#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2756702

22 ม.ค. 2567 11:24 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ประชากรจีนลดลง อาจกลายเป็นวิกฤติของโลกอย่างที่คาดไม่ถึง
- จากประเทศที่เคยมีจำนวนประชากรมากที่สุดในโลก ปีที่แล้วจีนมีอัตราประชากรเกิดใหม่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ จำนวนประชากรของจีนลดลงเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยลดลง 2.75 ล้านคน หรือคิดเป็น 0.2% เหลือเพียง 1,409 ล้านคนในปี 2566 ขณะที่แนวโน้มยังลดลงอย่างต่อเนื่องจนน่าวิตก
- ขณะเดียวกันตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีน ซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลกก็มีแนวโน้มลดลง ประชากรวัยทำงานลดลง และจำนวนผู้บริโภคก็ลดลง ในขณะที่จีนต้องแบกรับต้นทุนการดูแลผู้สูงอายุและสวัสดิการการเกษียณอายุที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
- ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเรากำลังจะได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับจีน โรงงานผลิตที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ส่วนมากย้ายไปยังอินเดียและประเทศที่มีแรงงานถูกกว่า ห่วงโซ่อุปทานจำนวนมากจะค่อยๆ ย้ายออกจากจีน ไปยังอินเดียและเวียดนาม
จีนมีจำนวนประชากรลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ท่ามกลางอัตราการเกิดที่ต่ำเป็นประวัติการณ์ และการเสียชีวิตของผู้คนจำนวนมากที่ถูกโควิด-19 คร่าชีวิต หลังจากที่รัฐบาลจีนได้ยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดที่กลายเป็นตัวเร่งปัญหา และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนและของโลกในระยะยาว

สถานการณ์จริงเลวร้ายแค่ไหน
สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน เปิดเผยสถิติที่ระบุว่า จำนวนประชากรทั้งหมดในประเทศลดลงมากถึงเกือบ 2.8 ล้านคน หรือคิดเป็น 0.2% โดยในปีที่แล้วจำนวนประชากรทั้งประเทศลดลงมาอยู่ที่ 1,409 ล้านคน ซึ่งนับว่าเป็นอัตราการปรับลดลงมากกว่าปีก่อนหน้า ซึ่งในปี 2565 จำนวนประชากรจีนลดลง 850,000 คน โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานับเป็นครั้งแรกในประวัติการณ์ที่ประชากรจีนลดลง นับตั้งแต่ชาวจีนเผชิญภาวะอดอยากครั้งใหญ่ในสมัยอดีตผู้นำเหมา เจ๋อตุง ในช่วงปี 2504
ทางด้านนักประชากรศาสตร์ของจีนมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้น่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะจากการเฝ้าติดตามตัวเลขการเพิ่มขึ้นของประชากร พบว่าอัตราการเจริญพันธุ์ของจีนลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา และจีนอยู่ในกลุ่มที่ประชากรเจริญพันธุ์ต่ำที่สุดในโลก โดยลดลงเหลือสถิติ 1.09% ในปี 2565 ตามที่ผู้เชี่ยวชาญได้คาดการณ์ไว้
สาเหตุหลักที่ทำให้ประชากรจีนลดลง
ผู้สังเกตการณ์ระบุว่า จำนวนประชากรล่าสุดของจีนลดลงต่อเนื่องนั้น มาจากการเสียชีวิตของผู้ป่วยจำนวนมากในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากที่จีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลกได้ยกเลิกมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคอย่างกะทันหันในเดือนธันวาคม 2565 หลังจากใช้มาตรการคัดกรองและกักกันอย่างเข้มงวดเป็นเวลา 3 ปี
โดยปีที่แล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตโดยรวมเพิ่มขึ้น 6.6% เป็นจำนวน 11.1 ล้านคน โดยอัตราการเสียชีวิตพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2517
ขณะเดียวกัน จำนวนประชากรเกิดใหม่ก็ลดลงถึง 5.7% เหลือเพียง 9.02 ล้านคนในปี 2566 โดยอัตราการเกิดในจีนลดลงอย่างต่อเนื่องมานานหลายทศวรรษ เนื่องจากการผสมผสานระหว่างการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว และการบังคับใช้นโยบายลูกคนเดียวที่เข้มงวด ระหว่างปี 1980 ถึง 2015
โดยอัตราการเกิดของจีนต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 6.39 ต่อ 1,000 คน ในปี 2566 ลดลงจาก 6.77 ต่อ 1,000 คนในปีก่อนหน้า ซึ่งสามารถเทียบได้กับตัวเลขการเกิดของประชากรในประเทศเอเชียตะวันออก อาทิ ญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ที่ 6.3 ต่อ 1,000 คน และเกาหลีใต้อยู่ที่ 4.9 ต่อ 1,000 คน
ดร.จ้าว ลี่เถา นักวิจัยอาวุโสแห่งสถาบันเอเชียตะวันออก มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ กล่าวว่า จีนกำลังเดินตามรอยเท้าของสังคมประเทศเอเชียตะวันออกเหล่านี้ โดยเขามองว่าการลดลงของจำนวนประชากรจีนได้รับแรงผลักดันจากปัจจัยทางสังคมและประชากรในระยะยาว เช่น คนหนุ่มสาวแต่งงานช้าลง คนรุ่นใหม่นิยมเป็นโสดเพิ่มขึ้น ตลอดจนวิถีชีวิตและค่านิยมของคนในสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายในการดูแลเด็ก ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา และที่อยู่อาศัยที่มีราคาสูงขึ้น
ข้อมูลของสถาบันวิจัยประชากร ในกรุงปักกิ่ง ระบุว่า สำหรับชาวจีนการมีลูก 1 คน มีค่าใช้จ่ายสูงอย่างมาก ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการเลี้ยงลูกจนถึงอายุ 18 ปี อยู่ที่ 485,000 หยวน หรือประมาณ 2.4 ล้านบาท ในปี 2562 ซึ่งสูงกว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพีต่อหัวของประเทศเกือบ 7 เท่า และสูงกว่าที่อื่นๆ รวมถึงในสหรัฐฯ และญี่ปุ่นมาก ทำให้ชาวจีนจำนวนมากวิตกกังวลและเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการมีลูก เนื่องจากพวกเขายังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนด้านการทำงาน และค่าแรงที่ต่ำ

ประชากรลดลง จีนได้รับผลกระทบอย่างไร
จำนวนประชากรที่ลดลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ได้เพิ่มปัญหาด้านประชากรศาสตร์ ซึ่งทางการจีนกำลังจัดการอยู่ ตั้งแต่กำลังแรงงานที่ลดลง ไปจนถึงสังคมผู้สูงอายุ โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า สิ่งนี้ทำให้การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กลายเป็นเรื่องที่ท้าทายมากยิ่งขึ้น เนื่องจากจีนกำลังเผชิญกับภาวะถดถอยอย่างต่อเนื่องของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลง และอัตราการว่างงานของเยาวชนที่เพิ่มสูงขึ้น
ทางด้านนายอี้ ฟู่เซียน นักวิทยาศาสตร์อาวุโสของมหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน กล่าวว่า วิกฤติด้านประชากรศาสตร์ของจีนอยู่นอกเหนือจินตนาการของเจ้าหน้าที่จีนและประชาคมระหว่างประเทศ และแนวโน้มเศรษฐกิจของจีนก็แย่กว่าที่คาดไว้ โดยภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในปัจจุบันของจีนไม่ใช่วัฏจักร แต่เป็นเชิงโครงสร้างและไม่สามารถย้อนกลับได้ และเขามองว่าเศรษฐกิจของจีนก็ไม่น่าจะแซงหน้าสหรัฐฯ ได้
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า จีนจะต้องมีส่วนร่วมในการปรับลดเชิงกลยุทธ์ โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายในประเทศและวิกฤติประชากร และปรับปรุงความสัมพันธ์กับตะวันตก ขณะที่จีนซึ่งพึ่งพาแรงงานภายในประเทศมาเป็นเวลานานในฐานะตัวขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ อาจเปลี่ยนแปลงวิธีการดำเนินงานได้ในอนาคต เนื่องจากพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในด้านประชากรศาสตร์
นอกจากนี้ ยังเกิดแรงกดดันอย่างมากต่อคนรุ่นใหม่ที่ต้องคอยเลี้ยงดูประชากรสูงอายุ โดยพบว่าคนดูแลน้อยลงในขณะที่ผู้สูงอายุมากขึ้น ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพและการดูแลผู้สูงอายุก็จะเพิ่มขึ้นเช่นกัน เมื่อผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น
โดยประชากรจีนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ที่ 297 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 5 ของประชากรทั้งหมดในปี 2566 เพิ่มขึ้นจาก 280 ล้านคนในปีก่อนหน้า และคาดว่าตัวเลขนี้จะสูงถึงกว่า 500 ล้านคนในปี 2593 ขณะที่คาดว่าระบบเงินบำนาญจะหมดเงินภายในปี 2578
ผู้เชี่ยวชาญต่างมองว่า ในสังคมจีนยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการบริการดูแลผู้สูงอายุที่เพียงพอและมีคุณภาพ ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนผู้ดูแล ยังไม่มีการเสริมสร้างระบบบำนาญและระบบการดูแลสุขภาพ และจัดการกับการว่างงานเชิงโครงสร้าง

ประชากรจีนลดลง กระทบต่อโลกอย่างไร
การเปลี่ยนแปลงด้านประชากรศาสตร์ของจีนอาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อส่วนอื่นๆ ของโลก เนื่องจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวอาจฉุดรั้งการเติบโตทั่วโลก เมื่อจำนวนประชากรลดลง นักท่องเที่ยวขาออกของจีนก็อาจลดลง จนกระทั่งในที่สุดตลาดจีนอาจจะมีความโดดเด่นน้อยลงสำหรับสินค้าและผลิตภัณฑ์ระหว่างประเทศ
ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศในจีนยังต้องพิจารณาถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการลดลงของจำนวนประชากร เช่น การขาดแคลนแรงงานที่เป็นไปได้ ความต้องการสินค้าและบริการบางอย่างที่ลดลง และความต้องการที่เพิ่มขึ้นในภาคส่วนอื่นๆ บางส่วน
ผู้สังเกตการณ์กล่าวว่า การสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ อาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานบางแห่งในจีนรุนแรงกว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น การผลิตและการก่อสร้าง ในทางกลับกัน เนื่องจากต้นทุนแรงงานของจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เพื่อนบ้านอย่างอินเดียที่มีประชากรอายุน้อยกว่าและคนงานถูกกว่า จึงได้รับประโยชน์
ดร.ซิวเจียน เผิง นักวิจัยอาวุโสจากมหาวิทยาลัยวิกตอเรีย กล่าวว่า ในกรณีนี้เราจะได้เห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับจีน โรงงานผลิตที่ใช้แรงงานเป็นหลัก ส่วนมากย้ายไปยังอินเดียและประเทศที่มีแรงงานถูกกว่าด้วย โดยเขามองว่าห่วงโซ่อุปทานจำนวนมากจะค่อยๆ ย้ายออกจากจีน และย้ายไปอินเดียและเวียดนาม แต่นี่เป็นเพียงสำหรับสินค้าการผลิตที่มีอัตรากำไรต่ำและที่ใช้แรงงานเข้มข้นเท่านั้น