กยท.ผนึกกำลังร่วมกับธ.ก.ส. ทำโฉนดต้นยางฯค้ำประกันเงินกู้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/788904

วันศุกร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ “การส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มสวนยางพารา และการจัดทำโฉนดต้นยางพารา” ระหว่างการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า มีนโยบายจัดทำโครงการโฉนดต้นไม้สำหรับต้นไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจ เพื่อให้เกษตรกรนำไม้ยืนต้นไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันการกู้เงินกับ ธ.ก.ส.เพิ่มการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ต่อยอดอาชีพด้านการเกษตรได้อย่างยั่งยืน การร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานในครั้งนี้ เป็นการขับเคลื่อนให้เกษตรกรชาวสวนยางสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนของสถาบันการเงินได้มากขึ้น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทั้งสองหน่วยงานจะร่วมมือกันดำเนินกิจกรรมอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพารา

ทั้งนี้ กยท.ดำเนินโครงการร่วมมือกับธ.ก.ส.บรรจุต้นยางพารา ให้เป็นไม้ชนิดหนึ่งในระบบค้ำประกันเงินกู้ และจัดทำโฉนดต้นยางพารา เพื่อเป็นหลักประกันเงินกู้จาก ธ.ก.ส.ซึ่งเกษตรกรที่สามารถขอรับโฉนดต้นยางจะต้องขึ้นทะเบียนกับ กยท.และมีสวนยางตั้งอยู่บนดินที่มีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม แปลงทรัพย์สินให้เป็นทุนสำหรับประกอบอาชีพ โดยใช้โฉนดต้นยางพาราเป็นเอกสารประกอบการขอรับบริการสินเชื่อจากสถาบันการเงินที่ให้บริการ โดย กยท.จะเป็นผู้ประเมินราคาต้นยางพาราที่จะใช้เป็นหลักประกันในการขอสินเชื่อกับ ธ.ก.ส.และจัดทำโฉนดต้นยางพาราเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาขอสินเชื่อของ ธ.ก.ส.ทุกครั้ง โดยจะผลักดันให้สามารถใช้ได้กับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ โดยจะเร่งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานทั้งในและนอกกระทรวงเกษตรฯต่อไป

ด้านนายณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการ กยท.กล่าวว่า แนวทางความร่วมมือของ กยท.กับ ธ.ก.ส.หลังจากลงนาม MOU ครั้งนี้ จะมีการอบรมผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทั่วประเทศ ให้มีความรู้เรื่องวิธีการประเมินมูลค่าไม้ยางพารา เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงาน ร่วมกันประเมินมูลค่าไม้ยางพาราสำหรับใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ นอกจากนี้ กยท.และ ธ.ก.ส.จะร่วมบูรณาการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพด้านการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินโครงการ Carbon Credit ในสวนยาง ส่งเสริมให้เกษตรกรร่วมกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกสร้างสมดุลเชิงนิเวศ ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการขายผลผลิตจากยางพาราเพียงอย่างเดียว

Leave a comment