#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/792445

รมว.พม. ประกาศวันสตรีสากล หนุนเสริมพลังสตรีและเด็กหญิง ขจัดความยากจน สู่ความเท่าเทียม บนพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่น
วันอังคาร ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา (รมว.พม.) เป็นประธานพิธีเปิดงานวันสตรีสากล ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด “เสริมพลังสตรีและเด็กหญิง ขจัดความยากจน สู่ความเท่าเทียมระหว่างเพศ บนพื้นฐานครอบครัวที่อบอุ่น” เพื่อสนับสนุนทุกภาคส่วนในสังคม ร่วมขับเคลื่อนให้ทุกคนทุกเพศ ทุกวัย มีเจตคติที่เคารพความเท่าเทียมระหว่างเพศ และเปิดโอกาสให้สตรีเข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในการพัฒนาสังคม ลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในทุกมิติอีกทั้ง มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับที่สตรีดีเด่น รวมถึงบุคคลและหน่วยงานองค์กรที่ทำงานด้านสตรีและความเสมอภาคระหว่างเพศ จำนวน 16 สาขารวม 64 รางวัล โดยมี ดร.สุวรรณา ศิลปอาชา ภริยารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายธนสุนทร สว่างสาลี อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน ณ ห้องเพลนารี ฮอลล์ 1 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กทม.
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากองค์การสหประชาชาติ ได้รับรองให้วันที่ 8 มีนาคมของทุกปี เป็นวันสตรีสากล เป็นวาระที่สตรีและผู้ที่ทำงานด้านสตรีทั่วโลกร่วมฉลองและระลึกถึงการต่อสู้เพื่อความเสมอภาค ยุติธรรม สันติภาพ และการพัฒนา ประเทศไทยได้เริ่มจัดงานวันสตรีสากลอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2532 ปัจจุบัน นับเป็นปีที่ 36 ซึ่งกระทรวง พม. ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายทุกภาคอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ภารกิจของรัฐบาลด้านการพัฒนาสตรีและส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ ประกอบกับนโยบาย พม. หนึ่งเดียว ที่มุ่งมั่นเสริมพลัง สร้างโอกาส และพัฒนาคนทุกช่วงวัย และพันธกรณีระหว่างประเทศที่ไทยเป็นภาคี อาทิ อนุสัญญา CEDAW ปฏิญญาปักกิ่ง และ SDG เป้าหมายที่ 5 โดยได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาสตรี (พ.ศ. 2566-2570) ขึ้น เพื่อเป็น Roadmap ของกระทรวง พม. รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้วยวิสัยทัศน์ “สังคมไทยเป็นสังคมที่ตระหนักและเข้าใจถึงความเสมอภาคระหว่างเพศ สตรีและเด็กหญิง จะได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม สามารถดำรงชีวิตอย่างปลอดภัยจากความรุนแรงทุกรูปแบบ มีโอกาสเข้าถึงการพัฒนาตนเองได้เต็มศักยภาพ และมีบทบาทการนำในพื้นที่สาธารณะอย่างเท่าเทียม
ที่ผ่านมา กระทรวง พม. ได้กำหนดนโยบายด้านการเสริมพลังผู้หญิงและเด็กหญิง เร่งลดความเหลื่อมล้ำยกระดับการพัฒนาสตรี ในหลายโครงการ อาทิ การผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐจัดทำงบประมาณที่คำนึงถึงมิติเพศภาวะ เพื่อเป็นหลักประกันว่าการใช้จ่ายงบประมาณได้คำนึงถึงความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่างของเพศสภาพของบุคคล การผลักดันนโยบายที่เป็นมิตรต่อผู้หญิง เช่น การส่งเสริมการลาของสามี การขยายวันลาคลอดของมารดา และมาตรการขยายบริการศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและสถานรับเลี้ยงเด็ก การพัฒนากลไกเพื่อขจัดความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กหญิงทุกรูปแบบ การพัฒนาศักยภาพสตรีให้สามารถเข้าถึงโอกาสและทรัพยากรทางเศรษฐกิจ การสร้างอาชีพสร้างรายได้ รวมทั้งส่งเสริมบทบาทให้ก้าวสู่ระดับสากล การสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว ภายใต้นโยบายวันอาทิตย์เป็นวันครอบครัว
งานวันสตรีสากล ปี 2567 กระทรวง พม. ได้จัดพิธีมอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับที่สตรีดีเด่นสาขาต่างๆ รวมถึงบุคคล และหน่วยงานองค์กรที่ทำงานด้านสตรีและความเสมอภาคระหว่างเพศ จากทั่วประเทศ จำนวน 16 สาขา รวม 64 รางวัล ซึ่งรางวัลอันทรงเกียรตินี้ เป็นการสนับสนุนความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของสตรีดีเด่นด้านต่างๆ ที่มีบทบาทและมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน สังคม และประเทศชาติ และผู้ที่ทำงานด้านพิทักษ์สิทธิและพัฒนาศักยภาพสตรี เป็นแบบอย่างที่ดี ซึ่งจะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมแห่งความเสมอภาคเท่าเทียม พัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และความผาสุกให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
“ขอแสดงความยินดีกับสุภาพสตรีทุกท่าน เนื่องในวันสตรีสากลประจำปี 2567 ซึ่งจะส่งผลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อวานนี้ เราได้จัดทำ Workshop ในการแก้ไขปัญหาโครงสร้างประชากร พบว่าการส่งเสริมศักยภาพสตรีเป็นปัจจัยที่สำคัญ ที่ทำให้สังคมไทยก้าวข้ามและฝ่าฟันปัญหาวิกฤตประชากรไปได้ การเสริมพลังสตรี ให้ความเท่าเทียมทางเพศ จะเป็นการสร้างสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง มีความอบอุ่น และทำให้สังคมไทย รวมถึงประเทศไทยให้มีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนในที่สุด ดังนั้น วันนี้ การเสริมพลังของสตรี และรางวัลที่ทุกท่านได้รับ เปรียบเสมือนกำลังใจ การเชิดชูเกียรติ และทำให้ทุกฝ่ายมีพลังที่จะเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาที่เปรียบเสมือนระเบิดลูกใหญ่ของสังคมไทย
ทั้งนี้ สุภาพสตรีในวันนี้ เป็นกำลังสำคัญในเรื่องความมั่นคงของครอบครัว และด้านเศรษฐกิจ การทำให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็ง เกิดมาจากการสร้างศักยภาพของสุภาพสตรีของทุกๆ คน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กผู้หญิงที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน ที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการที่จะมาพัฒนาประเทศไทย และแสดงให้นานาอารยประเทศได้เห็นว่าประเทศไทยของเราให้ความเท่าเทียม ทางด้านเพศ ด้านการทำงาน บริบทของสังคมและครอบครัว ดังนั้น เนื่องในโอกาสวันสตรีสากล ประจำปี 2567 กระทรวง พม. ยืนยันและให้คำมั่นว่าจะผลักดันส่งเสริมและสนับสนุน บทบาทของสตรีในประเทศไทย ทำให้สตรีทุกคนสามารถอยู่ในสังคมด้วยเกียรติ และศักดิ์ศรีของความเท่าเทียมของทุกเพศทุกวัย และเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยฝ่าฟันวิกฤตประชากรที่จะเกิดขึ้นต่อไป” รมว.พม. กล่าวในที่สุด


