#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/781996

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘๑๐๐ ปี สมเด็จพระวันรัต(เฮง)’ ปราชญ์เมืองอุทัยธานี
วันอาทิตย์ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2567, 07.10 น.
พระมหาเถระผู้เป็นปราชญ์ทางธรรม
จากงาน ๓๓๘ ปี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ที่ผ่านมานั้น ทางวัดได้จัดงานวันที่ระลึก ๑๐๐ ปี การครองวัดของสมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) อดีตเจ้าอาวาสซึ่งเป็นสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น เจ้าคณะใหญ่หนใต้ และแม่กองบาลีสนามหลวง ขึ้นในโอกาสเดียวกัน พระเถระรูปนี้มีนามเดิมว่า กิมเฮง มีบิดาเป็นพ่อค้าชาวจีนชื่อตั้วเก๊า แซ่ฉั่ว มารดาเป็นไทยชื่อ ทับทิม ท่านเกิดเมื่อวันจันทร์ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง ตรงกับวันที่๓๑ มกราคม พ.ศ.๒๔๒๔ ถ้านับแบบปัจจุบันจะตรงกับปี พ.ศ.๒๔๒๕ ท่านเป็นปราชญ์ของชาวเมืองอุทัยธานี ที่มีภูมิลำเนาอยู่บ้านท่าแร่ ตำบลสะแกกรังอำเภอเมืองอุทัยธานี เมื่อท่านอายุได้ ๑๐ ขวบ ได้เรียนภาษาไทยกับ พระอาจารย์ชัง วัดขวิด อยู่ ๒ ปีแล้วย้ายไปเรียนกับ พระปลัดใจ วัดมณีธุดงค์ ซึ่งต่อมาได้เป็น พระสุนทรมุนี (ใจ) เจ้าคณะเมืองอุทัยธานี

วัดขวิดสำนักเรียนครั้้งแรก
เมื่อท่านอายุได้ ๑๓ ปีนั้น ได้บรรพชาเป็นสามเณรแล้วเรียนภาษาบาลีที่วัดมณีธุดงค์ต่อจนกระทั่งอายุได้ ๑๖ ปี จึงย้ายไปอยู่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ฯ เรียนภาษาบาลีกับ พระยาธรรมปรีชา (ทิม)และ หลวงชลธีธรรมพิทักษ์ (ยิ้ม) แต่ครั้งยังเป็นมหาเปรียญ เมื่อพ.ศ.๒๔๔๐ ต่อได้มาเรียนกับพระอมรเมธาจารย์ (เข้ม ธมฺมสโร) วัดมหาธาตุฯสมเด็จพระวันรัต (แดง สีลวฑฺฒโน), สมเด็จพระวันรัต(ฑิต อุทโย) และ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวโรรส จนสอบได้เปรียญธรรม ๕ ประโยคในปี พ.ศ.๒๔๔๔ เมื่อมีอายุครบบวชในปีขาล พ.ศ.๒๔๔๕จึงอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่วัดมหาธาตุฯ นั้นโดยมี สมเด็จพระวันรัต (ฑิต อุทโย) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระธรรมวโรดม (จ่าย ปุณฺณทตฺโต)และ พระเทพเมธี (เข้ม ธมฺมสโร) เป็นคู่พระกรรมวาจาจารย์ ท่านได้ตั้งใจศึกษาทางธรรม แล้วเข้าสอบเปรียญธรรม ๗ ประโยค ได้ในปี พ.ศ.๒๔๔๗ สอบเปรียญธรรม ๘ ประโยค ได้ในปี พ.ศ.๒๔๔๘และสอบได้เปรียญธรรม ๙ ประโยค ได้ในปี พ.ศ. ๒๔๔๙ ด้วยเหตุที่ท่านเป็นพระเถระที่ใฝ่รู้สู้สิ่งยากและให้ความสำคัญกับการศึกษาทางธรรมอย่างมาก จึงเป็นแบบอย่างของความสำเร็จเมื่อครั้งเป็นสามเณรเปรียญธรรม ๔ ประโยคนั้น ท่านก็ได้รับมอบหมายให้เป็นครูสอนในมหาธาตุวิทยาลัย จนเมื่อสมเด็จพระวันรัต (ฑิต) ชราภาพลงสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส ได้โปรดฯให้ท่านเป็นผู้จัดการวัดมหาธาตุแทนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๕๕ ครั้นสมเด็จพระวันรัตถึงแก่มรณภาพลงในปี พ.ศ.๒๔๖๖ ท่านจึงได้รับโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าอาวาสสืบแทน ตลอดช่วงเวลาที่ครองวัดนั้น ท่านได้จัดระเบียบวัดทั้งในด้านการทะเบียน การทำสังฆกรรม จัดลำดับชั้นการปกครองคณะวางกฎเข้มงวดกับจริยวัตรของพระเณรในวัด และจัดการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรมและก่อสร้างเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอกับการขยายการศึกษา นอกจากนี้ท่านยังสนองงานถวายสมเด็จกรมพระยาวชิรญาณวโรรส จนเป็นที่พอพระทัย เมื่อพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๔๘๔ ประกาศใช้ ท่านได้รับคัดเลือกเป็นประธานสังฆสภาเป็นรูปแรก สำหรับสมณศักดิ์นั้นท่านได้ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศรีวิสุทธิวงษ์ พ.ศ.๒๔๕๒ เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชสุธีฯ พ.ศ.๒๔๕๕ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพโมลีฯ พ.ศ.๒๔๕๙เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่พระธรรมไตรโลกาจารย์ฯพ.ศ.๒๔๖๔ เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองหนเหนือที่พระพิมลธรรมฯ พ.ศ.๒๔๗๑ เป็นสมเด็จพระราชาคณะเจ้าคณะใหญ่หนใต้ที่ สมเด็จพระวันรัต ปริยัติพิพัฒนพงศ์ วิสุทธิสงฆปรินายก ตรีปิฎกโกศลวิมลคัมภีรญาณสุนทร มหาทักษิณคณฤศร บวรสังฆารามคามวาสี อรัญญวาสี พ.ศ.๒๔๘๒
สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี) ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันจันทร์ที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๔๘๖ เวลา ๒๐.๓๐ น. ณ คณะ ๑ วัดมหาธาตุฯ สิริอายุได้ ๖๑ ปี ๙๙ วัน พรรษา ๔๒ ท่านเป็นพระมหาเถระผู้วางรากฐานการศึกษาของคณะสงฆ์ และท่านเป็นผู้มีความรู้ด้านการแปลภาษาบาลีอย่างดี ดังปรากฏผลงานคัมภีร์ใบลานจำนวนมาก ที่สำคัญท่านได้สร้างศิษย์ผู้เป็นปราชญให้แผ่นดินหลายท่านด้วยคุณูปการด้านศาสนาของพระมหาเถระจากลุ่มแม่น้ำสะแกกรังรูปนี้ ถือว่าท่านคือต้นแบบของการศึกษาเรียนรู้ที่หาได้ยากยิ่ง

พระธรรมไตรโลกาจารย์ (เฮง)

พระราชสุธี (เฮง)

พระเทพโมลี (เฮง)

สมเด็จพระวันรัต (เฮง เขมจารี)

รูปหล่อสมเด็จพระวันรัต (เฮง)

รูปหล่อสมเด็จพระวันรัตเฮง

คัมภีร์ใบลาน

บ้านสะแกกรัง

หอพระไตรปิฎก สร้าง ๒๔๕๒ โดยสมเด็จพระวันรัต (เฮง)

โรงสีข้าวท่าต้นจันทน์ บ้านสะแกกรัง

บุษบกพระรูปหล่อสมเด็จพระวันรัต (เฮง)