ระทึก มิสไซล์รัสเซียระเบิดห่างขบวนรถ เซเลนสกี-นายกฯ กรีซ แค่ 500 ม.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2768578

ระทึก มิสไซล์รัสเซียระเบิดห่างขบวนรถ เซเลนสกี-นายกฯ กรีซ แค่ 500 ม.

7 มี.ค. 2567 02:40 น.

ระทึก มิสไซล์รัสเซียระเบิดห่างขบวนรถ เซเลนสกี-นายกฯ กรีซ แค่ 500 ม.

มิสไซล์ของรัสเซีย ตกห่างจากขบวนรถของโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี กับนายกรัฐมนตรีกรีซ ซึ่งกำลังเยือนเมืองโอดิสซาเพียง 500 ม.เท่านั้น เคราะห์ดีที่ทั้งคู่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวว่า กองทัพรัสเซียยิงมิสไซล์โจมตีเมืองโอดิสซา เมืองท่าริมฝั่งทะเลดำ เมื่อวันพุธที่ 6 มี.ค. 2567 ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ศพ มิสไซล์ลูกนี้ยังตกห่างจากขบวนรถของนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน และนายคีเรียคอส มิตโซตาคิส นายกรัฐมนตรีกรีซ เพียง 500 เมตรเท่านั้น

แหล่งข่าวระบุอีกว่า ขบวนรถของผู้นำทั้ง 2 คนสามารถรู้สึกได้ถึงแรงกระแทก และเห็นกลุ่มควันจากการระเบิด ขณะที่นาย ดีมีโตร เพลเทนชุค โฆษกกองทัพเรือยูเครน บอกกับ ซีเอ็นเอ็น ว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 ศพและบาดเจ็บอีกหลายราย แต่เซเลนสกีกับนายมิตโซตาคิส ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

ด้านนายเซเลนสกีเปิดเผยว่า เขาอยู่ใกล้พอที่จะเห็นและได้ยินเสียงระเบิด “เราเห็นการโจมตีในวันนี้ คุณสามารถเห็นได้ว่าเรากำลังรับมือใครอยู่ พวกเขาไม่สนว่าจะโจมตีที่ไหน ผมรู้ว่ามีผู้เสียชีวิตในวันนี้ ผมยังไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่ผมรู้ว่า มีคนตายและบาดเจ็บ”

ผู้นำยูเครนยังใช้โอกาสนี้ เรียกร้องขอให้ชาติตะวันตกส่งระบบป้องกันทางอากาศมาเพิ่ม “เราจำเป็นต้องป้องกันตนเองเป็นอันดับแรก วิธีการที่ดีที่สุดในการทำเช่นนั้นคือ ใช้ระบบป้องกันทางอากาศ”

ส่วนนายมิตโซตาคิส กล่าวว่า เซเลนสกีกำลังพาเขาทัวร์เมืองโอดิสซา ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการต่อสู้ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ก่อนที่พวกเขาจะได้ยินเสียงไซเรนเตือนการโจมตีทางอากาศ

“ไม่นานหลังจากนั้น ในขณะที่เรากำลังขึ้นรถ เราก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่น” นายกรัฐมนตรีกรีซบอกกับผู้สื่อข่าวในคืนวันพุธ “ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ย้ำเตือนเราได้ดีที่สุด ว่ากำลังมีสงครามจริงๆ เกิดขึ้นที่นั่น ทุกวันคือสงคราม ซึ่งไม่เพียงแต่กระทบพื้นที่แนวหน้าและเหล่าทหาร มันยังกระทบประชาชนผู้บริสุทธิ์ด้วย”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

Leave a comment