#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2760503

4 ก.พ. 2567 09:00 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
สหรัฐฯ อังกฤษ โจมตีเป้าหมายกบฏฮูตีหลายแห่งในเยเมน
สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายของกลุ่มกบฏฮูตี 36 จุด ใน 13 พื้นที่ในเยเมน หลังสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมาย 85 จุดในซีเรียและอิรักเมื่อวันศุกร์
สหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายของกลุ่มฮูตี 36 จุด ใน 13 พื้นที่ในเยเมน หลังจากที่สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมาย 85 จุดในซีเรียและอิรักเมื่อวันศุกร์ การโจมตีทางอากาศในเยเมนเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากการโจมตีของสหรัฐฯ ต่อเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับอิหร่านในอิรักและซีเรีย เพื่อตอบโต้การสังหารทหารสหรัฐฯ 3 นายในจอร์แดนเมื่อวันที่ 28 มกราคม
นี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่กองกำลังอังกฤษและอเมริการ่วมกันโจมตีกลุ่มฮูตี และสหรัฐฯ ยังได้ดำเนินการโจมตีทางอากาศหลายครั้ง แต่การโจมตีของกลุ่มกบฏยังคงเกิดขึ้น การโจมตีครั้งล่าสุด ยังเพื่อตอบโต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องของกลุ่มฮูตีต่อเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ตลอดจนเรือรบที่แล่นผ่านทะเลแดง
ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่าการโจมตีดังกล่าว มีจุดมุ่งหมายเพื่อขัดขวางและลดระดับความสามารถของกองกำลังติดอาวุธฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน “กองกำลังพันธมิตรกำหนดเป้าหมายไปยังสถานที่ 13 แห่งที่เกี่ยวข้องกับสถานที่จัดเก็บอาวุธใต้ดินของกลุ่มฮูตี ระบบขีปนาวุธและแท่นยิง ระบบป้องกันทางอากาศ และเรดาร์” ด้านกระทรวงกลาโหมของอังกฤษกล่าวว่าเครื่องบินรบ “ไต้ฝุ่น” ของกองทัพอากาศโจมตีเป้าหมาย รวมถึงสถานีควบคุมภาคพื้นดิน 2 แห่งที่ใช้ในการดำเนินการโจมตีและควบคุมโดรนลาดตระเวน
ด้านกองบัญชาการกลางกองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า เมื่อวันเสาร์ กองกำลังสหรัฐฯ ได้แยกโจมตีขีปนาวุธต่อต้านเรือของกลุ่มฮูตี 6 ลูก ซึ่งเตรียมพร้อมที่จะยิงใส่เรือในทะเลแดง และกล่าวว่า กองกำลังสหรัฐฯ ยิงโดรน 8 ลำทั้งในและใกล้เยเมนเมื่อวันศุกร์ และทำลายโดรนอีก 4 ลำก่อนที่จะถูกปล่อย
กลุ่มฮูตีเริ่มมุ่งเป้าไปที่การขนส่งทางทะเลแดงในเดือนพฤศจิกายน โดยกล่าวว่ากลุ่มกำลังโจมตีเรือที่เกี่ยวข้องกับอิสราเอลเพื่อสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา ซึ่งได้รับความเสียหายจากสงครามอิสราเอล-ฮามาส ส่วนกองกำลังสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรตอบโต้ด้วยการโจมตีกลุ่มฮูตี ซึ่งนับแต่นั้นมาได้ประกาศว่าผลประโยชน์ของอเมริกาและอังกฤษได้ตกเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมด้วยเช่นกัน.
ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign