#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/793663

ตรวจสุขภาพในแบบ Anti-Aging เป็นอย่างไร?
วันจันทร์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.
เพราะสุขภาพดีเริ่มได้ที่ตัวเรา อยากได้สุขภาพดี ต้องดูแลร่างกายให้ดีเริ่มต้นปีชวนมาตรวจสุขภาพประจำปีกัน เพราะในแต่ละปีเราใช้ร่างกายกันหักโหมอยากตอบแทนร่างกายให้อยู่กับเราไปนานๆ ก็ต้องบำรุงรักษาร่างกายเราด้วย
ในปัจจุบันนอกจากจะตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไปแล้ว ยังมีการตรวจสุขภาพในแบบ Anti-Aging เพิ่มมากขึ้น ซึ่งการตรวจทั้ง 2 แบบมีการตรวจเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง แพทย์หญิงกฤดากร เกษรคำ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก Addlife Total Check Up Centerชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ได้มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า การตรวจสุขภาพทั่วไป เป็นการตรวจหาความผิดปกติของร่างกาย ว่ามีแนวโน้มหรือมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคอะไรบ้าง หรือมีโรคเกิดขึ้นแล้วค่อยทำการรักษา
.jpg)
พญ.กฤดากร เกษรคำ
แต่การตรวจทาง Anti-Aging เป็นการตรวจหาความผิดปกติก่อนที่จะเกิดโรค เพียงแค่มีอาการหรือความเสื่อมเกิดขึ้น เช่น อ่อนเพลียเรื้อรัง นอนไม่หลับ ความจำแย่ลง หรือสมรรถภาพทางเพศไม่ดีเหมือนเดิม ไม่จำเป็นต้องรอให้เกิดโรคก่อนแล้วค่อยมาตรวจ หรือไม่มีอาการอะไรก็สามารถมาตรวจได้เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพเชิงรุก จะมีการตรวจลึกถึงระดับเซลล์ เช่น ตรวจระดับสารเคมี สารอาหาร สารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย ฮอร์โมน ตรวจดูสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย เป็นต้น ซึ่งจะทำให้สามารถค้นพบสาเหตุของอาการเสื่อมหรือความชราได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะเกิดโรคหรือมีความผิดปกติในร่างกาย และยังช่วยลดโอกาสเกิดโรคร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคมะเร็ง โรคหัวใจ เป็นต้น
หลายคนคงเคยได้ยินเรื่องการตรวจยีน การตรวจยีนเป็นหนึ่งในการตรวจแบบ Anti Aging เป็นการตรวจดูรหัสพันธุกรรมหรือ DNA ที่ประกอบมาเป็นร่างกายแต่ละบุคคล ซึ่งสามารถใช้บ่งเอกลักษณ์ตัวบุคคลได้ นอกจากนี้ยังสามารถใช้บอกข้อมูลด้านสุขภาพได้ในหลายแง่ด้วยกัน ได้แก่ ความเสี่ยงในการเกิดโรค เช่น มะเร็ง เบาหวานโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง สมองเสื่อมเป็นต้น, การตอบสนองต่อยา โอกาสในการแพ้ยา การเกิดผลข้างเคียง, ช่วยการวางแผนคัดกรองโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรม เพื่อการวางแผนครอบครัวได้, การวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรมที่วินิจฉัยได้ยาก, ปัจจัยทางพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลต่อสุขภาพ
ซึ่งข้อมูลด้านยีนส์หรือพันธุกรรม สามารถนำมาใช้ประกอบกับการตรวจสุขภาพด้านอื่นๆ ทำให้แพทย์ได้ข้อมูลที่ตรงจุด ช่วยในการวางแผนดูแลสุขภาพ และเหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค วางแผนการดำรงชีวิตอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ คุณหมอขอแนะนำว่า ควรตรวจสุขภาพประจำปีทั่วไป และการตรวจแบบ Anti-Aging ทั้ง 2 อย่างควบคู่กันไปเนื่องจากเป็นการตรวจคนละแบบกันไม่สามารถทดแทนกันได้ ซึ่งการนำข้อมูลทั้ง 2 ด้านมาประกอบกับ ก็จะยิ่งช่วยให้การวินิจฉัยแม่นยำมากยิ่งขึ้น เพื่อการมีสุขภาพดีและอายุที่ยืนยาว