สศก.ชี้สินค้าไทยยังเติบโต ส่งออกตลาดอาเซียน-ตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/787451

วันศุกร์ ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวถึงสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรและยางพาราธรรมชาติของไทยในตลาดโลก ว่ายังคงรักษาตลาดส่งออกได้โดยมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนจากมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลกในช่วง 10 เดือนของปี 2566 (มกราคม-ตุลาคม 2566) เท่ากับ 2,012,215 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15,987 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.80 โดยไทยมีมูลค่าการค้ากับจีน (23.49%) มากเป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ อาเซียน (22.81%) สหรัฐอเมริกา (8.03%) สหภาพยุโรป (7.67%) และญี่ปุ่น (7.17%)

สำหรับสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรและยางพาราของไทยในตลาดอาเซียน 9 ประเทศ พบว่า สินค้าเกษตรไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้น ยังคงเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้ากับอาเซียน คิดเป็นมูลค่า 195,811 ล้านบาท โดยสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญ 5 กลุ่มแรก ได้แก่ 1.น้ำตาล มูลค่า 81,604 ล้านบาท 2.เครื่องดื่ม มูลค่า 43,565 ล้านบาท 3.ข้าวและธัญพืช มูลค่า 31,284 ล้านบาท อาทิ ข้าวเจ้าขาวอื่น 5% ปลายข้าว ข้าวเจ้าขาวหอมมะลิไทย100% 4.ของปรุงแต่งเบ็ดเตล็ดที่บริโภคได้มูลค่า 27,419 ล้านบาท และ 5.ของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้ง และนม มูลค่า 23,828 ล้านบาท

ขณะที่การนำเข้าขยายตัวลดลง โดยมีมูลค่านำเข้า 131,571 ล้านบาท สินค้าเกษตรนำเข้าสูงสุด 5 กลุ่มแรก ได้แก่ 1.พืชผักที่บริโภคได้
มูลค่า 20,749 ล้านบาท อาทิ มันเส้น หัวมันสำปะหลังสดหรือแห้ง มันสำปะหลังอัดเม็ด ถั่วบีนแห้งพริกสดหรือแช่เย็น 2.ของปรุงแต่งเบ็ดเตล็ดที่บริโภคได้ มูลค่า 16,378 ล้านบาท อาทิ เต้าหู้ แอลกอฮอล์ผง ครีมเทียม กาแฟสำเร็จรูป ซอสพริกน้ำปลา กะปิ ซอสถั่วเหลือง 3.ข้าวและธัญพืช มูลค่า 15,321 ล้านบาท อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ลูกเดือยทั้งเปลือก ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ ข้าวบาสมาติ 4.ปลาและสัตว์น้ำ มูลค่า 14,664 ล้านบาท อาทิ เนื้อปลาบดแช่แข็ง ปลาทะเลอื่นๆ เช่น ปลากรุพเพอร์ ปลาดอกหมากครีบยาวเป็นต้น และ 5.ของปรุงแต่งจากธัญพืช แป้งและนมมูลค่า 11,126 ล้านบาท อาทิ อาหารปรุงแต่งสำหรับทารกหรือเด็กเล็ก บิสกิต เค้ก วาฟเฟิล และเวเฟอร์

นอกจากนี้ สศก.ยังติดตามสถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับตลาดหลักที่เป็นคู่ค้าสำคัญ ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป พบว่า การส่งออกสินค้าเกษตรของไทยไปตลาดจีนขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 16.14 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2565 โดยผลไม้เมืองร้อนของไทย ยังคงเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมและตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคชาวจีน อย่างไรก็ดี แม้ว่าตลาดผลไม้จีนมีการเติบโตในทิศทางที่สดใส แต่มีการแข่งขันสูงเช่นกัน ดังนั้นผู้ประกอบการควรศึกษาพฤติกรรมการบริโภคผลไม้ของผู้บริโภคชาวจีนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพฤติกรรมของชาวจีนยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

Leave a comment