‘รพ.ยันฮี’ ผนึก ‘ปตท.’ ยกระดับวงการแพทย์ไทยสู่สากล นำ AI วินิจฉัย-ออกแบบรักษาโรคทันตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/792894

‘รพ.ยันฮี’ ผนึก ‘ปตท.’ ยกระดับวงการแพทย์ไทยสู่สากล  นำ AI วินิจฉัย-ออกแบบรักษาโรคทันตกรรม

‘รพ.ยันฮี’ ผนึก ‘ปตท.’ ยกระดับวงการแพทย์ไทยสู่สากล นำ AI วินิจฉัย-ออกแบบรักษาโรคทันตกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

โรงพยาบาลยันฮี เดินหน้าจับมือ ปตท. ลงนาม MOU โครงการทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวินิจฉัยโรคและออกแบบการรักษาทางทันตกรรม เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกในไทยที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้งานจริงในศูนย์ทันตกรรม ผลักดันประสิทธิภาพการรักษาโรคทางทันตกรรมอย่างแม่นยำ สร้างสุขภาพที่ดีให้กับคนไทย พร้อมยกระดับทันตแพทย์สู่ความเป็นมืออาชีพระดับสากล

ทพญ.สุชาวดี สัมฤทธิวณิชชา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและกรรมการบริหาร โรงพยาบาลยันฮี เปิดเผยว่า “ศูนย์ทันตกรรม” ของโรงพยาบาลยันฮี เป็นศูนย์การรักษาที่ครบวงจรและทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่ง และได้รับมาตรฐานระดับสากล (JCI) ภายในศูนย์มีทันตแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทางทุกสาขากว่า 80 ท่านมีห้องตรวจรวม 83 ห้อง พร้อมด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและวางแผนที่จะเปิดให้ครบ 100 ยูนิต ในอนาคตอันใกล้

นอกเหนือจากนี้ โรงพยาบาลยันฮี ได้ยกระดับให้ศูนย์ทันตกรรมก้าวสู่ระดับนานาชาติ ภายใต้การผลักดันในด้านต่างๆ เช่น การเสริมสร้างศักยภาพทันตแพทย์ด้วยการต่อยอดความเชี่ยวชาญให้เป็น Speaker ในงานวิชาการและการอบรมต่างๆ ร่วมกับองค์กรชั้นนำ อาทิ เทคนิคการจัดฟันด้วยนวัตกรรมยุคใหม่, กระบวนการรักษาฟันสบลึก, การศัลยกรรมขากรรไกร เป็นต้น รวมถึงลงทุนพัฒนาประสิทธิภาพการรักษาให้ก้าวทันวงการทันตกรรมที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบ โดยล่าสุดโรงพยาบาลยันฮี ได้ร่วมมือกับ“ปตท.” ในการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวินิจฉัยโรคและออกแบบการรักษาทางทันตกรรม

ทพญ.สุชาวดี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “ปตท. คือหนึ่งในบริษัทผู้เชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ โรโบติกส์ และยังมี
ประสบการณ์ในการประยุกต์นำเทคโนโลยีขั้นสูงมาพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน จึงได้เกิดความร่วมมือในการนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือในการวินิจฉัยโรค ซึ่งจะมีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาโรคทางทันตกรรมได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น เช่น หากคนไข้เข้ามารับบริการ X-ray เพื่อตรวจสุขภาพฟัน และพบว่ามีรอยโรคทางทันตกรรม ระบบนี้ก็จะบอกได้ว่าหากไม่ทำการรักษาตั้งแต่ตอนนี้ในอนาคตอีก 3 หรือ 5 ปีข้างหน้า โรคดังกล่าวอาจลุกลามเป็นโรคที่รักษาได้ยากและมีค่าใช้จ่ายมากกว่าตอนนี้ได้ เครื่องมือ AI ดังกล่าวนั้น สามารถอ่านผลและประเมินผลได้อย่างแม่นยำ อย่างไรก็ตาม ทันตแพทย์ ยังคงเป็นผู้ประเมิน และสามารถกำกับ แก้ไขผลลัพธ์ และแผนการรักษาให้เป็นไปตามดุลพินิจของทันตแพทย์”

โดยภายใต้ข้อตกลงฉบับนี้ โรงพยาบาลยันฮี จะเป็นผู้ดำเนินการทดลองใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่ ปตท. จัดหาให้ เพื่อวินิจฉัยโรคและออกแบบการรักษาของศูนย์ทันตกรรม รวมถึงทำการเก็บรวบรวมและประเมินผลตอบรับของการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ ทั้งในด้านเทคนิคและด้านการตลาด จากทั้งมุมมองของบุคลากรโรงพยาบาลยันฮีกลุ่มทันตแพทย์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มารับบริการ พร้อมทั้ง ได้ทำแบบสอบถามความพึงพอใจการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ เพื่อต่อยอดยกระดับบริการ ทั้งในด้านการวินิจฉัยโรค ด้านพยากรณ์โรคทางทันตกรรมและสภาพช่องปาก และด้านการออกแบบการรักษาทางทันตกรรม ต่อไปในอนาคต

“ปัจจุบัน AI ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในวงการทันตกรรมทั่วโลก โดยนอกจากปัจจัยที่สามารถทำการวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และช่วยลดจุดผิดพลาดที่อาจถูกมองข้ามแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังตอบโจทย์แง่ของการวิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่โรคอื่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย อย่างไรก็ตามด้วยพัฒนาการของ AI ที่ยังเป็นเครื่องมือใหม่สำหรับทันตกรรมในประเทศไทย ทำให้โรงพยาบาลยันฮีและ ปตท. เห็นตรงกันว่าทุกการใช้งานยังต้องอาศัยทันตแพทย์ผู้ชำนาญการคอยควบคุมอยู่เสมอ

“นั่นจึงทำให้ โรงพยาบาลยันฮีในฐานะของผู้นำด้านสุขภาพและความงามที่ครบวงจร พร้อมทีมแพทย์ผู้ชำนาญการในทุกสาขา จึงมีความมั่นใจอย่างมากสำหรับการเป็น #โรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกในประเทศไทย ที่จะนำเอาระบบการวินิจฉัยโรคและออกแบบการรักษาทางทันตกรรมด้วย AI มาใช้งานจริง พร้อมส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพรอบด้าน เพื่อปฏิวัติวงการทันตกรรมและสร้างสุขภาพที่ดีกับคนไทย”

Leave a comment