#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/789810

วันพุธ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.
นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านชุมชนสะพานปลา จ.ชุมพร พร้อมมอบนโยบายแนวทางการขับเคลื่อนงานขององค์การสะพานปลา (อสป.) โดยมีนายวรัตม์มาประณีต รอง ผวจ.ชุมพร นายวิชัยสุดสวาสดิ์ สส.เขต 1 ชุมพร น.ส.อนงค์นาถจ่าแก้ว ผู้ช่วยเลขานุการ รมว.เกษตรฯ นายปรีดา ยังสุขสถาพร ผู้อำนวยการ อสป.และผู้นำท้องถิ่น เข้าร่วมที่ท่าเทียบเรือประมงชุมพร ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร
นายอนุชากล่าวว่า มีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมอาชีพประมงและเร่งแก้ปัญหาต่างๆ เพื่อสร้างรายได้ให้เกิดความยั่งยืนในการประกอบอาชีพ สำหรับ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร ถือเป็นชุมชนประมงที่สำคัญแห่งหนึ่ง ซึ่งได้ให้ความสำคัญ เนื่องจากอาชีพชาวประมงถือเป็นอาชีพดั้งเดิมจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชนและสร้างความเป็นอยู่ของพี่น้องให้ดีขึ้นได้ ดังนั้น เพื่อให้พี่น้องที่ประกอบอาชีพประมงได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่าย มีรายได้เพิ่มขึ้น จึงมอบแนวทางให้ อสป. เตรียมประกาศลดอัตราค่าธรรมเนียมสัตว์น้ำผ่านท่า เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และเพื่อมอบเป็นของขวัญช่วงเทศกาลปีใหม่ให้กับชาวประมงทั่วประเทศต่อไป
นายอนุชากล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีชาวบ้านชุมชนสะพานปลา จ.ชุมพร ยื่นหนังสือร้องเรียนว่าได้รับผลกระทบจากการเก็บค่าเช่าและสัญญาจาก อสป.ว่าขณะนี้ ได้รับรายงานว่าข้อร้องเรียนต่างๆ อสป.ได้เร่งรัดแก้ไขจนถูกนำไปสู่ข้อยุติแล้ว ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง ทั้ง 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.สำหรับพื้นที่ของท่าเทียบเรือประมงชุมพรดังกล่าว เป็นที่ดินสาธารณประโยชน์ที่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ให้พี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งจังหวัดได้มอบให้ อสป. รับผิดชอบนั้น อสป.ดำเนินการยุติการเก็บค่าเช่าอาคารพาณิชย์ ค่าเช่าที่ดินต่างๆ ทั้งหมด และผู้เช่ารายใดที่มีการบอกเลิกสัญญาและมีการทำหนังสือรับสภาพหนี้เพื่อผ่อนชำระหนี้ จะดำเนินการยุติหนี้ทันที
2.อสป.ได้เร่งรัดดำเนินการส่งคืนพื้นที่อาคารพาณิชย์และที่ดินที่มีสิ่งปลูกสร้างต่างๆ บริเวณท่าเทียบเรือประมงชุมพร และส่งมอบให้กับกรมธนารักษ์ เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นที่ราชพัสดุ จากพื้นที่เดิม 140 ไร่ เหลือเพียงใช้ประโยชน์ตามภารกิจ ประมาณ 30 ไร่ สำหรับดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับท่าเทียบเรือประมง ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบกิจการแพปลา พ.ศ. 2496 โดย อสป.จะจัดเก็บค่าธรรมเนียมสัตว์น้ำ และอื่นๆ ตามประกาศของ อสป.ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของกรมที่ดิน ถอนสภาพที่ดินสาธารณะประโยชน์ (ยื่นต่อผู้ว่าฯ ชุมพร)