#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/790019

ผลลัพธ์ของความพยายาม‘ดินสอสี-พนิดา เขื่อนจินดา’คว้ามง‘นางสาวไทย’คนที่ 55
วันพฤหัสบดี ที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567, 06.00 น.
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเดินสู่ความสำเร็จบนเวทีประกวด “ดินสอสี-พนิดา เขื่อนจินดา”นางสาวเชียงใหม่ ก็สามารถคว้าตำแหน่ง “นางสาวไทย” คนที่ 55 ประจำปี 2567ไปแบบไม่พลิกโผ อีกทั้ง ยังสร้างตำนานบทใหม่ทำ B2B (Back To Back) สาวงามเชียงใหม่คว้ามง 2 ปีซ้อน
นางสาวไทยคนล่าสุด ดินสอสี-พนิดา เขื่อนจินดา อายุ 27 ปี จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีชื่อเล่นว่า “ออม” ส่วนชื่อ “ดินสอสี” เป็นฉายาที่รุ่นพี่ตั้งให้ตอนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เคยเข้าร่วมประกวดเวทีมิสแกรนด์เชียงใหม่ ในปี 2563 แต่เข้าถึงเพียงรอบ 20 คนสุดท้าย แม้จะผิดหวังจากครั้งแรก แต่ก็ไม่ละความพยายาม กลับคืนเวทีมิสแกรนด์ไทยแลนด์อีกครั้งในปี 2565 ในฐานะตัวแทนของจังหวัดนครพนม แต่ยังไม่สามารถพิชิตมงมาได้

ด้วยความมุ่งมั่นที่อยากประสบความสำเร็จในเส้นทางนางงาม จึงได้รับโอกาสจาก “หยาดพิรุณ” CP (CITY PRESIDENT) เชียงใหม่ รุ่นพี่มหาวิทยาลัยให้เป็นตัวแทน “นางสาวไทยเชียงใหม่” เพื่อเข้าชิงมงกุฎนางสาวไทย ประจำปี 2567 ซึ่งเธอก็คว้าตำแหน่ง “นางสาวไทย” คนที่ 55 ประจำปี 2567 มาครองสำเร็จ และยังสร้างตำนานบทใหม่ B2B (Back To Back) ให้กับสาวงามเชียงใหม่ ที่คว้ามง 2 ปีซ้อนได้ หลังจาก “กานต์-ชนนิกานต์ สุพิทยาพร” คว้านางสาวไทยประจำปี 2566 มาก่อนหน้าแล้ว เธอยอมรับว่า กดดัน แต่ก็ทำเต็มที่ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่อยู่ในกองประกวดนางสาวไทย เธอเป็นหนึ่งในตัวเต็งและสร้างความโดดเด่นอย่างมากทั้งในรอบพรีลิมฯ และรอบตัดสินการประกวด
หลังจากมงลง ดินสอสี เปิดใจว่า นี่คือ คืนแห่งผลลัพธ์ของความพยายาม ดินสอสีคนนี้ทำสำเร็จแล้ว จบมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นบัณฑิตรุ่นที่ 55 และได้เป็นนางสาวไทย คนที่ 55

“ก่อนอื่นเลยขอบคุณตัวเองที่ไม่เคยยอมแพ้ ผลักดันทั้งความรู้สึก กายภาพ และทัศนคติของตัวเอง จนประสบความสำเร็จได้ในอีก 1 ก้าวกระโดดของบทเรียนชีวิต ขอบคุณแม่ ที่ถึงแม้จะไม่ได้มาดูลูก แต่ก็เชียร์ติดขอบหน้าจอตั้งแต่ต้นจนจบ รู้นะว่าร้องไห้น้ำตาแตกไปหลายแหมะ แต่เดี๋ยวจะเอามงกลับไปซับน้ำตาให้นะคะ ดินสอสี ขอขอบคุณโอกาสจากเวทีนางสาวไทย เวทีอันทรงเกียรติ รางวัลแห่งเกียรติยศที่มอบให้เด็กผู้หญิงคนนี้
รู้สึกว่าความพยายามทั้งหมดที่ทำมา สัมฤทธิผลแล้ว ดีใจกับเพื่อนๆ ทุกคนที่ได้รับตำแหน่งด้วยค่ะ สิ่งที่ทำให้มาถึงจุดนี้ได้ คือความพยายาม เชื่อเสมอว่าความพยายามไม่เคยทำร้ายใคร หลังจากนี้ก็จะสานต่อเจตนารมณ์ของตนเองและขององค์กร ที่ว่า Local to Global ก็อยากให้ทุกคนรอติดตามนะคะ ว่าหลังจากนี้องค์กรของเราจะไปในทิศทางไหน
