จ่ายเงิน นอกจากนี้บ้านเรือนจำนวนมากถูกทำลาย สิ่งที่ยังคงเป็นคำถามคือ อนาคตของผู้พลัดถิ่นในขณะที่การสู้รบยังยืดเยื้อยาวนานแบบนี้.