#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2771576

19 มี.ค. 2567 01:30 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
คนตาดีเห็น เจ้าหญิงเคทไปร้านค้ากับเจ้าชายวิลเลียม ท่ามกลางข่าวลือ-ดราม่า
มีผู้พบเห็นเจ้าหญิงเคทไปร้านค้าใกล้บ้านกับพระสวามีและลูกๆ หลังแทบไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะเลย นับตั้งแต่ผ่าตัดเมื่อเดือนมกราคม จนเกิดข่าวลือไปต่างๆ นานา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 18 มี.ค. 2567 ว่า มีคนตาดีพบเห็นเจ้าหญิงเคท ไปร้านค้าพร้อมกับเจ้าชายวิลเลียม พระสวามี กับพระโอรสพระธิดาทั้ง 3 พระองค์ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางข่าวลือเกี่ยวกับสุขภาพของพระองค์ที่แพร่สะพัดบนโลกออนไลน์ หลังทรงรับการผ่าตัดช่องท้องเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ เดอะ ซัน เจ้าหญิงเคทเสด็จไปร้านผลิตผลการเกษตร (farm shop) กับพระสวามี ใกล้ที่ประทับของทั้งสองในเมืองวินด์ซอร์ ของอังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 มี.ค. โดยเคทดูมีความสุข, ผ่อนคลาย และแข็งแรงดี
ก่อนหน้านั้นเพียง 1 วัน เพิ่งมีรายงานว่า เจ้าชายกับเจ้าหญิงแห่งเวลส์ เสร็จไปชมเจ้าชายจอร์จ, เจ้าชายหลุยส์ และเจ้าหญิงชาร์ลอตต์ ทรงกีฬา
ทั้งนี้ รายงานของเดอะ ซัน ถือเป็นครั้งที่ 3 เท่านั้นที่เจ้าหญิงเคทถูกพบเห็นในที่สาธารณะ นับตั้งแต่รับการผ่าตัดเมื่อเดือนมกราคม และต้องหยุดปฏิบัติพระกรณียกิจจนถึงวันอีสเตอร์เป็นอย่างน้อย
การหายไปจากสายตาสังคมของเคท รวมถึงไม่มีข้อมูลและรูปภาพใดๆ ถูกเปิดเผยออกมา ทำให้เกิดข่าวลือมากมายแพร่สะพัดบนโลกออนไลน์ ทั้งเรื่องสุขภาพรวมถึงเรื่องความสัมพันธ์ของพระองค์กับเจ้าชายวิลเลียม
ข่าวลือที่เกิดขึ้นทำให้สำนักพระราชวังต้องเผยแพร่รูปภาพของเคทที่ถ่ายร่วมกับพระโอรสและพระธิดาทั้ง 3 เพื่อสยบข่าว แต่กลับพบว่ารูปดังกล่าวผ่านการตกแต่งมา จนทำให้สื่อหลักทั่วโลกแห่ถอนรูปดังกล่าว จากความกังวลเรื่องความน่าเชื่อถือ ก่อนที่เคทจะออกแถลงการณ์ข้อโทษที่ทำให้เกิดความสับสน
ผู้เชี่ยวชาญด้านรูปถ่ายหลายคน เห็นตรงกันว่า รูปดังกล่าวผ่านการตกแต่งเพียงเล็กน้อย และน่าจะไม่มีจุดประสงค์อื่นใด นอกจากเป็นความพยายามของแม่ที่ต้องการทำให้ตัวเองและลูกๆ ดูดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
แต่สื่อหลายสำนักตั้งคำถามเรื่องความน่าเชื่อถือของราชวงศ์อังกฤษเสียแล้ว โดยเมื่อสัปดาห์ก่อน สำนัดข่าว เอเอฟพี ระบุว่า สำนักพระราชวังเคนซิงตัน ไม่ใช่แหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือสำหรับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : abcnews