มมส เปิดศูนย์วิจัยฯก๊าซเรือนกระจก เป็นแหล่งบูรณาการความรู้ภูมิอากาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/782842

มมส เปิดศูนย์วิจัยฯก๊าซเรือนกระจก  เป็นแหล่งบูรณาการความรู้ภูมิอากาศ

มมส เปิดศูนย์วิจัยฯก๊าซเรือนกระจก เป็นแหล่งบูรณาการความรู้ภูมิอากาศ

วันพฤหัสบดี ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ร่วมกับ บริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด ร่วมเปิดศูนย์วิจัยและปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก โดยมี รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานเปิดโครงการ มี ดร.สมิทธ เหลี่ยมมณี ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก ผู้แทนจากบริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด กล่าวถึงความคืบหน้าและการขยายผลของศูนย์วิจัยและปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก ณ ศูนย์วิจัยและปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

รศ.ดร.ธีรวงศ์ เหล่าสุวรรณ หัวหน้าคณะทำงานศูนย์วิจัยและปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจก กล่าวว่า คณะวิทยาศาสตร์ มมส และ บริษัท เวฟ บีซีจี จำกัด ได้ตระหนักถึงความสำคัญของสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจสิ่งแวดล้อมและความเป็นอยู่ของประชาคมโลก และเล็งเห็นถึงโอกาสในการผลักดันพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ ส่งเสริมการวิจัย และผลิตบุคลากรด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ คาร์บอเครดิตภาคป่าไม้และเกษตรกรรม และภาคพลังงาน เพื่อการพัฒนาอย่ายั่งยืน จึงได้เกิดความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ และจัดตั้งศูนย์วิจัยและปฏิบัติการก๊าซเรือนกระจกขึ้น เพื่อเป็นแหล่งบูรณาการความรู้และประสบการณ์ด้านการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ คาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้และเกษตรกรรม และภาคพลังงาน และสร้างความยั่งยืนให้แก่ประเทศไปด้วยกัน

คณะวิทยาศาสตร์ ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยทางด้านคาร์บอนเครดิตมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 โดยโครงการแรกที่ดำเนินการ คือ A/R Pilot Projects in Thailand “Advanced methods for measuring and monitoring CO2 Emissions, Reduction in Afforestation and Reforestation Projects.” เป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยมิชิแกน สเตทสหรัฐอเมริกา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ โดยมี ดร.อุษา กลิ่นหอม ดร.เจ เอช ซาเม็ก คุณเชษฐพงษ์บุตรเทพ เป็นหัวหน้าคณะนักวิจัย ลงพื้นที่ป่าชุมชนอินแปง จ.สกลนคร ในขณะนั้น และถือเป็นความสำเร็จจากโครงการแรกในการวิจัยการตรวจวัดชีวมวลของต้นไม้ ที่นำเข้าสู่กระบวนการเชิงพาณิชย์ในปี 2553-2554 ทำให้เกิดการซื้อขายคาร์บอนเครดิตเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และมีการมอบเงินมูลค่ากว่า 30,000 เหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 900,000 บาท ให้แก่ชุนชนอินแปง จ.สกลนคร จ.หนองบัวลำภู จ.อุดรธานี และ จ.นครสวรรค์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2553

จากนั้น คณะวิทยาศาสตร์ มมส และมหาวิทยาลัยมิชิแกน สเตท สหรัฐอเมริกา ได้จัดทำข้อตกลงความร่วมมือทางการวิจัยร่วมกันถึง 2 ฉบับในปี พ.ศ. 2553 และ พ.ศ.2558 เพื่อผลิตงานวิจัยด้านการอนุรักษ์ป่าไม้ หรือส่งเสริมการปลูกป่า เพื่อเพิ่มแหล่งกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัย และความร่วมมือจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก,กรมวิชาการเกษตร, กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช, กรมป่าไม้, สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม, สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.), National University of Laos,National Agricultural and Forestry Extension Service, Laos, National Agriculture and Forestry Research Institute, Policy Research Institute, Laos,Ministry of Agriculture and Rural Dev.,Vietnam, Vietnam Forestry University,

Leave a comment