#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/793662

ผู้ปกครองหมั่นสังเกต ‘โรคตาขี้เกียจ’ ภาวะมองเห็นไม่ชัดที่พบบ่อยในเด็ก
วันจันทร์ ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2567, 06.22 น.
คุณพ่อคุณแม่และผู้ปกครองทุกคน ล้วนอยากให้ลูกหลานมีพัฒนาการที่เหมาะสมและเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงสมวัย และอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องคอยสังเกต คือพัฒนาการในด้าน “การมองเห็น” โดยเด็กบางคนอาจมีการมองไม่ชัดเท่าคนทั่วไป หรือมีอาการตาพร่ามัว ซึ่งอาจเป็นอาการของ “โรคตาขี้เกียจ” ภาวะที่ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน และหากไม่รีบรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ พอโตไปอาจรักษาไม่หาย
.jpg)
แพทย์หญิงจิรนันท์ ทรัพย์ทวีผลบุญ จักษุแพทย์
แพทย์หญิงจิรนันท์ ทรัพย์ทวีผลบุญ จักษุแพทย์ แพทย์ผู้ชำนาญการโรคต้อหินศูนย์จักษุ โรงพยาบาลวิมุต ให้ข้อมูลว่าโรคตาขี้เกียจ (Lazy Eye) คือ ภาวะที่ตาหนึ่งข้างหรือสองข้างมีพัฒนาการมองเห็นภาพชัดไม่เต็มที่ ซึ่งส่วนมากสามารถเกิดได้ในเด็กเล็กอายุ 1-7 ขวบเป็นต้นไป ทำให้การมองเห็นคมชัดน้อยกว่าปกติ ทั้งนี้ เด็กๆ ที่มีภาวะตาขี้เกียจจะมีการมองเห็นลดลงกว่าปกติเมื่อเทียบกับคนทั่วไปโดยมีความรุนแรงของโรคหลายระดับ ในกรณีที่เป็นข้างเดียวเพียงเล็กน้อยอาจไม่กระทบรุนแรงนัก แต่ถ้าเป็นมากหรือเป็นทั้ง 2 ตาจะยิ่งทำให้แย่ลง อาจมีผลในกรณีที่ทำกิจกรรมที่ต้องการความคมชัดสูง หรืออาจทำให้ความสามารถในการมองภาพสามมิติลดลง
โรคตาขี้เกียจ มักพบบ่อยในเด็กและมีสาเหตุนำโรคอยู่หลายประการ กลุ่มแรกคือเด็กๆ ที่มีภาวะตาเหล่ ส่งผลให้ตาสองข้างมองคนละตำแหน่งและทำให้เกิดภาพซ้อน ร่างกายของเด็กจึงมีกลไกในการลดการเกิดภาพซ้อน ด้วยการยับยั้งพัฒนาการของตาข้างที่ไม่ถนัด ต่อมาคือกลุ่มที่มีค่าสายตาโดยพบได้บ่อยในเด็กที่มีค่าสายตาทั้งสองข้างต่างกันมาก ทำให้เกิดการเลือกพัฒนาเฉพาะตาข้างที่ถนัด ส่วนตาที่ไม่ถนัดก็จะไม่ใช้งาน ทำให้พัฒนาความสามารถในการมองเห็นไม่เต็มที่ในกรณีที่มีค่าสายตามากทั้งสองข้างก็อาจมีภาวะตาขี้เกียจพร้อมกันทั้งสองข้างได้ ในอีกกลุ่มที่มีภาวะต้อกระจกแต่กำเนิด เปลือกตาตก กระจกตาขุ่นซึ่งเป็นอาการผิดปกติที่บดบังหรือรบกวนการมองเห็น จะเป็นกลุ่มที่รักษายากที่สุด นอกจากนี้หากเป็นเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้ากว่าปกติ คลอดก่อนกำหนด หรือคนในครอบครัวเป็นโรคตาขี้เกียจ ก็มีโอกาสมากกว่าคนทั่วไปที่จะเป็นโรคตาขี้เกียจเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม โรคตาขี้เกียจ รักษาไวโอกาสหายยิ่งสูง เพราะโดยปกติภาวะนี้อาจไม่มีอาการแสดงชัดเจน แต่หากผู้ปกครองหรือตัวเด็กเองสังเกตเห็นความผิดปกติที่กระทบการมองเห็น เช่น ต้อกระจก หนังตาตก ตาเหล่ ซึ่งเป็นอาการชัดเจนที่ก่อเกิดโรค ก็สามารถไปพบแพทย์เพื่อหาแนวทางการรักษาได้ทันที ส่วนในกรณีที่เป็นตาขี้เกียจจากการมีค่าสายตา อาจต้องพิจารณาความสามารถในการมองเห็นเพิ่มเติม
ซึ่งตรวจสอบด้วยตัวเองได้ยาก จึงแนะนำให้ตรวจเพิ่มเติมกับแพทย์โดยตรง เพราะการตรวจตาในเด็กจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุ เบื้องต้นจะตรวจการมองเห็น การกลอกตาและการใช้กล้ามเนื้อตา ค่าสายตา ตรวจขยายของม่านตา ตรวจวัดแว่นโดยการหยอดยาคลายการเพ่ง เป็นต้น จากนั้นเมื่อรู้ถึงต้นเหตุก็จะรักษาตามอาการ อาจใช้การผ่าตัด การตัดแว่นจ่ายยาหยอดตา หรือปิดตาข้างดีเพื่อให้ตาข้างที่มีปัญหามีพัฒนาการก็จะช่วยให้โรคตาขี้เกียจบรรเทาหรือหายสนิทได้
ผู้ที่สนใจต้องการปรึกษาแพทย์โรงพยาบาลวิมุต สามารถติดต่อได้ที่ ชั้น 5 ศูนย์จักษุ หรือโทร.นัดหมาย 02-0790058 เวลา 08.00-20.00 น.หรือใช้บริการ Telemedicine ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่าน ViMUT App คลิก https://bit.ly/372qexX